TU กับภารกิจ “SeaChange® 2030” ที่ช่วยสร้างความยั่งยืนให้ท้องทะเล
บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เป็นหนึ่งในผู้ผลิตอาหารทะเลชั้นนำของโลกที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ โดยมีโรงงานผลิตรวม 14 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ใน 12 ประเทศทั่วโลก ขณะที่รายได้หลักของ TU นั้นมาจากทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1. อาหารทะเลแปรรูป 2.อาหารทะเลแช่แข็ง และแช่เย็น 3. อาหารสัตว์เลี้ยง และ 4. ผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าและอื่น ๆ ทั้งนี้ ยอดขายส่วนใหญ่ของTU มาจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยตลาดใหญ่ที่สุด คือกลุ่มประแทศแถบอเมริกาเหนือ และฝั่งยุโรป และส่วนที่เหลือเป็นยอดขายในประเทศไทยและภูมิภาคอื่นๆ ปัจจุบันไทยยูเนี่ยนถือได้ว่าเป็นเบอร์ต้นๆ ของโลกทั้งการผลิตอาหารทะเลและผลิตภัณฑ์ปลาทูน่ากระป๋อง รวมถึงในบรรจุภัณฑ์อื่นๆ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปีที่ผ่านมา โดยTU มียอดขายต่อปีเกินกว่า 155,586 ล้านบาท หรือราว 4,438 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแรงงานทั่วโลกกว่า 4 หมื่นคน ที่ทุ่มเทให้กับการบุกเบิกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่สร้างสรรค์และยั่งยืนอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่จะกล่าวถึงคือการที่วันนี้บริษัทสัญชาติไทยที่ยืนอยู่บนเวทีโลกอย่าง “ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป” ได้ประกาศกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญเพื่อจะเข้ามาช่วยเปลี่ยนให้อุตสาหกรรมอาหารทะเลดีขึ้นและยั่งยืนขึ้นความน่าสนใจของกลยุทธ์ SeaChange® 2030 จะเป็นอย่างไร และ “ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป” จะต้องทำอะไรบ้าง รวมถึงผลลัพธ์ที่ได้ออกมาคืออะไร Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ โดย “ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป” ตั้งงบประมาณกว่า 7,200 ล้านบาท ซึ่งจะทุ่มให้กับการทำกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® ไปถึงปี 2573 พร้อมตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงโซ่มูลค่าธุรกิจอาหารทะเล โดยที่บริษัทเองก็บอกว่า นี่เป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่ก็ต้องทำให้สำเร็จให้ได้TU วางกลยุทธ์นี้ก็เพื่อเป็นการดูแลคนและโลกเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้กลายมาเป็นวาระเร่งด่วนของมนุษยชาติ และองค์การสหประชาชาติ ได้ออกมาเตือนการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศบนโลก โดยชี้ว่าโลกเข้าสู่’ยุคโลกเดือด” หรือ Global Boiling แล้วทั้งนี้ ข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า ประชากรโลกกว่า 600 ล้านคน ต้องพึ่งพามหาสมุทรเพื่อใช้เป็นแหล่งอาหาร และใช้ในการประกอบอาชีพ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา ดังนั้นกลยุทธ์ SeaChange® 2030 จึงถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญของ TU คุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ฉายภาพให้เห็นว่าความยั่งยืนคือหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของ TU และกลยุทธ์ SeaChange® เปรียบเสมือนใบอนุญาตที่จะทำให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้ในโลกปัจจุบันโดย คุณธีรพงศ์ เชื่อว่าการดูแลทรัพยากรด้วยความรับผิดชอบถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ก็เพื่อเป็นแหล่งอาหารและอาชีพให้กับประชากรของโลกในรุ่นต่อไป และด้วยวิสัยทัศน์ของTU ในการที่จะก้าวไปเป็นบริษัทอาหารทะเลที่ผู้คนทั่วโลกเชื่อถือมากที่สุด ดังนั้น SeaChange® 2030 จะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้ TU บรรลุวิสัยทัศน์นี้ โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ จากความเปลี่ยนแปลงที่ช่วยกันผลักดัน จะเกิดประโยชน์ไม่เพียงแต่กับบริษัทเท่านั้น แต่คือความยั่งยืนของทุกคนบนโลกโดยกลยุทธ์ SeaChange® 2030 มีภารกิจหลักทั้งหมด 11 ข้อ ที่จะต้องทำเพื่อให้ทุกอย่างบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ได้แก่
