โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ-อดีตคณบดีนิติฯ มธ.' แจงเหตุผลที่ไม่อาจใช้ 'Confidence & Supply' กับการเมืองไทย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 ส.ค. 2566 เวลา 03.55 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2566 เวลา 03.55 น.

‘แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ-อดีตคณบดีนิติฯ มธ.’ แจงเหตุผลที่ไม่อาจใช้ ‘Confidence & Supply’ กับการเมืองไทย

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โพสต์เฟซบุ๊ก “Sakesit Yaemsanguansak” เกี่ยวกับเรื่อง “Confidence and supply” โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ช่วงนี้มีนักวิชาการคนหนึ่งออกรายการต่างๆ พูดเรื่องหลัก “Confidence and supply” แต่กลับอธิบายแบบครึ่งๆ กลางๆ บิดเหมือนคนแกล้ง ทำเป็นไม่เข้าใจ [หรือเพราะไม่เข้าใจ?] สาระสำคัญของสิ่งนี้จริงๆ

‘ข้อตกลงการให้ความไว้วางใจและการผ่านงบประมาณจากฝ่ายค้าน’ หรือ Confidence and Supply Agreement สิ่งนี้มีอยู่จริง แต่การที่พรรคฝ่ายค้านใด (หรือที่กำลังจะเป็นฝ่ายค้านใด) จะให้ Confidence and supply แก่พรรคฝ่ายรัฐบาลนั้น

สาระสำคัญประการแรก อยู่ที่ความสอดคล้องกันหรือไปในทิศทางเดียวกันของแนวทางทางการเมืองในประเด็นนั้น ๆ ข้อนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ จะยกหลัก Confidence and supply มาพูดให้พรรคการเมืองใดปฏิบัติ โดยละเลยส่วนนี้ได้

ดังนั้น คำถามที่ต้องพิจารณาคือ แนวทางทางการเมืองของเพื่อไทยขณะนี้ ยังเป็นแนวทางเดิมกับเพื่อไทยในช่วงก่อนการเลือกตั้ง-ก่อนการขับก้าวไกล หรือไม่? เพราะเป็นที่แน่นอนว่า ในช่วงระหว่างหาเสียง-หลังทราบผลเลือกตั้งไม่นาน แนวทางหลายประการของเพื่อไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับก้าวไกลจริง ทั้งการมองว่า 112 เป็นปัญหา การมองประเด็นนิรโทษกรรมคดีการเมือง การสนับสนุนปฎิรูปกองทัพ การจะไม่จับมือพรรคฝ่ายรัฐบาลเดิม ฯลฯ
แต่คำถามคือ เพื่อไทยขณะนี้ยังมีทิศทางทางการเมืองแบบเดิม ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกับก้าวไกล หรือพร้อมที่จะกลับมายืนอยู่บนแนวทางเดิม หรือไม่? ถ้าไม่ จะมาอ้างเรื่องหลัก Confidence and supply ได้อย่างไร

ประเด็นที่ 2 Confidence and supply มีลักษณะเป็นข้อตกลงหรือพันธสัญญาที่ต้องให้แก่กันระหว่างพรรค ดังนั้นความหนักแน่นน่าเชื่อถือของพันธะจึงสำคัญ คำถามคือ ถ้าเพื่อไทยอยากได้ Confidence and supply จากก้าวไกลจริง เพื่อไทยจะกล้าทำหรือเสนอข้อตกลงไม่คืนคำต่อประชาชนหรือไม่ เช่น

(1) หลังได้รับเสียงโหวตเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว จะไม่ดึงพรรคพลังประชารัฐกับพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือ ส.ส. จากพรรคเหล่านั้นร่วมรัฐบาล

(2) จะให้เกิดกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดย สสร. จากการเลือกตั้ง ภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดชัด แล้วจะยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนทันที

(3) จะแก้ไขปัญหา ‘การบังคับใช้’ 112 และจะไม่ขัดขวางการนำประเด็นแก้ไขเข้าสภา

(4) จะผลักดันการปฎิรูปกองทัพในส่วน…

(5) จะให้เสียงสนับสนุนการนิรโทษกรรมคดีการเคลื่อนไหวทางการเมือง

(6) … ฯลฯ

ที่ยกมาเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งอื่นไกล แต่เป็นแนวทางทางการเมืองเดิม ที่เพื่อไทยเคยสัญญาไว้ระหว่างการหาเสียงทั้งสิ้น

ถ้าพิจารณาเฉพาะข้อเสนอ Confidence and supply ถ้าเพื่อไทยกลับมายืนอยู่ในจุดยืนเดิม ดังสัญญาที่เคยไว้แก่ประชาชนก่อนการเลือกตั้ง กระบวนการพิจารณาให้เกิด Confidence and supply ก็จะมีความเป็นไปได้

ไม่ใช่เสนอแบบจะให้ก้าวไกลตีเช็คเปล่า ยอมให้ Confidence and supply ในการตั้งรัฐบาลแก่เพื่อไทย ในขณะที่ไม่มีอะไรการันตีได้เลย ว่าพรรคเพื่อไทยจะปฎิบัติตามพันธสัญญาหรือแนวทางทางการเมืองที่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะในสภาวะที่พรรคเพื่อไทยตระบัดสัตย์รายวัน เสียเครดิตจนมีสภาพเป็นพวกล้มละลายทางความน่าเชื่อถือไปแล้วอย่างในขณะนี้—ใครที่ไหนเขาจะกล้าเชื่อน้ำคำทำพันธสัญญาด้วย

