โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องอาชีพช่วงไวรัสโควิดระบาด "ฟรีแลนซ์-แพทย์-สาธารณสุข" เนื้อหอม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.ย 2563 เวลา 05.40 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2563 เวลา 00.02 น.

จ๊อบไทย (JobThai) ผู้ให้บริการหางาน สมัครงาน ออนไลน์อันดับ 1 ของประเทศไทยเปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลความต้องการแรงงานขององค์กรในจ๊อบไทยแพลตฟอร์มพบว่า องค์กรมีความต้องการแรงงานในช่วงครึ่งปีแรกรวมกันอยู่ที่ 303,776 อัตรา (เป็นการนับจำนวนอัตราแบบไม่ซ้ำกัน) ซึ่งมีการเปิดรับสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 124,629 อัตรา แต่ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน การจ้างงานลดลง 16.5%เทียบกับเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2563

ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มมีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงขึ้นและกระจายวงกว้างมากขึ้น จนทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนด้านผู้ใช้งาน หางาน สมัครงานมีการใช้งานมากกว่า 11 ล้านคน เติบโตขึ้น7.5% ซึ่งมีการสมัครงาน 8,876,727 ครั้งเติบโตขึ้น 31.0% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

“แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์” ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการจ๊อบไทย (JobThai) กล่าวว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงกับภาพรวมตลาดแรงงาน จากการรวบรวมและวิเคราะห์ฐานข้อมูลงานในจ๊อบไทยแพลตฟอร์ม เพื่อรายงานสถานการณ์ความต้องการแรงงาน และพฤติกรรมความต้องการของผู้สมัครงานทั่วประเทศ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 ปรากฏว่ามี 5 ประเภทธุรกิจมีความต้องการแรงงานมากที่สุด

1.อาหาร-เครื่องดื่ม 58,724 อัตรา แม้การผลิตในอุตสาหกรรมอาหารไตรมาสที่ 1 ปี 2563 จะปรับตัวลดลง (ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม) แต่ผู้บริโภคยังคงมีการใช้จ่ายในหมวดสินค้า และบริการที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน จึงทำให้ประเภทธุรกิจนี้ยังคงมีความต้องการแรงงานมาเป็นอันดับแรก ซึ่งลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 22.9%

2.บริการ 44,750 อัตรา ความต้องการแรงงานในธุรกิจประเภทนี้จะเป็นธุรกิจบริการที่นอกเหนือจากธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาคท่องเที่ยว เช่น ธุรกิจบริการทำความสะอาด, ธุรกิจบริการด้านระบบ, ธุรกิจบริการฝึกอบรม

3.ก่อสร้าง 41,353 อัตรา SCB EICประเมินว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการยังคงสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างจะมีแนวโน้มหดตัวตามเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงมาก ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์บางส่วนเลื่อนการเปิดตัวโครงการใหม่ออกไป แต่การก่อสร้างโครงการภาครัฐยังคงมีแรงขับเคลื่อนจากโครงการเมกะโปรเจ็กต์คมนาคม

เช่น โครงการรถไฟฟ้า, โครงการรถไฟความเร็วสูง, โครงการสนามบิน, โครงการท่าเรือ, โครงการมอเตอร์เวย์ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

4.ยานพาหนะ/ชิ้นส่วนยานยนต์ 39,883 อัตรา ผลจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อยอดการจำหน่ายและการผลิตรถยนต์ในประเทศและการส่งออกให้ชะลอตัวลง ทั้งยังกระทบต่อเนื่องไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ผู้ผลิตอุปกรณ์ตกแต่งภายในรถยนต์ รวมถึงตัวแทนจำหน่าย (ที่มา : สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) แม้ธุรกิจนี้จะอยู่ใน 5 อันดับแรกที่ต้องการแรงงานมาก แต่เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนพบว่า ความต้องการแรงงานลดลงถึง 31.8%

5.ค้าปลีก 37,482 อัตรา ธุรกิจค้าปลีกโดยรวมมีผลกระทบค่อนข้างมาก ยกเว้นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีวิต เช่น อาหารและของใช้ส่วนตัว ทำให้ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ ยังคงมีความต้องการแรงงาน

