โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดที่มา 7-Eleven ในไทย ตอนแรกเจ้าของแบรนด์ไม่ขายให้ แต่เจ้าสัวธนินท์ก็พยายามจนได้มา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ส.ค. 2566 เวลา 03.27 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2566 เวลา 14.29 น.

เปิดเรื่องราวก่อนที่เครือ ซี.พี.จะซื้อสิทธิการใช้เครื่องหมายการค้า 7-Eleven (เซเว่น-อีเลฟเว่น) มาเปิดสาขาแรกในประเทศไทยได้เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ซึ่งเป็นจุดเริ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อในประเทศไทย และจุดเริ่มต้นของ 7-Eleven ที่มีกว่า 14,000 สาขาในปัจจุบันนี้

เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ตำแหน่งปัจจุบัน) สนใจกิจการร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven (เซเว่น-อีเลฟเว่น) ของบริษัทในสหรัฐอเมริกาชื่อ เซาธ์แลนด์ คอร์ปอเรชั่น (Southland Corporation-เปลี่ยนชื่อเป็น 7-Eleven, Inc. ในปี 1999)

จุดเริ่มต้นความสนใจมาจาก ณ เวลานั้น เจ้าสัวธนินท์สังเกตว่า คนรุ่นใหม่ไม่อยากทำงานแบบไม่มีวันหยุดเหมือนคนรุ่นก่อน ซึ่งหมายความว่ากิจการร้านค้าโชห่วยแบบเดิมส่วนหนึ่งจะไม่มีทายาทสืบทอดกิจการ เจ้าสัวธนินท์จึงมองหาธุรกิจที่จะคว้าโอกาสจากบริบทสังคมที่เปลี่ยนไป

จากโจทย์นี้ทำให้ธนินท์สนใจธุรกิจร้านสะดวกซื้อแบรนด์ 7-Eleven

เจ้าสัวธนินท์คิด ณ เวลานั้นว่าเมืองไทยถึงเวลาแล้วที่จะมี 7-Eleven

…แต่เจ้าของกิจการ 7-Eleven กลับไม่คิดเช่นนั้น

“คุณธนินท์ เมืองไทยยังไม่ถึงเวลา” คือ คำตอบจากเจ้าของ 7-Eleven เมื่อธนินท์ติดต่อไปขอซื้อสิทธิ์ในการใช้เครื่องหมายการค้า

เจาสัวอธิบายว่า เพราะฝั่งนั้นเขาประเมินความเหมาะสมจากรายได้เฉลี่ยต่อหัว (GDP per capita) ซึ่งตอนนั้นรายได้ต่อหัวของคนไทยยังไม่ถึงเกณฑ์ที่เขากำหนด

เจ้าสัวธนินท์ไม่ล้มเลิก พยายามต่อไปโดยเชิญสองพี่น้องเจ้าของ 7-Eleven มาเมืองไทย แต่คำตอบที่ได้ก็ไม่ต่างจากเดิม

“คุณธนินท์ ผมขอพูดด้วยความหวังดีคำสุดท้าย ผมว่าเมืองไทยยังไม่พร้อม ถ้าคุณลงทุนไปอาจจะขาดทุน นี่เป็นความหวังดี แต่ถ้าคุณยอมขาดทุน ผมก็จะยอมให้คุณ และไม่เปลี่ยนแปลงแล้ว แต่ผมขอเตือนคุณว่า ตามสถิติตัวเลขรายได้ของคนไทยยังไม่พอ” ธนินท์เล่าถึงคำพูดของสองเจ้าของ 7-Eleven

“ภาพที่ผมเห็นกลับแตกต่างออกไป” เจ้าสัวธนินท์บอก แล้วอธิบายเหตุผลว่า “ฝรั่งคิดแต่ค่าครองชีพ รายได้ จีดีพี แล้วบอกว่าไทยไม่พร้อม แต่ผมไม่ได้มองเฉพาะจีดีพี ผมมองในมุมอื่น ๆ ด้วย”

