โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก.ล.ต. ลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 3 ราย กรณีอาศัยข้อมูลภายในซื้อหุ้น TRUBB

Businesstoday

เผยแพร่ 22 พ.ย. 2562 เวลา 12.20 น. • Businesstoday

ก.ล.ต. เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดรวม 3 ราย ได้แก่ นางสาวปัญจมา  เธียรวิวรรธน์ นายอรรถวิท เธียรวิวรรธน์ และนางทิพวรรณ สุธาทิพย์กุล กรณีใช้ข้อมูลภายในซื้อหุ้นบริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์ คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (TRUBB)โดยเรียกให้ชำระค่าปรับทางแพ่ง รวมจำนวน 4,598,967.29  บาท และกำหนดระยะเวลาห้ามบุคคลทั้งสามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าผู้กระทำความผิด 3 ราย ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายในเกี่ยวกับผลประกอบการของ TRUBB ในช่วงต้นปี 2560 ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยงบการเงินไตรมาส 1 มีกำไร 109 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ขาดทุน 30.45 ล้านบาท และเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่กำไร 15.72 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้น TRUBB ก่อนที่ข้อมูลดังกล่าวจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

(1) นางสาวปัญจมา ขณะเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการของบริษัทย่อยของ TRUBB ซึ่งรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผลประกอบการดังกล่าวของ TRUBB รวมถึงบริษัทย่อยที่ดีขึ้นในช่วงไตรมาสเดียวกัน จากการปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในดังกล่าว ได้ซื้อหุ้น TRUBB ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเอง ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม – 26 เมษายน 2560 จำนวน 647,500 หุ้น

(2) นายอรรถวิท ซึ่งเป็นพี่ชายนางสาวปัญจมา เชื่อได้ว่าได้ล่วงรู้ข้อมูลภายในดังกล่าวจากนางสาวปัญจมา ได้ซื้อหุ้น TRUBB ผิดไปจากปกติวิสัยของตน ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเอง ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 5 พฤษภาคม 2560 จำนวน 4,757,300 หุ้น

และ (3) นางทิพวรรณ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TRUBB และเป็นมารดาและภรรยาของกรรมการและผู้บริหาร TRUBB เชื่อได้ว่าได้ล่วงรู้ข้อมูลภายในดังกล่าว ได้ซื้อหุ้น TRUBB ผิดไปจากปกติวิสัยของตน ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเอง ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2560 จำนวน 4,000,000 หุ้น

โดยบุคคลทั้งสามได้ขายหุ้น TRUBB และได้กำไรจากการขาย ภายหลังจากที่ผลประกอบการถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนในวันที่ 9 พฤษภาคม 2560

การกระทำของผู้กระทำความผิดทั้ง 3 รายดังกล่าว เป็นการซื้อขายหลักทรัพย์โดยเป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ที่แก้ไขโดยฉบับที่ 5* สำหรับนางสาวปัญจมา ตามมาตรา 242(1) ประกอบมาตรา 243(3) นายอรรถวิท ตามมาตรา 242(1) ประกอบมาตรา 244(4) และนางทิพวรรณ ตามมาตรา 242(1) ประกอบมาตรา 244(1)(3)(5) นอกจากนี้ นางสาวปัญจมา ได้เปิดเผยข้อมูลภายในข้างต้นแก่นายอรรถวิทโดยรู้ว่านายอรรถวิทจะนำข้อมูลนั้นไปใช้ประโยชน์ในการซื้อหุ้น TRUBB อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 242(2) โดยการกระทำผิดของทั้ง 3 รายมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 และมาตรา 296/2 แห่ง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว

คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้ ก.ล.ต. นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับนางสาวปัญจมา นายอรรถวิท และนางทิพวรรณ โดยให้ชำระเงินค่าปรับทางแพ่ง ส่งคืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด และชดใช้ค่าใช้จ่ายเนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิดให้แก่ ก.ล.ต. สำหรับนางสาวปัญจมารวมเป็นเงิน 1,310,456.33 บาท นายอรรถวิท รวมเป็นเงิน 1,716,669.63 บาท และนางทิพวรรณ รวมเป็นเงิน 1,571,841.33 บาท

ค.ม.พ. ได้กำหนดระยะเวลาห้ามผู้กระทำความผิดทั้ง 3 ราย เป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ สำหรับนางสาวปัญจมา เป็นเวลา 24 เดือน สำหรับนายอรรถวิท และนางทิพวรรณ รายละ 12 เดือน โดยจะมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้กระทำความผิดลงนามในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง หากไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ชำระค่าปรับทางแพ่งตามอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด ส่งคืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด และชดใช้ค่าใช้จ่ายเนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิดให้แก่ ก.ล.ต.

รวมทั้งขอให้ศาลแพ่งกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือเข้าผูกพันตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเวลา 5 ปี และกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์เป็นเวลา 2 เท่าของระยะเวลาที่ ค.ม.พ. กำหนด นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...