โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

NFT1 บริษัท NFT สัญชาติไทย ที่อยากผลักดันศิลปะและศิลปินไทยไปสู่สายตาคนทั่วโลก

a day magazine

อัพเดต 01 ก.ค. 2564 เวลา 17.30 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2564 เวลา 17.16 น. • ปวีณ์กานต์ อินสว่าง

“เราอยากให้คนได้เห็นศักยภาพของคนบ้านเราว่าทำอะไรได้ เราไม่ใช่ประเทศที่ธรรมดา ประเทศนี้มีคนที่มีสกิล คนที่เป็นซูเปอร์ฮีโร่อยู่เยอะมาก แต่เขากลับไม่ได้แสดงงานออกไปให้คนเห็นถึงความสามารถ ซึ่งมันน่าเสียดาย ผมเลยอยากหาวิธีทำให้วงการศิลปะบ้านเราเติบโตได้มากขึ้น” 

คือความตั้งใจของ นีโน่–เกริก ชาญกว้าง โปรดิวเซอร์เพลงมากความสามารถ พ่วงด้วยตำแหน่งผู้บริหารค่าย HYPE TRAIN ที่อยากผลักดันศิลปะในไทยให้ไปถึงสายตาคนทั่วโลก เขาจึงคิดพาศิลปินหลากวงการเข้าสู่การทำงานศิลปะในรูปแบบดิจิทัลหรือ NFT (Non-Fungible Token) ดูแล NFT1 ร่วมกันกับ Stéphane Panyasiri CEO บริษัทผู้มีประสบการณ์ในวงการเกมและคร่ำหวอดในวงการสกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency) ให้ความคิดที่อยากจะปลดแอกศิลปะเกิดขึ้นจริง

เพราะมองว่า NFT หรือระบบเหรียญดิจิทัลที่มีความเฉพาะตัวที่ไม่สามารถทำซ้ำ คัดลอก รวมทั้งทดแทนหรือแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นได้ อาจเป็นทางรอดสำหรับศิลปินในบ้านเมืองที่น้อยคนนักจะเห็นค่าของศิลปะ โดยกลไกสำคัญของ NFT คือการใช้เทคโนโลยี Blockchain หรือระบบการเก็บข้อมูลที่ไม่มีตัวกลาง ทำให้ข้อมูลที่ถูกส่งเข้าระบบนี้ได้รับการปกป้อง และระบุให้รู้ชัดเจนว่าใครเป็นเจ้าของและมีสิทธิในข้อมูลตัวจริง

ผู้คนส่วนมากจึงนิยมนำเทคโนโลยีที่ว่านี้มาใช้กับงานสร้างสรรค์อย่างภาพถ่าย เพลง วิดีโอ รูปวาด หรือกระทั่งโมเมนต์การชู้ตบาสของเหล่านักกีฬา NBA เพราะมูลค่าของ NFT แต่ละชิ้นจะขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ผลิตผลงานและผู้ซื้อ เหมือนเป็นการซื้อและสะสมงานศิลปะที่ผู้ซื้อมีสิทธิในการครอบครอง แต่หากอยากเก็บไว้หรืออยากขายต่อก็ประเมินได้ตามความพอใจ

NFT1 nanake

YOUNGOHM, MAMAFAKA, Art of Hongtae, น้าเน็ก, ชาติฉกาจ ไวกวี, แต้ว ณฐพร, Phannapast, และ 4EVE คือรายชื่อแรปเปอร์ ศิลปิน นักวาดภาพประกอบ พิธีกร ช่างภาพ นักแสดง และกระทั่งนักร้องเกิร์ลกรุ๊ปที่ NFT1 ตั้งใจประกาศให้เห็นว่านี่คือศิลปะในแบบที่พวกเขาสนใจ และพร้อมจะปล่อยสู่สายตาคนทั่วโลกเป็นกลุ่มแรก

ต่อให้ไม่เคยศึกษาคริปโตฯ โทเคน หรือระบบบล็อกเชนมาก่อนก็ไม่เป็นไร เพราะต่อไปนี้คือบทสนทนาที่ว่าด้วยความเป็นไปได้ของวงการศิลปะไทยภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ สกุลเงินใหม่เท่านั้นเอง

ตามไปฟังสเตฟานผู้เป็น CEO และนีโน่ในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ NFT1 บอกเล่าถึงศักยภาพของคนไทยที่พวกเขามองเห็น ความเป็นไปได้ที่อาจพลิกวงการศิลปะไทย และอีกมากมายที่อยู่เบื้องหลังบริษัทนี้

