โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมเจ้าจอมพระสนมในรัชกาลที่ 5 มีสกุล "บุนนาค" มากกว่าสกุลอื่น

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 23.42 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 23.40 น.
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

เผยสาเหตุ ทำไมเจ้าจอม-พระสนม ในรัชกาลที่ 5 มีเจ้าจอมจากสกุลบุนนาคมากกว่าสกุลอื่น?

ตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นต้นมา ชนชั้นนำทางสังคมส่วนใหญ่เป็นเพศชาย และพวกเขามักเป็นกลุ่มคนที่กำหนดโครงสร้างทางสังคมอันรวมไปถึงสถาบันครอบครัว มีกฎหมายที่ระบุนิยามและกำหนดความชอบธรรมสำหรับกรณีมี “เมีย” หลายราย แต่เมื่อมาถึงช่วงต้นรัตนโกสินทร์ เหตุผลสำหรับการมีเมียมากกว่าหนึ่งคนเริ่มเปลี่ยนแปลงไป

ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงในสถาบันครอบครัวในสมัยโบราณ เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่นักวิชาการประวัติศาสตร์ศึกษาข้อมูลกันมานานแล้ว รศ. ดร. ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์ จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศึกษาเรื่องระบบผัวเดียวหลายเมียในสังคมไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2528

หากย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยสุโขทัย ฝ่ายชายเป็นผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจ เพราะเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัว ผู้หญิงอยู่ในบ้าน สังคมสมัยสุโขทัยไม่ได้ห้ามชายมีภรรยาหลายคน แต่ใช้ระบบศีลธรรมเป็นตัวควบคุม ผู้ที่มีภรรยาหลายรายจะถูกตำหนิจากสังคม ขณะที่ผู้หญิงซึ่งมีสามีแล้วกลับไม่สามารถมีความสัมพันธ์กับชายอื่น ชายหญิงที่ล่วงละเมิดจะต้องตกนรก โดยที่ไตรภูมิพระร่วงก็บรรยายสภาพนรกไว้อย่างน่ากลัว

เมื่อมาถึงสมัยอยุธยา โครงสร้างความสัมพันธ์ในสถาบันครอบครัวยังไม่แตกต่างมากนัก แต่เริ่มมีกฎหมายรองรับอย่างชอบธรรม กฎหมายลักษณะผัวเมีย พ.ศ. 1904 หรือ “พระไอยการลักษณะผัวเมีย” เปิดโอกาสให้ฝ่ายชายมีภรรยามากกว่า 1 คน และยังจำแนกประเภทเมียไว้ 3 แบบด้วย กฎหมายนี้ยังใช้มาถึงสมัยรัตนโกสินทร์

เมื่อมีกฎหมายมาสอดรับกับค่านิยมมีภรรยาได้หลายคน ยิ่งทำให้ค่านิยมนี้คงอยู่โดยเพศชายมักคิดว่า การมีเมียหลายคนแสดงให้เห็นถึงฐานะทางเศรษฐกิจ ฐานะทางการเมือง และตอกย้ำความเป็นสังคมชั้นสูง ค่านิยมลักษณะนี้ปรากฎอยู่ในชนชั้นเจ้านายสมัยอยุธยามาจนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ค่านิยมนี้เป็นผลมาจากหลายปัจจัย ความคิดเห็นของ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช มองว่า มาจากความต้องการส่งเสริมอำนาจทางการเมือง โดยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อาศัยธิดามาเป็น “เจ้าจอม” การมีเจ้าจอมเป็นทั้งเครื่องประดับบารมี และเครื่องการันตีความจงรักภักดี ลดแนวโน้มความคิดกบฏอีกด้วย

รศ. ดร. ดารารัตน์ อธิบายว่า เหตุผลเรื่องนี้ปรากฏเด่นชัดเฉพาะในสมัย รัชกาลที่ 5 นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์มองว่า การมีสตรีมากหลายคนไม่ได้เป็นแค่ความพอพระทัยส่วนพระองค์ แต่ยังมีความจำเป็นทางการเมืองด้วย สืบเนื่องมาจากสภาพการเมืองในสมัยต้นรัชกาล ซึ่งพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ถูกจำกัด

พระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่พระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้าวชิรุณหิศ ทรงบรรยายเปรียบเทียบการได้รับราชสมบัติเมื่ออายุ 15 ปี เสมือนตะเกียงริบหรี่ใกล้ดับลง และในพระราชหัตถเลขาตอบหนังสือข้าราชการ เมื่อ พ.ศ. 2438 ก็ทรงย้ำอีกว่า ฝ่ายเสนาบดีมีอำนาจมากขึ้น

สภาพการเมืองสมัยนั้นมีสภาพแบ่งขั้วผู้นำเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่ม สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ซึ่งมีอำนาจมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 และกลุ่ม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

รศ. ดร. ดารารัตน์ ชี้ให้เห็นว่า บิดาของสมเด็จเจ้าพระยาฯ คือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นเสนาบดีพระคลัง และกลาโหม สมเด็จพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) ผู้เป็นอา เป็นผู้สำเร็จราชการในกรุงเทพฯ กับว่าการพระคลังสินค้า สะท้อนบารมีของสกุลบุนนาคที่สืบเนื่องมาจนถึงต้นรัชกาลที่ 5 อันมีสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นผู้นำ ซึ่ง รศ. ดร. ดารารัตน์ มองว่า

“ด้วยเหตุนี้จึงอาจเป็นปัจจัยหนึ่งในการที่จะสู่ขอเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (เจ้าจอมมารดาแพ) หลานปู่ของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ให้กับรัชกาลที่ 5 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ซึ่งนอกเหนือจากการรักใคร่ของหนุ่ม-สาวแล้ว ยังคงเพื่อผลทางการเมืองด้วยเช่นกัน”

ข้อสังเกตที่น่าสนใจอีกประการคือ เจ้าจอม พระสนม ในรัชกาลที่ 5 มีธิดาสกุล “บุนนาค” มากกว่าสกุลอื่น เช่น ธิดาของ เจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ (เทศ) กับ ท่านผู้หญิงอ่วม นั้น เป็นเจ้าจอมพระสนมเอกถึง 5 ท่าน ได้แก่ เจ้าจอมมารดาอ่อน, เจ้าจอมเอี่ยม, เจ้าจอมเอิบ, เจ้าจอบอาบ และเจ้าจอมเอื้อน นอกจากนี้ ยังมีธิดาที่เกิดจากภริยาอื่นเป็นเจ้าจอมอีก 2 ท่าน คือ เจ้าจอมแก้ว และเจ้าจอมแส

ตัวอย่างข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของธิดาในสกุลบุนนาคเท่านั้น นักวิชาการล้วนวิเคราะห์ว่า เหตุผลทางการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชนชั้นเจ้านายมี “ภรรยา” มากกว่า 1 ราย

ระบบผัวเดียวหลายเมียนี้เริ่มเสื่อมลง และเข้าสู่ยุคผัวเดียวเมียเดียวเมื่อวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามีอิทธิพลทางความคิดของชนชั้นนำ การต่อสู้ทางความคิดเชิงนโยบายและทางกฎหมายปรากฏให้เห็นมายาวนานจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัวที่ประกาศใช้ ให้ชายอาจมีภรรยาได้หลายคน และมาแก้ไขว่าให้ชายมีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายเพียงคนเดียว หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์. “ระบบผัวเดียว หลายเมียในสังคมไทย”. ใน ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 6 ฉบับที่ 5 (มีนาคม 2528)

เสนีย์ ปราโมช ม.ร.ว.,ประชุมปาฐกถาและคำอภิปรายของ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช. กรุงเทพฯ : รวมสาส์น, 2509, น. 119

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 25 มกราคม 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไมเจ้าจอมพระสนมในรัชกาลที่ 5 มีสกุล “บุนนาค” มากกว่าสกุลอื่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...