โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

จากงานทดลองและวิจัย สู่ความสำเร็จ ทุเรียนกลางกรุง@เกษตรบางเขน ครบรอบ 80 ปี มก.

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 04 ส.ค. 2566 เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2566 เวลา 02.46 น.

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดตัวทุเรียนชุดแรกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 ณ แปลงทดลอง 2 ภายในบริเวณเรือนองุ่น ปวิณ ปุณศรี ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อร่วมแสดงความภาคภูมิใจในความสำเร็จของนักวิชาการและนักวิจัยที่สามารถสร้างผลผลิตการเกษตรทุเรียนในพื้นที่เมือง มก. บางเขน ชุดแรกเป็นครั้งแรกในโอกาสครบรอบ 80 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัย ซึ่งมีรสชาติอร่อย คุณภาพสูงตรงตามพันธุ์ และเปิดโอกาสให้ผู้สนใจร่วมทำบุญสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยการเป็นเจ้าของทุเรียนชุดแรกครั้งแรกอีกด้วย

โครงการปลูกทุเรียนที่ มก. บางเขน เป็นงานทดลองและงานวิจัยของ ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี อาจารย์รัฐพล ฉัตรบรรยงค์ นักวิจัยหลักและเป็นผู้ริเริ่มทดลองปลูกทุเรียนครั้งแรกในปี พ.ศ. 2559 แต่ที่ให้ผลผลิตทุเรียนชุดแรกเป็นต้นที่ปลูกในปี พ.ศ. 2559 จำนวน 1 ต้น และต้นที่ปลูกในปี พ.ศ. 2560 อีก 3 ต้น และมี ผศ.ดร.เจนจิรา ชุมภูคำ นักวิจัยร่วม

โดยอาจารย์ผู้วิจัยทั้งสอง ได้ทดลองปลูกทุเรียนจนกระทั่งค้นพบเทคนิคด้านต่างๆ ทั้งการทดลองพันธุ์ การจัดการดิน ปุ๋ย การป้องกันและกำจัดโรค แมลง การตัดแต่งทรงพุ่ม การจัดการด้านภูมิอากาศ ซึ่งการปลูกทุเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ อาจดูไม่เหมาะสม เนื่องจากต้นทุเรียนเป็นพืชที่ต้องการน้ำค่อนข้างมากและสม่ำเสมอตลอดทั้งปี แต่ไม่ชอบสภาพน้ำขังและชื้นแฉะ การดูแลต้นทุเรียนต้องอาศัยการจัดการดูแลเป็นพิเศษเนื่องจากอุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝน และแสงแดด ส่งผลต่อประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงและระยะเวลาการสะสมอาหารของผลทุเรียน ดังนั้น ผู้ปลูกอาศัยต้องสังเกตแล้วจดบันทึกอายุผล การเปลี่ยนแปลงขนาดของผลและลักษณะภายนอกผล รวมถึงการเคาะฟังเสียง เพื่อใช้เป็นเกณฑ์เก็บเกี่ยวผลผลิตของตนเอง

อาจารย์รัฐพลเริ่มปลูกทุเรียนที่ มก. บางเขน ในปี พ.ศ. 2559 โดยปลูกต้นกล้าทุเรียนที่ซื้อจากจังหวัดจันทบุรี 6 พันธุ์ (ก้านยาว หมอนทอง ชะนี หลงลับแล นกหยิบ และมูซานคิง) ปลูกที่แปลงทดสอบ 2 ผ่านไป 6 เดือน มีเพียงพันธุ์มูซานคิง 1 ต้นที่รอดชีวิต

ปี พ.ศ. 2560 ปลูกด้วยเมล็ดทุเรียนพันธุ์ชะนี พวงมณี และทุเรียนบ้าน (จากภาคใต้) เพาะลงหลุมปลูกทุเรียนต้นเดิมจนมีอายุได้ 5-6 เดือน จึงเริ่มเปลี่ยนยอดให้เป็นพันธุ์การค้าและพันธุ์ที่คาดการณ์ว่าน่าจะมีศักยภาพทางเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งปัจจุบันมีต้นทุเรียน จำนวน 13 ต้น (11 พันธุ์) คือ พันธุ์ทองลินจง หมอนทอง สาลิกา หลงลับแล กบสุวรรณ หนามดำ จันทบุรี 1 มูซานคิง จันทบุรี 4 จันทบุรี 9 และจันทบุรี 3 (ต่อยอดอยู่บนต้นพันธุ์จันทบุรี 9) จำนวนชนิดละ 1 ต้น และต้นตอทุเรียนเพาะเมล็ดที่ยังไม่ได้เปลี่ยนยอด จำนวน 3 ต้น

