จบด้วยดี! หลังสาวถูกไฟแนนซ์โหดไล่ทวงหนี้ เหตุค้างงวดรถกว่า 4 หมื่นบาท
สาวผวาเจอไฟแนนซ์ขับรถไล่ทวงหนี้ค่างวดรถยนต์ดักหน้า-หลัง เคาะกระจกเรียกให้ลงรถ ตกใจคิดว่าเป็นคนร้าย เผยจ่ายค่างวดรถหมดแล้วเหลือเพียงโอนรถ แต่จ่ายไม่ตรงมีหนี้ค้างกว่า 4 หมื่น ล่าสุด จบด้วยดีทั้งสองฝ่าย ยอมรับเป็นเรื่องเข้าใจผิดยกมือไหว้ซึ่งกันและกันไม่ฟ้องร้องใดๆ
จากกรณีเหตุการณ์รถยนต์จำนวน 2 คัน ประกอบด้วย รถยนต์เก๋งสีขาว และรถกระบะสีดำ มีชายฉกรรจ์ และผู้หญิงอยู่ภายในรถ กำลังขับไล่ล่าติดตามรถกระบะ และเป็นเจ้าของคลิปนี้ ซึ่งคนขับรถกระบะพยายามขับหนี โดยคนในรถพยายามถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ เนื่องจากไม่ทราบสาเหตุที่ถูกไล่ล่าติดตาม จากรถทั้ง 2 คัน พยายามขับแซง ขับเบียดให้รถเป้าหมายจนมุม ส่งสัญญาณให้รถเป้าหมายจอด คนในรถกระบะมากันเป็นครอบครัวรวม 6 คน ประกอบด้วย ผู้ชาย 2 คน หญิง 3 คน และเด็กหญิงวัยขวบเศษอีก 1 คน ต่างตกใจ จึงโทรแจ้งตำรวจ แต่คนในรถทั้งหมดเป็นชาว จ.ตรัง ไม่ชำนาญเส้นทางในจ.สงขลา จึงบอกทาง บอกเส้นทางตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือไม่ถูก เมื่อขับมาถึงพื้นที่บ้านโคกม่วง ตามป้ายที่คนในรถพยายามสังเกตสองข้างทาง เขตพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.คลองหอยโข่ง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ก่อนถูกรถเก๋งขับขวางหน้า และรถกระบะสีดำ พุ่งชนท้าย ทำให้รถกระบะของผู้เสียหายจนมุม
กลุ่มคนที่ออกมาจากรถกระบะ สีดำ และรถเก๋ง สีขาว พยายามบังคับให้เปิดประตูลงจากรถ ทำให้ทราบว่ากลุ่มคนดังกล่าวมาจากบริษัทไฟแนนซ์รถยนต์แห่งหนึ่ง ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มาเพื่อจะทวงหนี้และจะยึดรถ โดยอ้างว่ารถกระบะคันนี้ ค้างค่างวด คนในรถต่างยืนยัน ไม่ได้เป็นหนี้บริษัทใด ทำให้ทุกคนกลัวพยายามร้องห้ามกันไม่ให้เปิดประตู จนกระทั่งตำรวจ สภ.คลองหอยโข่งมาถึงที่เกิดเหตุ ทุกคนจึงลงจากรถ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา
ต่อมาพบว่าเจ้าของรถกระบะคันเกิดเหตุดังกล่าวคือ นางรัษฎา อายุ 53 ปี ซึ่งยืนยันว่าได้จ่ายค่างวดครบแล้วรวม 72 งวดๆ ละ 9,000 บาท แต่ยังไม่ได้ไปโอน แต่ยอมรับว่าจ่ายล่าช้าบ้าง ทำให้บริษัทไฟแนนซ์อาจจะเอาจำนวนวันที่ตนจ่ายค่างวดล่าช้า มานับคำนวณคิดเป็นค่างวด และค่าติดตามทวงถาม แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้รับใบแจ้งหนี้แต่อย่างใด ขณะระหว่างที่รอเจรจากันที่ สภ.คลองหอยโข่ง กลุ่มคนดังกล่าวยังพยายามบังคับลูกสาวของตนให้ขึ้นรถไปที่ธนาคาร และให้โอนเงินค่างวด และค่าติดตามทวงถาม รวม 3 เดือน เป็นเงิน 48,260 บาท เพื่อให้ทุกอย่างจบ
สุดท้ายเหตุการณ์จบลงโดยนางรัษฎายอมจ่ายค่างวดและค่าติดตามทวงถามรวม3เดือน จำนวน 48,260 บาทให้กับทางบริษัทไฟแนนซ์ไปเพราะทราบรายละเอียดว่ายังค้างอยู่จริง แต่ยังติดใจพฤติกรรมการทวงหนี้ของบริษัทไฟแนนซ์ที่ทำกันเกินกว่าเหตุและเตรียมที่จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตัวแทนบริษัทไฟแนนซ์ ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืนจิตใจ และกระทำผิด พ.ร.บ.ทวงหนี้
ล่าสุดในวันที่ 18 พ.ย. 2562 ทางพนักงานสอบสวน สภ.คลองหอยโข่ง ได้นัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาเจรจากันอีกรอบที่โรงพัก ตั้งแต่ช่วงเวลา 18.30 น. โดยแยกสอบสวนทั้งสองฝ่าย ใช้เวลาเกือบ4 ชั่วโมง จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 22.00 น. จึงได้ข้อสรุปโดยทั้งสองฝ่ายยอมยุติเรื่องราวทั้งหมดและจะไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีใดๆต่อกัน
โดยนางรัษฎา เผยว่า เรื่องนี้เป็นการเข้าใจผิดกันและทางบริษัทตัวแทนไฟแนนซ์ก็มาขอโทษตนแล้วและตนก็ได้เคลียร์ค่างวดที่ค้างชำระไปหมดแล้วเช่นกัน และตนจะไม่มีการแจ้งความหรือฟ้องร้องใดๆกับบริษัทไฟแนนท์อีกและขอให้เรื่องจบลงในวันนี้ แต่ขอให้ตัวแทนบริษัทไฟแนนท์แห่งนี้อย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก
ด้านตัวแทนบริษัทไฟแนนซ์ กล่าวว่า ขอให้เรื่องนี้จบลงด้วยดีเพราะเป็นการเข้าใจผิดกันตั้งแต่แรกเริ่ม และตอนนี้ได้ไกล่เกลี่ยกันเรียบร้อยแล้วพร้อมกับขอโทษที่ทำรุนแรงที่ไปเคาะกระจก ซึ่งทางตนไม่ได้ติดใจอะไรตั้งแต่แรกเพราะเพียงแค่ทำไปตามงาน ตามหน้าที่ แต่ในส่วนของลูกค้าตอนนั้นอาจจะเข้าใจผิด แต่เรื่องนี้ก็จบลงด้วยดีทั้งสองฝ่าย
หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจเอาความพร้อมกับได้มีการยกมือไหว้เพื่อขอโทษซึ่งกันและกัน และทางพนักงานสอบสวน สภ.คลองหอยโข่ง ก็ได้ลงบันทึกคำให้การของทั้งสองฝ่ายไว้เป็นหลักฐานว่าจะไม่มีการฟ้องร้องหรือดำเนินการทางคดีใดๆกันอีก