NFT1 portrait

ทั้งๆ ที่คนส่วนใหญ่ในบ้านเราดูจะยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่อง cryptocurrency หรือกระทั่ง NFT มากนัก อะไรจุดประกายให้คุณตั้ง NFT1 ขึ้นมา

นีโน่ : ต้องยอมรับว่าโควิด-19 ทำให้อาชีพอย่างผมแทบจะไม่สามารถขยับตัวไปข้างนอก หรือลงมือทำอะไรได้เลย เราเลยต้องพยายามหาทางออกว่าจะสามารถนำการงานที่ทำอยู่มาทำอะไรได้บ้าง 

ผมเองเล่นคริปโตฯ มาอยู่แล้ว จนช่วงปลายปี 2019 ก็เริ่มเห็นว่ามีแรปเปอร์เริ่มรับรายได้เป็นบิตคอยน์ มันเริ่มมีการใช้ที่จริงจังมากขึ้น พอศึกษาไปเรื่อยๆ ก็มารู้จักกับ NFT เราเห็นความเป็นไปได้ที่ NFT จะสามารถปลดแอกวงการศิลปะบ้านเรา เลยพยายามพลิกแพลง ใช้โอกาสนี้ทำให้คนรู้จัก NFT มากขึ้น พอเพื่อนแนะนำให้รู้จักสเตฟานที่มีประสบการณ์ มีความรู้ด้านนี้มาอยู่แล้วเลยลองมาคุยกันดู

NFT1 Gucci

ปลดแอกศิลปะที่ว่าหมายถึงอะไร 

นีโน่ : เรารู้กันดีว่าประเทศไทยให้มูลค่ากับศิลปะน้อยมาก ผมมองว่าคนบ้านเราเก่ง และยังมีคนเก่งอีกมากที่ยังไม่มีพื้นที่ให้ฉายแสงออกมา อย่างลิซ่า (ลลิษา มโนบาล สมาชิกวง BLACKPINK) เป็นคนไทยก็จริง แต่เขาก็ต้องไปเป็นศิลปินที่เกาหลี 

บางทีเวลาเห็นศิลปินเก่งๆ ในไทยก็ทำให้ผมอึดอัดใจนะ ว่าทำไมเขาถึงยังไปไม่ได้ไกลเท่าที่ควร มันน่าเสียดาย ผมเลยอยากหาวิธีทำให้วงการศิลปะบ้านเราเติบโตได้มากขึ้น 

ซึ่งพอมี NFT ก็ถือเป็นโอกาสที่ดี เพราะตลาดฝั่งเอเชียยังไม่มีผู้เล่นมากนัก และด้วยความเจ๋งของมันที่มีระบบกำกับดูแล บอกให้เห็นเลยว่าใครเป็นเจ้าของ ไม่สามารถปลอมแปลงหรือทำซ้ำได้ ดังนั้นเมื่อศิลปินขายงานใน NFT เขาก็จะได้ loyalty ที่ไม่มีที่สิ้นสุด สมมติในการขายครั้งแรกเขาทำรายได้ได้ 1 แสน แต่หลังจากนั้นเมื่อผลงานถูกขายต่อ ศิลปินก็จะได้เปอร์เซ็นต์ต่อไปด้วย

สเตฟาน : เราคิดตรงกันว่าถึงเวลาแล้วที่พวกเราควรจะทำอะไรกับ NFT ได้แล้ว ตอนคุยกันว่าอยากจะทำบริษัทขึ้นมา เราแทบจะมีความคิดไปในทางเดียวกันหมดเลย นีโน่เก่งในด้านการโปรดิวซ์ เห็นได้จากผลงานเพลงทั้งหมดที่เขาทำมาอยู่แล้ว เขาช่วยเสริมในด้านครีเอทีฟ 

ในขณะเดียวกัน ผมที่อยู่ในวงการคริปโตฯ มานานกว่า มีพื้นฐานในวงการเกมมาก่อน ก็จะเข้ามาเสริมด้านธุรกิจ ดูแลในฝั่ง global พอเราทั้งคู่สนใจและอยู่ในวงการคริปโตฯ รวมถึงสนใจ NFT กันอยู่แล้ว เลยน่าจะยิ่งเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้ในการส่งศิลปินไทยไปสู่ตลาดโลกจริงๆ

