[รีวิว] Raya Heritage เชียงใหม่ กับอาหารแนวในคิด "ข้ามพรมแดน" สุดคูล
ตื่นตาตื่นใจกับอาหารไทใหญ่ ภายใต้แนวคิดอาหารข้ามพรมแดนแบบสุดคลู พร้อมชมบรรยากาศสวยงามริมน้ำปิงที่ไม่เหมือนกับสถานที่แห่งไหนที่ โรงแรม Raya Heritage เชียงใหม่
#วงในบอกมา
ต้องบอกว่าวันนี้เป็นบุญของพี่หมีของดีเชียงใหม่มากครับ เพราะว่าตอนนี้ผมกำลังจะได้มีโอกาสรีวิว ห้องอาหารคุข้าว ภายในโรงแรม Raya Heritage เชียงใหม่ หลังจากได้ยินถึงชื่อเสียงของที่นี่มาสักพักหนึ่งแล้ว ว่านออกจากห้องอาหารจะมีอาหารดี ๆ ให้เราได้กิน วิวในบริเวณของโรงแรมก็ยังสวยแบบ 360 องศา แถมยังติดริมน้ำปิงอีกด้วยครับ เอาล่ะอย่ารอช้าเลยเราเดินเข้าไปแล้วกับสิ่งที่น่าสนใจดีกว่า Go Go !
สำหรับที่โรงแรม Raya Heritage เชียงใหม่ งั้นก็จะมีห้องอาหารอยู่ทั้งหมด 3 ห้องด้วยกันโดยห้องแรกนั้นมีชื่อว่า “ห้องอาหารคุข้าว” ที่เป็นห้องอาหารและเป็นห้องอาหารที่เราจะรีวิวอาหารกันในวันนี้ “ลานชา” เป็นห้องอาหารแบบโอเพนแอร์มุมสบายที่สามารถมองเห็นวิวของแม่น้ำปิงที่ไหลผ่านได้ตลอดทั้งวัน และ “บ้านท่า” เลานจ์เรียบหรูที่เหมาะกับการสังสรรค์ปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ ในช่วงยามเย็น กับแนบชิดบรรยากาศริมน้ำปิง
สำหรับอาหารจานแรกที่เราจะรีวิวไปในวันนี้ก็คือเมนู จิ้นลุง (340 บาท) ต่อจากนี้จะเป็นอาหารไทใหญ่ ที่เชฟเอามาทำการปรับปรุงขึ้นใหม่และเสริมออกมาในรูปแบบกะจุ๊กกะจิ๊ก ด้านล่างจะเป็นขนมจีนเส้นอัญชันสีม่วงสวยงาม ส่วนด้านบนนั้นก็คือชิ้นลุงครับเป็นลูกชิ้นหมูล้วนคลุกถั่วเน่าเปียกแบบไทใหญ่ ย่างไฟร้อน ๆ จนหอมสุก ส่วนด้านบนโรยด้วยใบมะกรูดฝอยและพริกฝอย เพื่อช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติให้เผ็ดร้อน วิธีกินก็ง่าย ๆ ครับ เพียงแค่เอาน้ำกะทิราดลงไปแล้วตักใส่ปากแค่นี้ก็ฟินแล้วจ้า
ยำใหญ่เฮอริเทจ (340 บาท) จานนี้ใหญ่สมชื่อเลย โดยเชฟจะนำเอาปลาบู่ทั้งตัวมันนึ่งจนสุก ส่วนด้านบนก็โรยไว้ด้วยสมุนไพรต่าง ๆ ตามฤดูกาล ซึ่งความดีงามมันอยู่ที่เวลาเรากินเนื้อปลาบู่อันแน่นหนึบเคี้ยวดึ๊บ ๆ ฟัน ก็จะได้กลิ่นหอมของสมุนไพรไปพร้อม ๆ กับรสชาติเผ็ดบาง ๆ ที่ซ่อนอยู่ในน้ำยำนั่นเอง
จะส่านกับกุ้งแม่น้ำย่างแบบไทใหญ่ (1,190 บาท) สารภาพเลยว่าตอนเห็นจานนี้ตอนแรกก็ตะลึงแล้ว แต่พอได้กินจริง ๆ ตะลึงยิ่งกว่า เพราะกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ที่เห็นนี้มีความสดมากเนื้อกรอบเด้งดีเชียว แล้วพอราดด้วยซอสถั่วเน่าที่ปรุงรสกับน้ำมะขามและกะปิลงไป ก็จะไม่ลองค้นพบกับรสชาติเผ็ดร้อนอันน่าตื่นตาตื่นใจในแบบฉบับของอาหารไทใหญ่ โดยจานนี้ก็จะมีเครื่องเคียงเป็นเส้นหมี่, ใบชะพลู และ ยำ
ของคาวผ่านไปก็ได้เวลาล้างปากด้วยขนมหวานแล้วจ้ากับ หยกมณี (190 บาท) เมนูขนมไทยโบราณ ที่นำเอาแป้งผสมสาคูและน้ำใบเตยมันนวดด้วยกันจนเป็นก้อน ก่อนนำไปนึ่งในน้ำใบเตยอีกทีเพื่อให้มีกลิ่นที่หอมชื่นใจฝังตัวไว้ในเนื้อที่หนึบหนับ แล้วคลุกเคล้ากับมะพร้าวทึนทึก ก่อนวางเรียงตัวสวยงามและเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมกล้วยในถ้วยคาราเมลกรอบ
สำหรับเมนูสุดท้ายเนี่ย ผมจะบอกว่ามันเข้ากับบรรยากาศสวย ๆ ริมน้ำมากเลยจริง ๆ กับชุด Afternoon Tea (690 บาท) ซึ่งภายในชุดนั้นจะประกอบไปด้วยอาหารคาว-หวานและน้ำชา ซึ่งในส่วนของอาหารคาว-หวานนั้น เพื่อนๆจะสามารถเลือกได้ 6 ชิ้น จากทั้งหมด 12 อย่าง จะเอาคาวกี่ชิ้นเอาหวานกี่ชิ้นก็ได้หมดเลยตามใจครับไม่ว่ากัน เสร็จแล้วก็ขึ้นไปนั่งชมวิวสวย ๆ ของแม่น้ำปิง ที่ไหลผ่านบริเวณด้านหลังของรีสอร์ท พร้อมกับการจิบชาและกินขนมว่างแบบเพลิน ๆ ได้เลย
แล้วผมก็คงต้องขอจบการรีวิวอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มที่ ห้องอาหารคุข้าว โรงแรม Raya Heritage เชียงใหม่ ริมน้ำปิงเอาไว้เท่านี้ก่อนก็แล้วกันครับ ไม่ใช่ว่าเพราะอาหารตามแนวคิดข้ามพรมแดนไม่มีความน่าสนใจนะ แต่ผมอยากจะเก็บไว้เป็นความลับให้เพื่อน ๆ มาพิสูจน์และค้นหากันด้วยตัวเองมากกว่า อิอิ สุดท้ายนี้ก่อนจากกันไปก็ฝากไว้เหมือนเดิมเลยครับ กับการกดไลก์แฟนเพจ น้าอ้วนชวนหิว by Wongnai และตั้งให้เห็นโพสต์ก่อน เท่านี้เพื่อน ๆ ก็จะไม่พลาดเรื่องราวของกินที่ชวนฟินจนน้ำลายไหล และ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ทั้งในเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงแล้ว