โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โดนเท ! สายการบิน MyAirline หยุดบินวันนี้ อ้างประสบปัญหาการเงิน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ต.ค. 2566 เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2566 เวลา 03.33 น.

ผู้โดยสารเคว้ง ! โดนเทกันถ้วนหน้า สายการบิน MyAirline โลว์คอสต์น้องใหม่จากมาเลเซีย ประกาศหยุดบิน หลังเปิดให้บริการไม่ถึงปี อ้างประสบปัญหาด้านการเงิน ขออภัยผู้โดยสาร-ผู้มีส่วนได้เสียทุกคน

วันที่ 12 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สายการบินมายแอร์ไลน์ (MyAirline : Z9) ประกาศหยุดให้บริการทำการบินทุกเส้นทาง อ้างเหตุผลประสบปัญหาด้านการเงิน สายการบินได้เผยแพร่แถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก “MyAirline” โดยระบุว่า มายแอร์ไลน์ประกาศระงับการปฏิบัติการ

มายแอร์ไลน์รู้สึกเสียใจที่จะแจ้งให้ทราบถึงการระงับการปฏิบัติการบินชั่วคราว (Suspension) ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการประกาศอีกครั้ง การตัดสินใจที่ยากลำบากนี้ เกิดจากแรงกดดันด้านการเงินอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ต้องยกเลิกการให้บริการระหว่างการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นและการเพิ่มทุนของสายการบิน

แถลงการณ์จากคณะกรรมการบริหารสายการบิน ระบุว่า สายการบินเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขออภัยต่อการตัดสินใจในครั้งนี้ เราเข้าใจถึงผลกระทบต่อผู้โดยสารผู้ภักดี พนักงานที่ทุ่มเทและพันธมิตรของสายการบิน เราได้ทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อเสาะหาความร่วมมือต่าง ๆ และแนวทางการระดมทุนเพื่อเลี่ยงการหยุดทำการบินนี้ เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่ข้อจำกัดด้านเวลาบีบบังคับให้เราต้องเลือกหยุดปฏิบัติการบิน

ทั้งนี้ เราเข้าใจถึงความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และเรามุ่งมั่นที่จะสนับสนุนคุณผ่านสถานการณ์นี้ โปรดติดต่อเราที่ customercare@myairline.my และทีมสนับสนุนของเราจะพร้อมให้ความช่วยเหลือ

ในระหว่างนี้ เราขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ อย่ามุ่งหน้าไปสนามบิน และหาทางเลือกอื่นในการเดินทางไปยังจุดหมายของตน

คณะกรรมการ ผู้ถือหุ้น และพนักงาน MyAirline จะทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อกลับมาดำเนินการโดยเร็วที่สุด แต่ในตอนนี้เรายังไม่สามารถกำหนดเวลาใด ๆ ได้

“เราขออภัยอย่างจริงใจอีกครั้งสำหรับความไม่สะดวกและปัญหาใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการหยุดปฏิบัติการบินนี้ และจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่ออัพเดตข้อมูลเมื่อมีความพร้อม”

เครื่องบินแบบแอร์บัส เอ320 สายการบินมายแอร์ไลน์ MyAirline

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 14.50 น. ของวันที่ 12 ตุลาคม ตามเวลาในประเทศไทย สายการบิน มายแอร์ไลน์ (MyAirline) ได้ออกแถลงการณ์อีกฉบับ โดยอัพเดตสถานการณ์การยุติการทำการบินชั่วคราว ระบุว่า สายการบินขอแสดงความเสียใจที่ไม่ได้จัดสรรเวลาอย่างเพียงพอ สำหรับผู้โดยสารที่ติดค้างอยู่ที่สนามบิน

แถลงการณ์จากคณะกรรมการบริหาร ระบุว่า เราทราบถึงความโกรธและความไม่พอใจของผู้โดยสารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย สายการบินมายแอร์ไลน์ยอมรับต่อความล้มเหลวนี้อย่างตรงไปตรงมา (unequivocally admits) ต่อการประกาศอย่างกะทันหัน

คณะกรรมการบริหารและทุกคนที่มายแอร์ไลน์ขออภัยต่อผู้โดยสารทุกคน กระทรวงการคมนาคมแห่งประเทศมาเลเซีย บริษัทท่าอากาศยานแห่งมาเลเซีย (Malaysia Airports Holdings Berhad), ท่าอากาศยานไทย (AOT), คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการการบินแห่งมาเลเซีย (MAVCOM), สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศมาเลเซีย (CAAM), สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) รวมถึงทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ เราขอบคุณสำหรับความเข้าใจของคุณ