NFT1 working

อย่างที่คุณบอกว่าบ้านเราให้คุณค่าและมูลค่ากับศิลปะในระดับที่น้อยมาก ยิ่งกับ NFT ที่ทำออกมาในรูปแบบของงานศิลป์ที่จับต้องไม่ได้ด้วยซ้ำ ทำไมถึงคิดว่านี่เป็นโอกาสที่สามารถพาศิลปะและศิลปินบ้านเราไปได้ไกลขึ้น

นีโน่ : เพราะโลกของคริปโตฯ มันไร้พรมแดน ศิลปะเองก็มีหลากหลายแขนง ผมเลยมองว่ามันเป็นโอกาส NFT1 จึงไม่ได้มองแค่วงการเพลงอย่างเดียว สิ่งที่เราแพลนไว้ค่อนข้างยิ่งใหญ่และหลากหลายมาก ซึ่งมันน่าจะส่งผลต่ออนาคตของวงการศิลปะในทางที่ดีมากๆ ถ้าเราสามารถทำได้ต่อเนื่องในระยะยาวและเปิดตลาดเป็นของตัวเองได้ ซึ่งแปลว่ามันจะถูกส่งต่อไปให้กับคนรุ่นหลัง

​เคยได้ยินคำว่า ‘ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว’ ใช่ไหม สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นจริงก็ได้ ความปลอดภัยของบล็อกเชนมันอยู่ในระดับที่ว่าวันหนึ่งถ้าผมตายไปแล้วแต่ผลงานใน NFT ก็จะยังคงอยู่

สเตฟาน : ตอนนี้เราเป็นพาร์ตเนอร์กับ Rarible ซึ่งเป็น 1 ใน 3 digital art marketplace ระดับโลก และเขาก็ซัพพอร์ตพวกเราดีมากๆ ทั้งให้คำปรึกษา ให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการซื้อ-ขาย หรือกระทั่งข้อมูลเกี่ยวกับ NFT สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ แต่มากไปกว่านั้นคือเขาพยายามให้เราได้เรียนรู้เองว่าตลาดของเราเป็นยังไง เพราะแน่นอนว่าธรรมชาติของผู้บริโภคในแต่ละประเทศก็ต่างกันไป 

ในมุมมองของผมตอนนี้คือ มันมีความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะสามารถเป็นโรลโมเดลให้กับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างฟิลิปปินส์หรือเวียดนาม ถ้าเราได้รับโอกาสและสามารถกรุยทางให้กับศิลปินจากประเทศอื่นๆ ในอนาคต

นิยามของ NFT1 ที่พวกคุณตั้งใจอยากให้เป็นคือแบบไหน

สเตฟาน : เราพยายามจะเป็นตรงกลางระหว่างศิลปินและคนซื้อ พยายามใช้ความรู้ที่มีมาทำงานร่วมกันกับศิลปินเพื่อสร้างตลาดศิลปะในบ้านเราให้แข็งแรง 

แม้งานชิ้นแรกที่ปล่อยออกมาจะเป็นเพลงของ YOUNGOHM ก็จริง แต่เราไม่ได้คิดจะจำกัด NFT1 ให้อยู่แค่ในวงการเพลง และในความเป็นจริงแค่เพลงอย่างเดียวก็อาจจะไม่เพียงพอสำหรับตลาด NFT เราจึงมีทั้ง MAMAFAKA ที่เป็นศิลปิน มีน้าเน็กที่เป็นพิธีกร มีชาติฉกาจ ไวกวี ที่เป็นช่างภาพ ไปจนถึงแต้ว ณัฐพร ที่เป็นดารานักแสดง และ 4EVE เกิร์ลกรุ๊ปของไทย 

ผลงานของ YOUNGOHM ที่ปล่อยมาก็มีการผสมผสานกันทั้งภาพและเสียง ทำเป็นภาพแอนิเมชั่นความยาว 16 วินาที ซึ่งวาดขึ้นโดยจินต์ จิรากูลสวัสดิ์ มีเสียงแท็กไลน์เอกลักษณ์ของ YOUNGOHM ที่ร้องว่า “YOUNGOHM MOTHERF**KER” ในเพลง มาเฟียสเปน เพลงที่เป็นไวรัลของเขา ซึ่งเรารู้กันว่าเขาจะอัดเสียงนี้แยกเฉพาะไปในแต่ละเพลงของเขาเอง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อดึงดูดสายตาให้คนสนใจ หรือเป็นอะไรที่ถ้าได้ครอบครองแล้วจะอยากโชว์ อยากอวดว่าเราได้เป็นเจ้าของ