“ก่อนที่จะตัดสินใจ ผมไปนับด้วยตัวเองที่เขตพระโขนงก่อนว่าคนจะผ่านร้านกี่คน ร้านที่สหรัฐ คนเข้าน้อยเพราะเขาไม่ได้อยู่กันหนาแน่น ส่วนไทยมีรายได้ต่ำกว่าเขาก็จริง แต่มีคนอยู่หนาแน่นในที่ที่เจริญ คนจึงเข้ามาร้านเยอะ ถ้าสหรัฐคนเข้าร้าน 1 คน ในไทยคนจะเข้าร้าน 10 คน เมืองไทยคนเข้าร้านมากกว่าสหรัฐถึง 10 เท่า แม้ว่าคนไทยรายได้น้อยกว่าก็จริง แต่เมื่อรวมหลาย ๆ คนแล้ว ยอดขายก็ไม่แพ้เหมือนกัน แถมลงทุนต่ำกว่าสหรัฐอีก เพราะที่ดินเมืองไทยถูกกว่า ค่าจ้างแรงงานก็ถูกกว่า…” ประธานอาวุโส ซี.พี.อธิบายเพิ่มเติมถึงเหตุผลที่ทำให้มั่นใจว่า ถ้าเปิด 7-Eleven ในกรุงเทพฯแล้วจะไม่เจ๊งอย่างที่นักธุรกิจชาวอเมริกันบอก

“มองอะไรอย่ามองมุมเดียว ถ้าศึกษาอย่างลึกซึ้ง มองมุมอื่น ๆ ให้รอบด้าน เราจะเห็นอะไรที่แตกต่าง และกล้าที่จะลงมือทำ เห็นก่อน ทำก่อน ซี.พี.ตัดสินใจลงทุนในธุรกิจที่มีอนาคตก่อนที่ใครจะเห็น” ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์แนะนำ

วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 ซี.พี. โดยบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ได้ลงนามซื้อสิทธิ์การใช้เครื่องหมายการค้า 7-Eleven นับเป็นเจ้าแรกที่เริ่มกิจการร้านสะดวกซื้อในประเทศไทย

ต่อมาในปี 2532 ซีพี ออลล์ เปิด 7-Eleven สาขาแรกในประเทศไทยที่ซอยพัฒน์พงษ์ ซึ่งเหตุผลที่เลือกทำเลที่ตั้งตรงนั้นก็เพราะว่า “อยู่ติดกับถนนสีลม มีผู้คนสัญจรผ่านทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่คุ้นเคยกับแบรนด์ 7-Eleven อยู่แล้ว”

ในช่วงแรก ๆ ของการทำธุรกิจร้าน 7-Eleven เจ้าสัวธนินท์บอกว่า “ล้มลุกคลุกคลานไม่น้อย คนออกก็เยอะ ของหายก็เยอะ เปิดอยู่ 27 แห่ง ขาดทุนทุกแห่ง”

กระทั่งมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญคือ การหาผู้บริหารคนใหม่มาดูแล 7-Eleven ซึ่งคนคนนั้นก็คือ ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ แม่ทัพของ ซีพี ออลล์

“ผมต้องยกย่องคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ที่ทำให้ร้าน 7-Eleven มาไกลถึงวันนี้” เจ้าสัวธนินท์กล่าว

เจ้าสัวธนินท์บอกว่าตัวเขาเองได้เรียนรู้อะไรมากมายจากการทำ 7-Eleven สิ่งที่เด่นชัดที่สุดคือเรื่อง “คน” การขาดทุนของร้าน 7-Eleven ในช่วงเริ่มธุรกิจในเมืองไทยนั้น ไม่ใช่เพราะธุรกิจนี้แย่ แต่เป็นเพราะบริหารไม่ดี

“…เวลานั้น ในฐานะผู้นำ ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนผู้บริหาร และเมื่อเปลี่ยนแล้วก็ส่งเสริมสนับสนุนให้เขาทำงานได้อย่างเต็มที่ ในที่สุดคนที่ผมเลือก คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ก็สามารถพลิกสถานการณ์ของ 7-Eleven จากขาดทุนมาเป็นกำไร และสร้าง 7-Eleven ให้เติบโตอย่างมั่นคงมาได้จนถึงทุกวันนี้”

“ผู้นำต้องรู้จักเลือกคนที่เหมาะสม ให้โอกาสคน และกล้าเปลี่ยนแปลง”

นี่คือสิ่งที่เจ้าสัวธนินท์บอกทิ้งท้ายบทที่มีชื่อว่า 7-Eleven พลิกชีวิตใหม่ด้วย “คน”ในหนังสือที่เจ้าตัวเขียนบอกเล่าเส้นทางการสร้างธุรกิจและถ่ายทอดวิธีคิดการบริหาร ซึ่งมีชื่อว่า ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว ตีพิมพ์ครั้งแรก โดยสำนักพิมพ์มติชน ในเดือนกันยายน 2561

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...