โดยต้นทุเรียนปลูกอยู่บริเวณเรือนองุ่นปวิณ ปุณศรี ปลูกขนานกับแนวต้นนนทรี ซึ่งมีพื้นที่บางส่วนติดกับคลองระบายน้ำของมหาวิทยาลัย ทำให้พื้นที่บริเวณนี้มีความชื้นค่อนข้างสูง และสภาพดินเป็นดินเหนียวระบายน้ำไม่ดี ฤดูฝนน้ำในคลองระบายน้ำหนุนสูง ทำให้บางช่วงเกิดน้ำท่วมขังบริเวณโคนต้นและราก ส่งผลให้ในช่วงฤดูฝนของ 1-2 ปีแรกต้นทุเรียนจึงเจริญเติบโตช้า โดยแตกใบอ่อนเพียง 1-2 ชุดเท่านั้น เนื่องจากทุเรียนไม่ชอบน้ำขังและชื้นแฉะ ส่วนฤดูแล้งต้นทุเรียนเติบโตได้ดี แตกใบอ่อน 3-4 ชุด ในช่วงฤดูหนาวดวงอาทิตย์คล้อยไปทางทิศใต้แสงอาทิตย์ถูกต้นนนทรีบัง ทำให้ต้นทุเรียนบางส่วนไม่ได้รับแสงส่งผลลบต่อการออกดอกและการติดผลของทุเรียน

ปี พ.ศ. 2563 ต้นทุเรียน 3 พันธุ์ คือ หนามดำ มูซานคิง และจันทบุรี 9 ออกดอกครั้งแรก (อายุ 3 ปี) แต่ไม่ติดผล เนื่องจากต้นมีขนาดเล็กจึงมีอาหารสะสมน้อยและไม่ได้รับแสงเกือบตลอดช่วงฤดูหนาว ยกเว้นช่วงที่ต้นนนทรีผลัดใบ ปี พ.ศ. 2564 ต้นทุเรียนหลายพันธุ์ออกดอกและเริ่มติดผลบ้าง แต่ต่อมาผลส่วนใหญ่ก็หลุดร่วง ผลไหนเติบโตได้ก็ถูกกระรอกกัดกินตั้งแต่ผลอ่อน

ปี พ.ศ. 2565 มีการดูแลการจัดการต้นทุเรียนเป็นพิเศษ โดยดูแลใส่ปุ๋ยทางดินและพ่นทางใบ เพื่อเสริมธาตุอาหารบำรุงต้น บำรุงดอก บำรุงผล ตามลักษณะของต้นทุเรียนที่ปลูกและสภาพแวดล้อม โดยมีรายละเอียดดังนี้

ระยะบำรุงต้น ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-5-20 อัตราต้นละ 200-250 กรัม ในช่วงที่ต้นทุเรียนแตกใบอ่อนแต่ละชุดใส่ปุ๋ย 2 ครั้ง คือยอดเริ่มปริ 1 ครั้ง และช่วงใบเพสลาด 1 ครั้ง ซึ่งห่างกันประมาณ 1 เดือน และใส่ปุ๋ยอินทรีย์ช่วงเดือนพฤษภาคมและกรกฎาคม อัตราต้นละ 2-3 กิโลกรัมต่อครั้ง

ระยะเตรียมต้นก่อนออกดอก ใส่ปุ๋ยเคมีสัดส่วน N-P-K เท่ากับ 1 : 1 : 2 อัตราต้นละ 300-400 กรัม ในระยะที่ใบเพสลาดชุดสุดท้ายก่อนเข้าฤดูหนาว โดยพิจารณาลักษณะต้นทุเรียนแต่ละต้นและสภาพแวดล้อมเป็นหลัก

ปลายเดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2565 ต้นทุเรียนแตกใบอ่อน (ปกติใบชุดสุดท้ายก่อนออกดอกอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน) เนื่องจากอาหารสะสมถูกใช้เลี้ยงใบอ่อนชุดนี้แล้ว อีกทั้งช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ร่มเงาต้นนนทรีบังแดดต้นทุเรียน 80-90 เปอร์เซ็นต์ ทำให้กระบวนการสังเคราะห์แสงเกิดขึ้นได้น้อย จึงต้องดูแลเป็นพิเศษ ให้อาหารเสริมจากภายนอกคือ พ่นซอร์บิทอล+กรดอะมิโน (สารให้พลังงานแก่ต้นทุเรียนสามารถนำไปใช้ได้โดยตรง) ทางใบสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จำนวน 3 ครั้ง และครั้งสุดท้ายผสมปุ๋ยเกล็ดสูตร 0-52-34 ด้วย

ระยะออกดอก เริ่มจากระยะแทงช่อดอก คือ ระยะตาปู-เหยียดตีนหนู ใส่ปุ๋ยทางดิน สูตร 15-0-0 แคลเซียมไนเตรต (calcium nitrate) + 15-15-15 (ผสมอัตราส่วน 1 : 1) ต้นละ 200-250 กรัม ตามขนาดทรงพุ่ม และพ่นบริเวณกลุ่มตาดอกด้วยสูตร 13-0-46 โพแทสเซียมไนเตรต (potassium nitrate) + ธาตุแคลเซียมโบรอน + สาหร่ายทะเลสกัด โดยพ่นซ้ำ 2-3 รอบทุก 5-7 วัน ระยะหัวกำไล พ่นธาตุแคลเซียม (Ca) โบรอน (B) และสังกะสี (Zn) ช่วยบำรุงดอกให้ติดผลดียิ่งขึ้น พ่น 2 ครั้ง ห่างกัน 5-7 วัน

การผสมเกสร ช่วงวันที่ 11-18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 ผศ.ดร.เจนจิรา ชุมภูคำ อาจารย์ประจำภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มก. และนิสิตระดับปริญญาตรี ปี 4 จำนวน 2 คน ช่วยผสมเกสรดอกทุเรียน 4 ต้น คือ พันธุ์กบสุวรรณ หนามดำ มูซานคิง และจันทบุรี 9 โดยแต่งช่อดอกทุเรียนระยะหัวกำไล ให้เหลือ 3-5 ดอกต่อช่อ คัดดอกสมบูรณ์และเริ่มผ่าดอกในระยะดอกขาว ตัดแต่งดอกให้เหลือ 1-3 ดอกต่อช่อ ช่วงเวลา 15.00 น. โดยใช้กรรไกรปลายแหลมตัดกลีบเลี้ยงกลีบดอกให้ความยาวเหลือครึ่งหนึ่ง ตัดเกสรตัวผู้ออกทั้งหมด เหลือแต่เกสรตัวเมีย ช่วงเวลา 19.00 น. ผสมเกสรโดยใช้พู่กันป้ายเกสรตัวผู้ต่างพันธุ์แล้วนำไปป้ายยอดเกสรตัวเมียที่ต้องการผสม ขณะนั้นใช้ละอองเกสรตัวผู้พันธุ์หนามดำ เป็นหลักช่วยผสมเกสร แต่สำหรับพันธุ์หนามดำใช้ละอองเกสรเพศผู้จากพันธุ์จันทบุรี 9 มาผสมเกสร

หลังผสมเกสรแล้วดอกทุเรียนใช้เวลาประมาณ 72 ชั่วโมง การปฏิสนธิจึงเสร็จสมบูรณ์ หลังจากติดผลระยะผลอ่อนอายุ 10-14 วันหลังดอกบานใช้ลวดตาข่ายครอบผลทุเรียนไว้เพื่อป้องกันกระรอกและหนูทำลาย

ระยะหลังดอกบาน พ่นสารกลุ่มออกซิน (NAA) ความเข้มข้น 10 พีพีเอ็ม 1-2 ครั้ง เพื่อช่วยให้ติดผลดีขึ้น และลดการหลุดร่วงของผลอ่อนได้