NFT1 youngohm

แน่นอนว่าหากศิลปินสนใจอยากทำ NFT เขาก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว แต่เราตั้งใจทำให้เห็นว่าเรามีองค์ความรู้ในการทำ NFT พร้อมเสนอให้ และอยากชวนเขามาร่วมกันทำให้งานศิลปะของเขาแตกต่างและเป็นที่ยอมรับในตลาด

โจทย์สำคัญของเราคือการสร้างความเข้าใจให้เขาเห็นว่า NFT ทำอะไรได้บ้าง และสิ่งนั้นให้ผลตอบแทนกลับมายังไง ซึ่งเราไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นศิลปินในประเทศไทยเท่านั้น เราอยากทำให้ศิลปะในบ้านเราไปได้ในระดับอินเตอร์ ขณะเดียวกันเราก็ร่วมงานกับศิลปินต่างประเทศด้วย

ลองคิดภาพว่า YOUNGOHM ซึ่งเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงมากในบ้านเราได้ร่วมสร้างงานกับศิลปินประเทศอื่น แค่นี้มันก็เพิ่มโอกาสให้กลุ่มแฟนคลับหรือกลุ่มผู้ซื้อได้เข้ามารู้จักศิลปินฝั่งเรามากขึ้นแล้ว 

นีโน่ : เมืองนอกเขามี marketplace แล้ว ซึ่งมันเห็นได้ชัดมากว่าตลาดเขาเป็นยังไง เราเลยพยายามจะนำเสนออีกรสชาติหนึ่งให้เขา เทียบกันก็เหมือนวัฒนธรรมการกินแฮมเบอร์เกอร์ซึ่งเป็นอาหารต่างชาติ แต่มันก็ขยายมาสู่ประเทศเรา ผมอยากให้ NFT1 ทำหน้าที่แบบนั้น คือเราอยากสร้าง marketplace ที่เป็นสไตล์ของฝั่งเรา ถ้าเทียบเป็นภาพว่าเราจะไปบุกน่านน้ำฝั่งเขา แทนที่เราจะเข้าไปเป็นปลาตัวหนึ่ง ผมว่าเรารวมพลังเพื่อทำให้เขาเห็นว่าตลาดนี้มันเกิดขึ้นได้ในฝั่งเรา และเรามีสไตล์เป็นของตัวเองน่าจะดีกว่า 

NFT1 portrait

คิดว่าอะไรคืออุปสรรคที่ไม่เอื้อให้ศิลปินบ้านเราสามารถเติบโตไปในระดับอินเตอร์ได้

นีโน่ : จริงๆ มันก็ทำได้ ยิ่งกับตอนนี้ที่ไม่มีคำว่าพรมแดนหรือสัญชาติอะไรแล้ว อย่างเกาหลีเขาก็ทำได้มาหลายปีมากแล้ว เพราะบ้านเขามีคนช่วยผลักดันกันจริงๆ 

กับบ้านเราที่มีการสนับสนุนไม่เท่า ระบบต่างๆ ก็แย่มากจนคนในวงการดนตรีอย่างเราจำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศของเราขึ้นมาเอง อย่างแวดวงฮิปฮอปไทยหรือเพลงลูกทุ่งไทยเราดูแลกันเองทั้งหมด มันจึงยากกว่าและต้องใช้เวลามากกว่าในการที่เราจะพาตัวเองเข้าไปสู่เวทีระดับโลก

ในประเทศไทยยังมีคนเก่งอีกมากที่ยังไม่ถูกค้นพบ เราจึงต้องการที่จะค้นหาเพชรในตม เพื่อผลักดันให้เขาได้ออกไปสู่ต่างประเทศ ซึ่งผมเชื่อว่าในอีกไม่กี่ปีเราอาจจะได้เห็นผลงานของไทยในระดับสากลมากขึ้น 

มีเกณฑ์ในการหาเพชรในตมมาทำงานกับ NFT1 ยังไง

นีโน่ : ค่อนข้างแรนดอมมาก มันคล้ายๆ กับการมองหาศิลปินมาทำงานเพลงนั่นแหละ เหมือนผมกำลังเป็นโปรดิวเซอร์ที่ผลิตงานในรูปแบบ NFT แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือขอบเขตของ NFT มันหลากหลายมาก แม้แต่นักพูดก็สามารถผลิตงาน NFT ได้ อย่างต่างประเทศก็มีการขายโมเมนต์ของนักกีฬาบาสเก็ตบอล NBA Top Shot ด้วยซ้ำ 

