“โรงแรม” ตั้งรับไฮซีซั่น รับแรงงานขาดกระทบคุณภาพบริการ
ธุรกิจโรงแรมอยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงานมาตั้งแต่เปิดประเทศเมื่อปลายปี 2564 กระทั่งวันนี้ประเด็นการขาดแรงงานในภาคบริการ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมก็ยังคงเป็นปัญหาหลัก โดยเฉพาะแรงงานในระดับปฏิบัติการ รวมถึงแรงงานที่มีทักษะที่จะเสริมให้ภาคบริการของไทยกลับมามีเสน่ห์ความเป็นไทย
โดยนอกจากแรงงานเดิมที่กลับไปทำงานในภูมิลำเนาเดิมแล้วไม่ยอมกลับมา แรงงานส่วนหนึ่งยังหนีไปทำงานต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมาก เพราะต่างประเทศก็ขาดแคลนและต้องการบุคลากรเช่นกัน
“แรงงาน” ปัญหาใหญ่โรงแรม
“ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล” เจ้าของ ในฐานะผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการกลุ่มโรงแรมในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ที่บอกว่า ปัจจุบันกลุ่มเคป แอนด์ แคนทารีฯ มีโรงแรมในเครือกระจายอยู่ทุกภาคของประเทศ 23 โรงแรม รวม 4,100 ห้อง ประกอบด้วย ภาคตะวันออก 11 โรงแรม ภาคกลาง 4 โรงแรม ภาคใต้ 6 โรงแรม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 โรงแรม และภาคเหนือ 1 โรงแรม
ปัจจุบันปัญหาเรื่องแรงงานยังเป็นปัญหาใหญ่ของธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่องมาตั้งแต่เปิดประเทศ ทุกโรงแรมประสบปัญหาพนักงานเปลี่ยนงานสูง มีการแข่งขันด้านค่าตอบแทนเพื่อแย่งพนักงานมาอย่างต่อเนื่อง
“ถึงวันนี้เราก็เจอปัญหาเรื่องแรงงานอยู่เหมือนเดิม ขนาดในช่วงโลว์ซีซั่นก็ยังเจอปัญหาเรื่องขาดแรงงาน จึงเชื่อว่าปัญหาขาดแรงงานในธุรกิจโรงแรมจะยิ่งรุนแรงมากกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ และเป็นปัญหาที่แก้ยาก เพราะแรงงานเดิมบางส่วนไม่ได้กลับเข้าสู่ระบบ”
รับกระทบมาตรฐานบริการ
เช่นเดียวกับแหล่งข่าวจากผู้ประกอบการโรงแรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือรายหนึ่งที่ให้ข้อมูลว่า โรงแรมในต่างจังหวัดมีปัญหาเรื่องแรงงานมาตลอด แม้แต่ในช่วงโลว์ซีซั่น โดยแรงงานที่เข้ามาส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานใหม่ พอผ่านงานได้ 5-6 เดือนก็จะย้ายไปอยู่โรงแรมที่เป็นเชนขนาดใหญ่ เนื่องจากได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่ากันหมด
ขณะเดียวกันยังมีโรงแรมใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่วนใหญ่โรงแรมเปิดใหม่ก็จะใช้วิธีดึงคนจากโรงแรมขนาดเล็ก ยิ่งทำให้แรงงานที่วิกฤตอยู่แล้ว ยิ่งวิกฤตมากขึ้น
แรงงานไหลซบ “รายใหญ่”
สอดรับกับ “ธเนศ ศุภรสหัสรังสี” กรรมการผู้จัดการ เครือโรงแรมซันไชน์ พัทยา บอกกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธุรกิจโรงแรมในพื้นที่พัทยายังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยประเมินว่ามีแรงงานหายไปจากระบบราว 50% จากก่อนสถานการณ์โควิด ซึ่งโรงแรมขนาดใหญ่สามารถจ่ายค่าแรงให้กับแรงงานได้สูงกว่าโรงแรมขนาดเล็ก ทำให้แรงงานไหลไปยังโรงแรมที่มีขนาดใหญ่ โรงแรมเล็กที่มีปัญหาขาดแคลนแรงงานอยู่แล้วยิ่งหนักกว่าเดิม
“โรงแรมแย่งตัวแรงงานกันหลายแห่งใช้วิธีการจ้างพนักงานชั่วคราวมาทำงานในวันหยุด อัตราค่าจ้างชั่วคราวพุ่งสูงขึ้นไปถึง 600-700 บาทต่อวัน บางครั้งก็ยังหาแรงงานไม่ได้ และฝั่งแรงงานเองก็เลือกไปโรงแรมขนาดใหญ่ คนที่กระทบหนักคือโรงแรมขนาดเล็ก”
คาด “ไฮซีซั่น” กระทบหนัก
“ธเนศ” บอกว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการหาทางออกกันทุกทาง เช่น ดึงแรงงานจากจังหวัดใกล้เคียง จ้างงานนักศึกษาที่เคยเข้ามาฝึกงาน โดยในส่วนของโรงแรมในเครือซันไชน์ ปัจจุบันใช้วิธีการโยกพนักงานจากโรงแรมในเครือที่มีอัตราการเข้าพักน้อยไปช่วยงานในโรงแรมที่มีอัตราการเข้าพักมาก แต่หากเข้าสู่ช่วงที่แขกเข้าพักเยอะมากขึ้นก็เป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง
“ถ้านักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น จีน กลับมาเป็นปกติ หรือเข้าสู่ไฮซีซั่น ปัญหาขาดแคลนแรงงานอาจทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นไปอีก ซึ่งต้องยอมรับผลกระทบเรื่องการให้บริการลูกค้า”