ประเด็นที่ 3 ซึ่งสำคัญมากคือ Confidence and supply ผูกโยงกับเรื่องการคานอำนาจกันในสภาผู้แทนราษฎร และเกี่ยวข้องกับการตั้ง ‘รัฐบาลเสียงข้างน้อย’

กล่าวคือ Confidence and supply จะถูกหยิบยกขึ้นมาเมื่อฝ่ายที่ต้องการจะตั้งรัฐบาล ไม่สามารถรวมเสียงได้มากพอ และ ***ดูท่าจะไม่สามารถหาเสียงร่วมรัฐบาลเพิ่มได้อีก ดังนั้นเพื่อการตั้งรัฐบาลให้ได้ พวกเขาจึงเลือกที่จะทำข้อตกลงกับพรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล—ไม่ว่าจะไม่ร่วมด้วยเหตุใดก็ตาม ว่าจะนำประเด็นของพรรคเหล่านั้นมาขับเคลื่อน ยอมสนับสนุนการผ่านกฎหมาย ยอมปรับแนวทางหรือมีแนวทางทางการเมืองในประเด็นที่ตกลงกันไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้การตั้งรัฐบาลสำเร็จลุล่วง

คำถามคือ สิ่งนี้ผูกโยงกับการคานอำนาจอย่างไร?

คำตอบคือ ก็เพราะ Confidence and Supply Agreement ถือเป็นเสาค้ำยันที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้รัฐบาลเสียงข้างน้อยยังเป็นรัฐบาลอยู่ได้ หากวันใดที่รัฐบาลไม่ปฎิบัติตามข้อตกลง พรรคฝ่ายค้านก็สามารถที่จะไม่ให้การสนับสนุนอีกต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการล้มของรัฐบาลได้ทันที ดังนั้น รัฐบาลจึงจำเป็นต้องรักษาสัญญา เพื่อให้ Confidence and Supply จากพรรคฝ่ายค้านนั้นยังคงอยู่ และด้วยเหตุนี้ Confidence and Supply จึงแทบไม่มีความสำคัญเลยสำหรับรัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก

สิ่งที่ต้องพิจารณาต่อคือ สำหรับในการเมืองไทยขณะนี้ การให้ Confidence and Supply ของก้าวไกลจะสามารถมีส่วนผูกมัดการปฏิบัติตามพันธสัญญาของเพื่อไทยได้หรือไม่? ในเมื่อแท้ที่จริง พรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่ในสภาพทางตันที่จะไม่สามารถหาเสียงร่วมรัฐบาลเพิ่มได้ ทั้งพลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ และบางส่วนของประชาธิปัตย์ พร้อมที่จะเข้าร่วมรัฐบาล ขณะที่เพื่อไทยก็พร้อมที่จะเปิดต่อพรรคเหล่านั้น และภูมิใจไทยก็มีเงื่อนไขการร่วมรัฐบาลว่า จะไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยเด็ดขาด

ดังนั้น การให้ Confidence and Supply ของก้าวไกลจะต่างอะไรกับการโหวตให้เปล่า เนื่องจากปราศจากองค์ประกอบของ ‘การคานอำนาจ’ ที่เป็นไปได้ ซึ่งสำคัญต่อการรักษาข้อตกลงให้ถูกปฎิบัติตาม —เหล่านี้คือสาระสำคัญที่ไม่ถูกเน้นย้ำ

ดังนั้น สำหรับนักวิชาการท่านหนึ่ง ที่เที่ยวไปออกรายการต่าง ๆ แล้วพูดเรื่องหลัก “Confidence and supply” ขอความกรุณา พูดอธิบายอะไรให้มันครบถ้วนรอบด้าน อย่าละเลยสาระสำคัญ เพราะไม่ใช่ว่าในบ้านเมืองเราจะไม่มีใครรู้จักสิ่งนี้ และเวลาคนที่เขารู้ เขาได้ฟังสิ่งที่ท่านพูด คนเขาจะขำเอานะครับ !!

ขณะที่ นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) โพสต์ข้อความในทิศทางเดียวกันผ่าน เฟซบุ๊ก “Panat Tasneeyanond” เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2566 โดยระบุว่า ถ้าเป็นแบบรัฐสภาอังกฤษ รัฐบาลเสียงข้างน้อย (Minority Government คือรัฐบาลที่จัดตั้งโดยพรรคการเมืองที่มีเสียงในสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุด แต่ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนส.ส.ทั้งหมดของสภาฯ) อาจทำข้อตกลงกับพรรคการเมืองอื่นให้ช่วยลงคะแนนสนับสนุนในกรณีที่จะถูกลงมติไม่ไว้วางใจ โดยพรรคดังกล่าวไม่ต้องเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วย ตามประเพณีปฏิบัติ Confidence and Supply

แต่ในกรณีของไทยเรา ปัญหาอยู่ที่การให้ส.ว.มีอำนาจลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย จึงไม่อาจนำประเพณีปฏิบัติ C&S ของอังกฤษดังกล่าวมาใช้กับกรณีของเราที่กำลังเป็นปัญหาอยู่นี้ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...