โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สรุปเหตุ รร.หญิงล้วนอยุธยา ขู่เอาผิดคนทวีตวิจารณ์กฎโรงเรียน และปัญหาการใช้ พ.ร.บ.คอมฯ ล้นเกิน

The MATTER

อัพเดต 27 เม.ย. 2563 เวลา 07.16 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2563 เวลา 10.30 น. • Recap

ถือเป็นภาพสะท้อนของสังคมไทยในยุคหลังได้ประมาณหนึ่ง

กรณีโรงเรียนหญิงล้วนชื่อดังใน จ.พระนครศรีอยุธยา มอบอำนาจให้อาจารย์ไปลงบันทึกประจำวันกับตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อขู่ให้ผู้ใช้ทวิตเตอร์ 3 ราย ลบข้อความที่วิพากษ์วิจารณ์โรงเรียนนี้ โดยเฉพาะเรื่องกฎระเบียบของโรงเรียน หากไม่ทำตามจะใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

สำหรับ The MATTER ติดตามดราม่านี้ โดยมีข้อสังเกตใน 2 เรื่อง คือ 1.การรับมือกับเสียงวิจารณ์ และ 2.การขู่ว่าจะใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

1.) เนื้อหาดราม่านี้ โดยสรุปก็คือ โรงเรียนหญิงล้วนชื่อดังเก่าแก่แห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เปิดสอนระดับมัธยมศึกษา ได้สร้างบัญชีทวิตเตอร์ขึ้นมา พร้อมกับโพสต์เอกสารการลงบันทึกประจำวัน ให้ผู้ใช้ทวิตเตอร์ 3 ราย ลบข้อความวิพากษ์วิจารณ์โรงเรียน ไม่เช่นนั้นจะใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

2.) เหตุที่เราใช้คำว่า ‘โรงเรียนหญิงล้วนฯ’ แทนที่จะระบุชื่อโรงเรียนไปเลย ก็เพราะอยากให้ทุกคนโฟกัสกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากว่า (แต่ถ้าใครอยากรู้ว่าเป็นโรงเรียนไหน เชื่อว่าคงหากันได้ไม่ยาก)

3.) ต่อมาเกิดกระแสตีกลับ พร้อมแฮชแท็ก #โรงเรียนหญิงล้วนย่านหัวรอ ที่วิพากษ์วิจารณ์โรงเรียนนี้ในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องกฎระเบียบโรงเรียนที่เข้มงวดเกินไป ห้ามนักเรียนไว้ผมยาว ต้องตัดผมไว้สั้นครึ่่งใบหู การแต่งกายต้องเรียบร้อยเป็นตามแบบของนักเรียน กระโปรงต้องยาวใต้เข่า ห้ามสวมใส่เครื่องประดับหรูหรา เสื้อผ้าหน้าผมต้องอยู่ในกฏระเบียบ ฯลฯ

รวมไปถึงพฤติกรรมของครูในการบังคับให้นักเรียนทำตามกฎระเบียบต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการใช้คำพูด

แต่ก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาแย้งว่า กฎระเบียบดังกล่าวบางอย่างก็สมเหตุสมผล และการอยู่ในโรงเรียนก็ควรจะเคารพกฎระเบียบ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

4.) กลุ่มการศึกษาเพื่อไทยเป็นไท ทวีตข้อความผ่าน @elsiamth ขอให้นักเรียนที่ถูกแจ้งความติดต่อกลับมา พร้อมจะให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย

5.) นอกจากเอกสารลงบันทึกประจำวัน ทวิตเตอร์ของโรงเรียนหญิงล้วนดังกล่าว ยังโพสต์สารจากผู้บริหารโรงเรียน ชี้แจงเรื่องกฎระเบียบของโรงเรียน รวมถึงการบังคับใช้โดยเหล่าคุณครู (“..บางครั้งคําพูดอาจจะรุนแรงไปบ้างแต่เจตนา คือมีความหวังดีกับศิษย์เพื่อให้ศิษย์เป็นคนดี..”) และย้ำว่า พร้อมปรับปรุงพัฒนาโรงเรียน แต่ควรเสนอแนะผ่านทางช่องทางที่โรงเรียนจัดตั้งไว้

6.) ช่วงท้ายของคำชี้แจงโดยผู้บริหารโรงเรียนยังระบุว่า “โรงเรียนยังยืนยันในเจตนารมณ์ที่มุ่งอบรมให้ลูกศิษย์เป็นคน เก่ง กล้า น่ารัก” เพื่อสร้างกุลสตรีต่อไป

6.) คำถามที่เกิดขึ้นในใจเราทันที หลังได้อ่านแถลงการณ์จากผู้บริหารโรงเรียนหญิงล้วนนี้ ก็คือ ทางผู้บริหารของโรงเรียนพร้อมรับฟังเสียงวิจารณ์หรือความเห็นของนักเรียนต่อการปรับปรุงกฎระเบียบของโรงเรียน (และอาจรวมถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย) มากน้อยเพียงใด เหตุใดจึงเลือกวิธีไปลงบันทึกประจำวันกับตำรวจ

7.) อีกคำถามก็คือ การขู่ว่าจะใช้ ‘พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์’ เล่นงานคนที่โพสต์วิจารณ์โรงเรียน

ทำไมกฎหมายดังกล่าว ..จึงถูกยกมาพูดถึงในกรณีนี้ด้วย ?