ขณะที่ 5 สายงานที่องค์กรเปิดรับมากที่สุด อันดับ 1 ขาย คิดเป็น 19.9% อันดับ 2 ช่างเทคนิค คิดเป็น 10.3% อันดับ 3 ผลิต/ควบคุมคุณภาพ คิดเป็น 7.9% อันดับ 4 วิศวกร คิดเป็น 5.8% อันดับ 5 ธุรการ/จัดซื้อ คิดเป็น 5.7%

ส่วน 5 สายงานที่คนสมัครมากที่สุด อันดับ 1 ธุรการ/จัดซื้อ คิดเป็น 12.7% อันดับ 2 ขาย คิดเป็น 9.5% อันดับ 3 ผลิต/ควบคุมคุณภาพ คิดเป็น 9.1% อันดับ 4 งานบุคคล/ฝึกอบรม คิดเป็น 6.2% อันดับ 5 ขนส่ง-คลังสินค้าคิดเป็น 6.1%

สำหรับ 5 นิคมอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานมากที่สุด อันดับ 1 นิคมอมตะซิตี้จังหวัดระยอง 3,374 อัตรา อันดับ 2 นิคมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี 3,140 อัตรา อันดับ 3 นิคมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี 2,789 อัตรา อันดับ 4 สวนอุตสาหกรรมโรจนะ พระนครศรีอยุธยา 2,339 อัตรา อันดับ 5 เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร ปทุมธานี 2,264 อัตรา

“แสงเดือน” กล่าวต่อว่า ส่วนนักศึกษาจบใหม่ในปีนี้ต้องเผชิญกับภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น ต้องมีการปรับตัวอยู่เสมอเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและพร้อมรับมือกับอนาคต

สำหรับสายงานที่เปิดรับนักศึกษาจบใหม่โดยมี 5 สายงานที่องค์กรเปิดรับนักศึกษาจบใหม่ปริญญาตรีมากที่สุด อันดับ 1 ขาย คิดเป็น 23.3% อันดับ 2 บริการ คิดเป็น 11.8% อันดับ 3 ธุรการ/จัดซื้อ คิดเป็น 9.0% อันดับ 4 วิศวกร คิดเป็น 7.2% อันดับ 5 ช่างเทคนิค คิดเป็น 7.1%

“ขณะที่ 5 สายงานที่นักศึกษาจบใหม่ปริญญาตรีสมัครมากที่สุด อันดับ 1 ธุรการ/จัดซื้อ คิดเป็น 15.8% อันดับ 2 วิศวกร คิดเป็น 10.3% อันดับ 3 ขาย คิดเป็น 9.5% อันดับ 4 ผลิต/ควบคุมคุณภาพ คิดเป็น 8.0% อันดับ 5 บริการ คิดเป็น 7.1%”

“ดังนั้น หากแบ่งข้อมูลออกเป็น3 ช่วง คือ ช่วงก่อนระบาดหนัก (มกราคม-กุมภาพันธ์) ช่วงระบาดหนักและล็อกดาวน์ (มีนาคม-เมษายน) และช่วงคลายล็อกดาวน์ (พฤษภาคม-มิถุนายน) พบว่า ช่วงระบาดหนักและล็อกดาวน์ มีสายงานเดียวที่เปิดรับคนเพิ่มขึ้น คือแพทย์/เภสัชกร/สาธารณสุข เพิ่มขึ้น 0.5% ส่วนช่วงคลายล็อกดาวน์ มีการเปิดรับ freelance เพิ่มขึ้น 36.4%”

“แสงเดือน” กล่าวต่อว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา สถานการณ์ด้านตลาดแรงงานมีความผันผวนจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 องค์กรต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอคนทำงานเองต้องพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนการทำงานของตัวเองอยู่ตลอดเวลา การพัฒนาทักษะอยู่ตลอดเวลาเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำงานยุคนี้

“สำหรับทิศทางของตลาดแรงงานจากนี้ไป คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อเราดูสถิติช่วงต้นเดือนกรกฎาคมพบว่า สายอาชีพที่มีแนวโน้มเปิดรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ freelance, อาจารย์/ครู, แพทย์/เภสัชกร/สาธารณสุขสำหรับการหางาน สมัครงานในจ๊อบไทยมีการเติบโตขึ้นมาก ซึ่งจ๊อบไทยได้ออกฟีเจอร์การค้นหางานที่ให้ทำงานที่บ้านได้(work from home) และค้นหางานที่เปิดรับสัมภาษณ์ออนไลน์ เพื่อสร้างความสะดวก ทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ และคนหางานด้วย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...