เนื่องจากปัญหาด้านการเงินในปัจจุบัน มายแอร์ไลน์ไม่สามารถเสนอทางเลือกในการกู้คืนการให้บริการแก่ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบซึ่งอยู่ที่สนามบินได้ทันที

อย่างไรก็ดี เราขอแนะนำผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบทุกราย ติดต่อตัวแทนของสายการบินได้ที่ customercare@myairline.my ตั้งแต่เวลา 07.00-00.00 น. เพื่อเริ่มต้นกระบวนการคืนเงิน

เราขอใช้โอกาสนี้ ขอแสดงความขอบคุณแก่สายการบินแอร์เอเชีย, บาติกแอร์, กลุ่มมาเลเซียแอร์ไลน์ส และบริษัทท่าอากาศยานแห่งมาเลเซีย สำหรับการช่วยเหลือผู้โดนสารที่ได้รับผลกระทบในระหว่างนี้

ปัจจุบัน มายแอร์ไลน์อยู่ระหว่างการสำรวจทุกเส้นทางเพื่อให้สามารถกลับมาให้บริการได้อีกครั้ง เราใคร่ขอความอดทนอดกลั้นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ในระหว่างที่เราประเมินทุก ๆ ทางเลือก

มายแอร์ไลน์จะยังคงทำการอัพเดตข้อมูลต่อไปเมื่อมีข้อมูลดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2566 “ประชาชาติธุรกิจ” เคยได้สัมภาษณ์นายเรเนอร์ เทียว เคง ฮอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของสายการบิน MyAirline (มายแอร์ไลน์) โดยครั้งนั้น ผู้บริหารรายนี้ให้ข้อมูลว่า สายการบินเกิดขึ้นในยุคโควิด-19 โดยสายการบินใช้โอกาสช่วงโควิด “ล็อกต้นทุน” ในระยะยาว ทำให้ได้เปรียบคู่แข่งรายอื่น

โดยสายการบินได้เริ่มทำการบินแรกเมื่อ 1 ธันวาคม 2565 และเริ่มทำการบินเส้นทางสู่ประเทศไทยเที่ยวบินแรกในวันที่ 28 มิถุนายน 2566 จากนั้นสายการบินได้ให้บริการเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองสู่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ในครั้งนั้นผู้บริหารมายแอร์ไลน์ให้สัมภาษณ์ว่า สายการบินมีแผนขยายเส้นทางบินสู่จุดบินอื่น ๆ ในไทย เช่น ภูเก็ต กระบี่ และเชียงใหม่ ภายในสิ้นปี 2566 นี้ จากนั้นเตรียมพิจารณาเพิ่มเที่ยวบินสู่อินโดนีเซีย เวียดนาม จีน และอินเดีย ส่วนในอนาคต 3-5 ปี อาจพิจารณาเปิดทำการบินเส้นทางอินเดียเพิ่มเติม เกาหลีใต้และออสเตรเลีย และที่สำคัญคือ เตรียมขยายฝูงบินเป็น 80 ลำ ในปี 2570 (ค.ศ. 2027)

เมื่อสอบถามว่า สายการบินในเอเชียต่างสั่งซื้อเครื่องบินจำนวนมหาศาล แนวทางดังกล่าวจะนำไปสู่ปัญหาอุปทานส่วนเกิน (Oversupply) ในภาคการบินหรือไม่ ผู้บริหารรายนี้ตอบว่า ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าซัพพลายเครื่องบินยังไม่มากจนเกินไป ภูมิภาคอาเซียนมีประชากรกว่า 600 ล้านคน หากรวมประเทศรอบ ๆ อาเซียน ประชากรย่อมมีมากกว่านั้น ภูมิภาคอาเซียนจึงยังมีโอกาสและมีศักยภาพในการขยายตัว

“เราไม่ได้มองแค่ตลาด 2-3 ประเทศ แต่เรามองไกลมากกว่านั้น ดังนั้น แผนการสั่งซื้อเครื่องบินดังกล่าว จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”

สำหรับเรเนอร์ เทียว “เรเนอร์ เทียว” เริ่มต้นจากการทำงานกับสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส (Malaysia Airlines) ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยแผนกสำรองที่นั่งและออกบัตรโดยสาร จากนั้นได้ร่วมงานกับบริษัท Abacus Distribution Systems (Malaysia) Sdn Bhd ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ และเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยแผนกการรับรองเอเย่นต์ที่สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ในระหว่างปี 2536-2547

ต่อมาในระหว่างปี 2547-2562 “เรเนอร์” ได้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าแผนกฝ่ายขายและการจัดจำหน่ายที่บริษัท AirAsia Group Berhad ก่อนที่จะร่วมงานกับสายการบินไทยเวียตเจ็ทแอร์ ในตำแหน่งที่ปรึกษาเชิงพาณิชย์ในเดือนธันวาคม 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...