8.) อย่างที่ The MATTER รายงานมาโดยตลอดว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ฉบับแรกที่ออกมาในปี พ.ศ.2550 ถูกมองว่าโดนนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ฟ้องร้องกันฐานหมิ่นประมาทมากมาย กระทั่งฉบับแก้ไขที่ออกมาในปี พ.ศ.2560 ถึงกับมีเนื้อหาระบุว่า ไม่ให้ฟ้องกันฐานหมิ่นประมาท โดยผู้เกี่ยวข้องก็อ้างว่า จะทำให้คดีหมิ่นประมาทลดลงไปนับหมิ่นๆ คดี

แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่เป็นความจริง! - กฎหมายนี้ยังถูกนำมาใช้เพื่อฟ้อง ‘ปิดปาก’ กันอยู่

8.) ถามว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จะใช้ฟ้องในกรณีให้ข้อมูลเท็จบนโลกออนไลน์ได้ไหม ตามตัวบทกฎหมายสามารถทำได้ เพียงแต่ต้องมีองค์ประกอบอื่นๆ ด้วย เช่น เสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัย เสียหายต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ อาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนก ฯลฯ

ไม่ใช่ว่า คิดว่าเท็จปุ๊บ หรือไม่จริงในมุมของฉัน ก็สามารถฟ้องร้องกันได้เลย

[ ถ้ามีคนถามว่า แล้วถ้ามีการหมิ่นประมาทกันผ่านการโพสต์ข้อความต่างๆ ลงโซเชียลมีเดีย ถ้าไม่ใช่ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฟ้อง จะใช้กฎหมายอะไรฟ้องล่ะ คำตอบง่ายๆ ก็คือใช้ประมวลกฎหมายอาญาฟ้องไปตามปกติ แม้อัตราโทษจะน้อยกว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ก็ตาม ]

9.) มีเสียงวิจารณ์ว่า การที่ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ถูกพูดถึงกันบ่อยๆ ในระยะหลัง จนหลายคนคิดว่า ‘เท็จบนออนไลน์ = ผิด พ.ร.บ.คอมฯ’ ก็มาจากท่าทีของรัฐบาลเอง ที่พยายามชูบทบาทของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือ anti-fake news center ที่ล่าสุดมีข้อเสนอให้มีกองบัญชาการตำรวจที่ทำคดีเกี่ยวกับข่าวปลอมขยายไปทั่วประเทศ

โดยเครื่องมือสำคัญในการต่อต้านข่าวปลอมของภาครัฐ ก็คือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นั่นเอง

10.) ที่บอกไว้ตั้งแต่บรรทัดแรกเลยว่า กรณีนี้แม้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนแห่งหนึ่ง แต่กลับสะท้อนภาพรวมของสังคมได้ประมาณหนึ่งเลย คือ #ผู้มีอำนาจ (ในโรงเรียน) #ใช้วิธีการทางกฎหมาย (ลงบันทึกประจำวันขอให้ลบข้อความ) มาจัดการกับ #เสียงวิจารณ์ ทั้งๆ ที่น่าจะมีวิธีอื่นที่ดีกว่า และมองว่าหนี่งในเครื่องมือสำคัญ ก็คือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

11.) แม้ล่าสุด ทวิตเตอร์ของโรงเรียนหญิงล้วนนี้ จะลบเอกสารลงบันทึกประจำวันไปแล้ว ประกอบกับทางสำนักข่าวประชาไทสอบถามตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยาที่ยืนยันว่า อาจารย์ที่มาแจ้งความ ไม่ได้ต้องการจะเอาผิดจริงๆ

12.) ทว่าตอนนี้เรื่องราวก็บานปลายไปไกลมาก มีทั้งการล่าแม่มดนักเรียนที่วิจารณ์โรงเรียน มีทั้งการอ้างเรื่องการลวมลามเด็กนักเรียน และมี ส.ส.จากพรรคก้าวไกล วิโรจน์ ลักขณาอดิศร เข้ามาแสดงความเห็น โดยเสนอให้นักเรียนโรงเรียนนี้หากพบปัญหาใดๆ ส่งข้อร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร

ขณะที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3 ที่ดูแลโรงเรียนมัธยมฯ ใน จ.นนทบุรีและพระนครศรีอยุธยา ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องเข้ามาหารือ เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้ลุกลามบานปลาย

ดราม่านี้จะจบเช่นไร ต้องติดตามกันต่อไป

อ้างอิงจาก

https://education.kapook.com/view224867.html

https://prachatai.com/journal/2020/04/87346

https://ch3thailandnews.bectero.com/news/184512

https://twitter.com/hashtag/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%AD?src=hashtag_click

https://twitter.com/elsiamth

https://www.facebook.com/EducationforLiberationofSiam2.0/photos/a.480597798724707/2843663725751424/?type=3&theater

#Recap #TheMATTER

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...