เช่นเดียวกับ “มาริสา สุโกศล หนุนภักดี” นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) ที่ให้ข้อมูลกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้สถานการณ์การขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมโรงแรมในปัจจุบันเริ่มคลี่คลายดีขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (low season) อัตราการเข้าพักในโรงแรมยังอยู่ในอัตราที่ต่ำ ความต้องการแรงงานในช่วงเวลานี้จึงลดลง แต่ประเมินว่าปัญหาการขาดแคลนแรงงานน่าจะกลับมาอีกครั้งในช่วงไฮซีซั่นไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
โดยเฉพาะกลุ่มเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ อย่างไรก็ตาม แต่ละโรงแรมประสบปัญหาแตกต่างกันไป ซึ่งโรงแรมระดับ 5 ดาว อาจมีผลกระทบน้อยกว่ากลุ่มโรงแรมขนาด 3-4 ดาว
“มาริสา” มองว่า ปัญหาขาดแคลนแรงงานอาจส่งผลกระทบต่อการบริการในช่วงไฮซีซั่นนี้ แต่โรงแรมก็ต้องปรับตัวด้วยการปรับวิธีการจ้างแรงงาน ทั้งการจ้างพนักงานรายวัน โดยปรับอัตรารายได้สูงขึ้น จ้างแรงงานพาร์ตไทม์มากขึ้น จ้าง outsource รวมไปถึงการจ้างแรงงานต่างด้าว
แรงงานเชี่ยวชาญหายาก
โดยประเภทแรงงานที่ขาดแคลน คือ กลุ่มแรงงานระดับปฏิบัติการ เช่น คนสวน ฯลฯ และพบว่าแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญหายากมากขึ้น เช่น เซลส์โรงแรมที่มีประสบการณ์ พนักงานครัวที่มีทักษะสูง ส่วนพนักงานที่ต้องใช้ทักษะภาษาต่างประเทศพบว่า มีการเปลี่ยนงาน (turnover rate) ที่สูงมาก
“ที่ผ่านมาโรงแรมแก้ปัญหาโดยการให้พนักงานช่วยงานข้ามแผนก ทำให้ยังพอประคับประคองสถานการณ์ไปได้”
ทั้งนี้ เพื่อดึงดูดให้แรงงานเข้าสู่ระบบมากขึ้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำเป็นต้องเร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียนนักศึกษาที่จะกำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานให้มีความมั่นใจในเส้นทางการทำงานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพราะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยยังมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาศักยภาพแรงงานไทยเพื่อให้ก้าวสู่ตำแหน่งระดับผู้จัดการ-ผู้บริหาร
ดึงนักศึกษาเข้าสู่ระบบแรงงาน
สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวนี้ กรรมการผู้จัดการเครือโรงแรมซันไชน์ พัทยา ให้ข้อมูลว่า การดึงแรงงานเข้าสู่ระบบของธุรกิจโรงแรมมีความท้าทายจากลักษณะงานที่ต้องการพนักงานที่เข้าใจในหน้าที่ที่รับผิดชอบ รวมถึงมีทักษะด้านภาษา
บวกกับปัจจุบันมีนักเรียนนักศึกษาเรียนในสายงานด้านธุรกิจการท่องเที่ยวน้อยลง จึงอยากเสนอให้แก้ปัญหาด้วยการเปิดคอร์สการเรียนระยะสั้น เพื่อดึงดูดนักเรียน-นักศึกษาที่มีความรู้ด้านภาษาให้เข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ได้
รวมไปถึงเปิดโอกาสให้มีการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เพราะหากรอให้นักเรียน-นักศึกษาเรียนจบ อาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ทั้งนี้ จำเป็นต้องมีการพูดคุยระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงแรงงาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ชงเปิดรับแรงงานต่างชาติเสริม
ขณะที่นายกสมาคมโรงแรมไทยประเมินว่า ในปี 2567 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยจะฟื้นตัวกลับมาใกล้เคียงกับสถิติในปี 2562 ก่อนการระบาดของโควิด-19 ซึ่งจะส่งผลด้านความมั่นใจต่ออุตสาหกรรมแก่บุคลากรรุ่นใหม่ที่กำลังจะจบการศึกษาและที่กำลังศึกษาอยู่
นอกจากนี้ ด้วยจำนวนประชากรวัยแรงงานของไทยมีแนวโน้มลดลง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐต้องขยายตลาดแรงงานออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเสนอให้ภาครัฐขยายกรอบความร่วมมือดังกล่าวเพิ่มเติมกับประเทศฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย
เนื่องจาก 2 ประเทศนี้มีประชากรจำนวนมาก รวมถึงปรับปรุงกฎหมายกรอบอัตราเงินเดือนขั้นต่ำของแรงงานต่างชาติ จากเดิมที่ไทยมีกรอบความร่วมมือด้านแรงงานกับเมียนมา ลาว กัมพูชา ไปแล้ว
พร้อมย้ำว่า ด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องรณรงค์ให้แรงงานเข้าสู่ธุรกิจโรงแรม และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว เพราะนอกจากจะเป็นการแก้ปัญหาขาดแรงงานในประเทศแล้ว ยังเป็นการรับมือกับกระแสการแย่งตัวแรงงานไทยไปต่างประเทศด้วย