ผมว่าค่าของคนในวงการนี้อยู่ที่ผลงาน งานของเขาคือคำตอบ 

อุปสรรคสำคัญของ NFT1 ณ ปัจจุบันคืออะไร

สเตฟาน : มันยัง niche ตลาดของเราตอนนี้ยังแคบมาก นอกจากจะมองหาศิลปินสำหรับ NFT1 แล้วเราจึงจำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศที่จะทำให้คนเข้ามาซื้อ-ขายงานกันมากขึ้นด้วย 

ด้วยภาพจำของ NFT คนส่วนใหญ่มักคิดว่างานเหล่านี้ไม่เหมาะกับตัวเอง ไม่ได้ทำมาเพื่อพวกเขา ทั้งๆ ที่จริงคุณเองก็สามารถซื้อได้ ขายได้ เราพยายามจะขยายตลาดออกไปให้ถึงกลุ่มคนหลากหลายระดับ มีตั้งแต่งานราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักล้าน โดยที่ไม่ว่าจะราคาไหนเราก็มองที่คุณภาพเป็นสำคัญ ดังนั้นคุณมั่นใจได้เลยว่าเราตั้งใจทำให้คนที่ซื้อไปภูมิใจกับงานศิลปะเหล่านั้น

นีโน่ : ตอนนี้เราต้องการคนที่อยากไปกับเรา ทั้งศิลปินและผู้ซื้อ เราต้องการ Avengers ที่จะมาพิสูจน์ว่า เฮ้ย! มันทำได้! เพราะทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ 

อย่างเรื่องตลาดผันผวนที่หลายคนกังวล มันเป็นข้อเสียที่พึงระวังและไม่สามารถควบคุมได้ก็จริง แต่ผมมองว่ายังไงตัวศิลปินก็มีคุณค่าในตัวของเขาอยู่แล้ว ตราบใดที่มีคนที่พร้อมจะซัพพอร์ต ไม่ว่าตลาดจะผันผวนหรือไม่ ยังไงเขาก็จะขายผลงานได้ 

สเตฟาน : สาเหตุที่คนกังวลเรื่องความไม่แน่นอนของตลาดเป็นเพราะเขายังคิดว่างานใน NFT คือเรื่องไร้สาระ บางคนถ่ายรูปหมาของตัวเองมาลงขายและหวังว่าจะมีคนซื้อไป แน่นอนว่ามันอาจจะเป็นไปได้แต่ก็นับว่าเป็นส่วนน้อยมากๆ 

จริงๆ แล้วสิ่งที่คุณต้องให้ความสำคัญในการทำงานศิลปะเพื่อ NFT คือคุณภาพกับความต้องการของตลาด มองให้ขาดว่าคนชอบเสพงานแบบไหน ซึ่งสิ่งเหล่านี้พวกเราในฐานะ NFT1 ก็ได้ศึกษาและช่วยคัดเลือกมาแล้ว คนที่ซื้อ-ขายกับเราจึงมั่นใจได้ว่างานที่เขาได้ไปคือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ หากวันหนึ่งคุณอยากปล่อยต่อ คนก็จะต้องการมัน

จริงอยู่ที่ตลาดมีความผันผวน มีขึ้น-ลง แต่คุณก็พิจารณาได้ว่าจะเก็บหรือจะปล่อย แต่ในมุมมองของผม ผมว่าวันหนึ่งตลาดนี้มันจะเติบโต

เป้าหมายที่ตั้งไว้ตอนนี้เป็นยังไง

สเตฟาน : ตอนนี้มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง ทั้งกับวงการ NFT และกับบริษัทเรา เพราะเราไม่ได้อยากเป็นแค่บริษัทที่ผลิต NFT แต่เราอยากเป็นบริษัทที่ทำงานสร้างสรรค์แล้วใช้ประโยชน์จาก NFT ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาด การร่วมงานกับแบรนด์หรือศิลปิน

เราอยากผลิตงานที่มีคุณภาพออกมา โดยที่งานนั้นสามารถตอบโจทย์กับสิ่งที่เราคิดเอาไว้ได้ว่าจะสามารถสร้างคุณค่า สร้างเงิน และทำให้คนเชื่อมั่นใน NFT

สำหรับพวกเรา ความสำเร็จของบริษัทคือการที่เราสามารถทำให้คนเข้าใจและเข้าถึง NFT ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...