ระยะบำรุงผล คือ หลังดอกบาน 1 เดือน หรือเมื่อผลมีขนาดเท่าลูกปิงปอง ระยะนี้พ่นปุ๋ยธาตุรองและธาตุเสริมทางใบของทุเรียน และให้ปุ๋ยทางดินสูตรเสมอ เช่น 15-15-15 หรือ 16-16-16 แต่หากช่วงหลังดอกบานถึงผลอายุ 1 เดือนมีฝนตกหนักมากกว่า 1 ครั้ง ให้หลีกเลี่ยงปุ๋ยมีไนโตรเจน (N) สูง เพราะอาจทำให้แตกใบอ่อนได้มากยิ่งขึ้น ควรให้ปุ๋ยมีสัดส่วนฟอสฟอรัส (P) และ/หรือโพแทสเซียม (K) สูง เช่น 8-24-24 หรือ 10-10-20 เพื่อชะลอการแตกใบอ่อนหรือทำให้แตกใบอ่อนน้อยลง

ผลอ่อนอายุ 40-45 วัน ระยะผลทุเรียนเริ่มสร้างเนื้อ ใช้ปุ๋ยมีสัดส่วนโพแทสเซียม (K) สูงกว่าไนโตรเจน (N) เล็กน้อย เช่น 15-5-20 หรือ 12-12-17 ให้ปุ๋ยทางดินจนกว่าผลทุเรียนหยุดพัฒนา ใส่ปุ๋ยทุก 10-15 วัน ระยะนี้ผลทุเรียนพัฒนาขยายขนาดเร็วมาก ต้องการธาตุอาหารเพิ่มขึ้นด้วย ทางใบควรพ่นธาตุรองธาตุเสริม เช่น แคลเซียม (Ca) แมกนีเซียม (Mg) โบรอน (B) ทองแดง (Cu) เหล็ก (Fe) แมงกานีส (Mn) และสังกะสี (Zn) เพื่อช่วยส่งเสริมกระบวนการแบ่งเซลล์ ขยายขนาดเซลล์ และการสังเคราะห์แสงของพืชให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ระยะก่อนเก็บเกี่ยว ผลทุเรียนหยุดการเติบโตก่อนผลจะแก่และสุกร่วงจากต้นประมาณ 3-4 สัปดาห์ ควรให้ปุ๋ยช่วยเพิ่มคุณภาพของผลผลิต หยุดการเจริญของใบอ่อน เป็นปุ๋ยมีสัดส่วนธาตุโพแทสเซียม (K) สูงกว่าไนโตรเจน (N) อย่างน้อย 2 เท่า เช่น 15-5-30 หรือ 10-5-35 และเพิ่มธาตุอาหารที่ช่วยเพิ่มคุณภาพภายในผล และช่วยพัฒนาสีและกลิ่นให้ดียิ่งขึ้น ได้แก่ ธาตุแคลเซียม (Ca) กำมะถัน (S) แมงกานีส (Mn) โบรอน (B) และสังกะสี (Zn) โดยวิธีใส่ทางดินและพ่นทางใบ

การเก็บเกี่ยว ตรวจสอบด้วยทักษะความชำนาญและประสบการณ์คือ ตรวจดูด้วยสายตา ใช้มือสัมผัส เคาะฟังเสียง หรือการชิม ผลทุเรียนแก่เก็บเกี่ยวได้มีลักษณะแตกต่างกันตามสายพันธุ์ ตามการดูแลของเจ้าของสวน และสภาพแวดล้อม

ลักษณะที่บ่งชี้ว่า ผลทุเรียนแก่พร้อมเก็บเกี่ยวได้ เช่น ก้านผลแข็ง สีเข้มเมื่อจับสากมือ ปากปลิงบวมโต ปลายหนามแห้ง สีน้ำตาลเข้ม เปราะหักง่าย ร่องหนามห่าง เมื่อบีบหนามเข้าหากันจะดีดตัวเหมือนมีสปริง เมื่อเคาะผลทุเรียนแก่ได้ยินเสียงโปร่งเพราะมีช่องว่างระหว่างเปลือกกับเนื้อ แต่หากยังไม่มีความชำนาญ ต้องใช้เครื่องมือตรวจสอบ เช่น การวัดน้ำหนักแห้งของเนื้อทุเรียน โดยร้อยละน้ำหนักแห้งขั้นต่ำที่ยอมรับว่ามีระดับความแก่ส่งออกได้ คือ พันธุ์กระดุมทอง 27 เปอร์เซ็นต์ ชะนี 30 เปอร์เซ็นต์ และหมอนทอง 32 เปอร์เซ็นต์ หรือบันทึกอายุผลทุเรียน นับจำนวนวันหลังดอกบาน อายุเฉลี่ยเหมาะสมสำหรับการเก็บเกี่ยวของทุเรียนแต่ละพันธุ์ แต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกันออกไป

การให้น้ำ ทุเรียนเป็นพืชที่ต้องการน้ำค่อนข้างมากและสม่ำเสมอตลอดทั้งปี ต้นที่เพิ่งเริ่มปลูกใหม่ ให้น้ำสม่ำเสมอและพอดี ช่วงฤดูแล้ง ให้น้ำทุก 1-2 วัน ระวังอย่าให้ดินบริเวณใต้ทรงพุ่มและปลายทรงพุ่มแห้งหรือมีน้ำขังแฉะ ให้น้ำโดยใช้ระบบน้ำมินิสปริงเกลอร์ เมื่อต้นทุเรียนเริ่มโตค่อยให้น้ำห่างวันมากขึ้น การให้น้ำที่เหมาะสมกับทุเรียนควรให้สม่ำเสมอและไม่เว้นหลายวันเกินไป

ทุเรียนที่ปลูกในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นอกจากการให้น้ำบริเวณใต้ทรงพุ่มแบบปกติแล้ว ยังมีการให้น้ำพ่นฝอยเหนือทรงพุ่มเพิ่มเข้าไปด้วย โดยเปิดใช้ในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อน โดยให้ในช่วงเวลา 11.00-14.30 น. เพื่อช่วยลดอุณหภูมิและเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ นอกจากนี้ ยังสามารถป้องกันและลดการระบาดของเพลี้ยไฟและไรแดงได้อีกทางหนึ่งด้วย

การป้องกันกำจัดศัตรูพืช ทุเรียนมีศัตรูที่สำคัญ 3 ประเภท คือ วัชพืช แมลงศัตรูพืช และโรคพืช สำหรับวัชพืชใช้การตัดหญ้าร่วมกับการใช้เศษวัชพืชที่ถูกตัดและใบไม้แห้งมาคลุมบริเวณพื้นที่ใต้ทรงพุ่ม วิธีการคลุมโคนด้วยเศษซากพืชนี้เมื่อเน่าเปื่อยแล้วยังให้อินทรียวัตถุและธาตุอาหารกลับคืนสู่ดิน อีกทั้งยังเป็นการสร้างระบบนิเวศของจุลชีพต่างๆ ภายในดินได้อีกด้วย

การป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช ใช้วิธีการตรวจตราอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หากมีเข้าทำลายปริมาณน้อยจะใช้การจับ กับดักแผ่นกาว สารสกัดจากพืชหรือสารชีวภัณฑ์ฉีดพ่น แต่หากไม่สามารถควบคุมได้และแมลงศัตรูชนิดนั้นมีการระบาดเพิ่มขึ้นจึงจะมีการพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดในช่วงเวลาเย็นหรือค่ำของวันหยุดสุดสัปดาห์ ส่วนการป้องกันและกำจัดโรคของทุเรียนโดยเฉพาะโรครากเน่าโคนเน่าและกิ่งแห้งที่เกิดจากเชื้อไฟทอปธอร่าและเชื้อฟิวซาเรียม ควบคุมโดยใช้น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำราดบริเวณพื้นที่ใต้ทรงพุ่ม และหากมีการเข้าทำลายลำต้นหรือกิ่งใช้วิธีการถากเปลือกไม้บริเวณที่ถูกทำลายออก แล้วผสมสารฟอสเอทธิล-อะลูมิเนียม ผสมกับน้ำส้มควันไม้และ/หรือน้ำสกัดจากเปลือกมังคุดทาบริเวณแผล ส่วนโรคใบติดที่ระบาดในช่วงฤดูฝนฉีดพ่นด้วยน้ำสกัดจากเปลือกมังคุด หรือใช้สารเคมีผสมกับสารสกัดจากเปลือกมังคุดก็สามารถเสริมประสิทธิภาพในการควบคุมโรคได้ดียิ่งขึ้น

นับเป็นผลผลิตทุเรียนคุณภาพสูงที่ปลูกในเมืองครั้งแรกชุดแรกที่สร้างสรรค์โดยภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการดูแล อีกทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ขอแสดงความภาคภูมิใจในความสำเร็จกับการปลูกไม้ผลในเมืองครั้งแรกของ มก. ผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทร. 02-561-4891 และ 02-579-0308

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...