1.เส้นทางสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 42 เปอร์เซ็นต์ในขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ภายในปี 2573 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 25932.การทำประมงอย่างรับผิดชอบ 100 เปอร์เซ็นต์ของอาหารทะเลที่จับจากธรรมชาติจะผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ หรือมาจากโครงการปรับปรุงการประมง โดยมีแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านแรงงาน และขยายขอบเขตการทำงานมากกว่าวัตถุดิบปลาทูน่าไปยังสัตว์น้ำอื่น ๆ3.การเพาะเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบ กุ้งเพาะเลี้ยงทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ของเรา จะต้องผลิตขึ้นโดยส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน้อยที่สุด และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติด้านสวัสดิการและสภาพการทำงานของอุตสาหกรรมอาหาร4.การฟื้นฟูระบบนิเวศ: ไทยยูเนี่ยนจะสนับสนุนงบประมาณ 250 ล้านบาท (มากกว่า 7 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพื่อปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศสำคัญ5.เกษตรกรรมที่มีความรับผิดชอบ 100 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุดิบถั่วเหลืองและน้ำมันปาล์มจะได้รับการรับรองว่าปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า ส่วนวัตถุดิบไก่จะได้รับการจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ6.กระบวนการผลิตที่เป็นเลิศ ไทยยูเนี่ยนจะปรับปรุงระบบภายในโรงงานเพื่อลดการปล่อยน้ำเสียเป็นศูนย์ ลดของเสียฝังกลบเป็นศูนย์ และลดการสูญเสียอาหารเป็นศูนย์ ในโรงงานหลักห้าแห่งทั้งในและต่างประเทศ7.งานที่ปลอดภัย มีคุณค่า และเท่าเทียม ไทยยูเนี่ยนยังคงเดินหน้าสร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัย มีคุณค่า ยอมรับความแตกต่างและหลากหลาย มีความเท่าเทียม ให้กับพนักงานทุกคนและยังขยายผลให้ครอบคลุมโดย 50 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริหารองค์กรเป็นผู้หญิง และ100 เปอร์เซ็นต์ของเรือประมงที่จัดหาวัตถุดิบให้บริษัทจะต้องป้องกันไม่ให้เกิดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม และไม่มีแรงงานทาสสมัยใหม่ ส่วน 100 เปอร์เซ็นต์ของฟาร์มสัตว์น้ำที่จัดหาวัตถุดิบให้บริษัทจะต้องดำเนินการตามแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านแรงงาน8.การลดขยะพลาสติกในทะเล ไทยยูเนี่ยนจะจัดการขยะพลาสติก 1,500 ตันไม่ให้ปนเปื้อนสู่แม่น้ำลำคลองและทะเล9.โภชนาการและสุขภาพ: 100 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์ที่เก็บได้ในอุณหภูมิห้อง (เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารบรรจุกระป๋อง) ภายใต้แบรนด์ของบริษัทจะต้องยึดตามแนวทางด้านโภชนาการ และ 100 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์ที่เก็บได้ในอุณหภูมิห้องที่ออกใหม่ทั้งหมดภายใต้แบรนด์ของบริษัท จะต้องส่งเสริมโภชนาการเชิงบวกเพื่อสุขภาพที่ดี10.บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์สินค้าของบริษัท 100 เปอร์เซ็นต์จะต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนภายในปี 2568 และไทยยูเนี่ยนจะสนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ผลิตให้กับคู่ค้าอย่างน้อย 60 เปอร์เซ็นต์ ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน ภายในปี 257311.การเป็นพลเมืองดีของสังคม ไทยยูเนี่ยนจะสนับสนุนงบประมาณจำนวน 250 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือและตอบแทนชุมชนในพื้นที่ที่เราดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีงานบรรเทาสาธารณภัยในช่วงเวลาวิกฤตอีกด้วยการบรรลุเป้าหมายทั้งหมดนี้ จะช่วยลดก๊าซเรือนกระจก จำกัดปริมาณของเสียให้น้อยที่สุด รวมถึงปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างงานที่ปลอดภัย มีคุณค่าและเท่าเทียมให้เกิดขึ้นจริงตลอดห่วงโซ่มูลค่า และเพื่อให้มั่นใจว่าอาหารทะเลที่บริษัทผลิตออกมานั้น เป็นอาหารทะเลที่ยั่งยืน ซึ่งจะทำให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้น