เชียงใหม่ งัดกฎหมายห้ามเผาที่โล่ง 112 วัน เพิ่ม Safety Zone 555 แห่ง
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ใช้ยาแรง ประกาศจังหวัดเชียงใหม่ห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด 112 วัน ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม – 30 เมษายน 2563 ฝ่าฝืนจำคุก 3 เดือน ปรับ 25,000 บาท พื้นที่ป่าและเขตอุทยาน โทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 2,000,000 บาท ระวางโทษจำคุก 2 เดือน – 20 ปี รุกเพิ่มพื้นที่ Safety Zone ทั่วจังหวัดเชียงใหม่ 555 แห่ง พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชั่น Air CMI รับมือฝุ่นควัน PM 2.5 รายงานคุณภาพอากาศครอบคลุมทุกพื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 มกราคม 2563) นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แถลงข่าวประกาศจังหวัดเชียงใหม่ กำหนดเขตควบคุมการเผาในที่โล่งทุกชนิดและมาตรการทางการกฎหมายในการควบคุม ซึ่งได้แจ้งต่อนายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ ตลอดจนหน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประชาสัมพันธ์แจ้งให้กับประชาชนในพื้นที่ทราบ ถึงมาตรการห้ามเผาของจังหวัดเชียงใหม่ มีผลเริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม – 30 เมษายน 2563 รวมระยะเวลา 112 วัน โดยประกาศครั้งนี้ถือว่าเป็นการประกาศเร่งด่วน เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นต่อเนื่อง เป็นส่วนหนึ่งทำให้ความกดอากาศไม่สามารถช่วยระบายฝุ่นควัน ที่จะลอยเข้ามาสะสมในเขตเมือง เพื่อลดปัญหาจากการเผาในที่โล่งที่มีเพิ่มมากขึ้น
โดยประกาศดังกล่าวอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 , 21,22 และ 29 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 จึงกำหนดให้พื้นที่จังหวัดทั้งหมดเป็นเขตควบคุมการเผาในที่โล่งทุกชนิด ตั้งแต่การกำจัดวัชพืช ขยะ หรือสิ่งอื่นใดในเขตพื้นที่ชุมชน วัสดุทางการเกษตร ในเขตพื้นที่การเกษตร หรือการเผาในเขตทาง รวมทั้งการจุดไฟเพื่อหาของป่า ล่าสัตว์ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโดยเด็ดขาด
ในส่วนมาตรการทางกฎหมายจะนำมาใช้อย่างเข้มงวด หากพบผู้กระทำความผิดจะได้รับโทษตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 แก้ไขฉบับเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2560 มาตรา 25 ในกรณีที่มีเหตุอันตรายก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อยู่อาศัย ในบริเวณใกล้เคียง หรือผู้ที่ต้องประสบกับเหตุนั้นดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นเหตุรำคาญ (4) การกระทำใด ๆ อันเป็นเหตุให้เกิด กลิ่น แสง รังสี เสียง ความร้อนสิ่งมีพิษ ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า หรือกรณีอื่นใดจนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เมื่อพบว่าบุคคลได้ก่อเหตุรำคาญขึ้น เจ้าพนักงานท้องถิ่นสามารถออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข หรือระงับเหตุรำคาญนั้น ผู้ใดไม่ปฎิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จะมีโทษความผิดตามมาตรา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ ในกรณีที่เผาพื้นที่ป่าและเขตอุทยาน จะถูกจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 2,000,000 บาท ระวางโทษจำคุก 3 เดือน – 20 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ (ขึ้นอยู่กับฐานความผิดที่กำหนดไว้ในกฎหมาย)
ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไฟป่ารุนแรงไม่สามารถดับได้ สามารถแจ้งที่ศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันเชียงใหม่ โทร. 064-6290239 , ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ สายด่วน 191, สถานีควบคุมไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ 053-232019, ศูนย์อำนวยการควบคุมไฟป่าภาคเหนือที่ 1 โทร. 083-5792775 และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) 053-272154 สำหรับผู้ประสบเหตุ สามารถแจ้งเหตุการเผาในที่โล่งได้ 2 ทาง คือ แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ประจำอยู่ที่หมู่บ้านและโรงพัก หมายเลข 053-232019 และ 053-112725 หรือสายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งเหตุผ่านระบบผ่อดีดี (app PODD) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นการเฝ้าระวัง จัดการไฟป่าที่สามารถระบุพิกัด รวบรวมสถานที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป โดยประชาชนจิตอาสา สามารถรายงานเหตุได้ทันทีที่พบเหตุ
ตามท้ายประกาศดังกล่าวเน้นย้ำให้ข้าราชการในพื้นที่ทุกคน ทุกสังกัด นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน คณะกรรมการหมู่บ้าน คณะกรรมการชุมชน และสมาชิกสภาตำบล ให้ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องสอดส่องดูแลเอาใจใส่ และร่วมชี้แจงให้ประชาชนท้องที่ ปฎิบัติตามประกาศฉบับนี้อย่างเคร่งครัด
นายเจริญฤทธิ์ กล่าวต่อว่า จังหวัดเชียงใหม่เร่งทำงานเชิงรุกเพื่อรับมือกับฝุ่นควันที่มาเร็วกว่าปกติ ล่าสุด ได้เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยจากฝุ่นควัน (Safety Zone) ได้แก่ สถานประกอบการสาธารณสุข อาทิโรงพยาบาลทุกแห่ง รวมถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 254 แห่ง สำนักงาน/ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน/ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 280 แห่ง และร้านค้า-ร้านกาแฟในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 21 แห่ง นอกจากนี้ เพื่อเป็นการรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นควันอย่างทันท่วงที จังหวัดเชียงใหม่ได้เปิดให้บริการแอปพลิเคชั่น “Air CMI” เพื่อรายงานฝุ่นควัน PM 2.5 และคุณภาพอากาศที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งถือเป็นแอปฯที่มีความแม่นยำสูง
“การรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นควันในปีนี้ ตามกระบวนการที่เราเร่งทำอยู่นี้ ถ้ากลไกทุกอย่างเป็นไปตามที่เราวางแผนไว้ เชื่อมั่นว่าจะแก้ปัญหาได้ ซึ่งประชาชนมีส่วนสำคัญที่ต้องให้ความร่วมมือ”