โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้นค้าปลีกซบหนัก "คนละครึ่ง-ช็อปช่วยชาติ" ปลุกไม่ขึ้น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.ย 2563 เวลา 02.55 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2563 เวลา 01.02 น.

เอฟเฟ็กต์ “ล็อกดาวน์” ฉุดหุ้นค้าปลีกซบหนัก โบรกฯชี้มาตรการ “คนละครึ่ง-ช็อปช่วยชาติ” ปลุกไม่ขึ้น เหตุยอดใช้จ่ายต่อคนต่ำดันยอดขายห้างยักษ์ใหญ่ไม่ขึ้น ขณะที่ “CPALL” เจอกระแสต้านหนัก ด้าน “MAKRO” ได้อานิสงส์ราคา “หมู-ไก่” แพงขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พบว่า ราคาหุ้นในกลุ่มค้าปลีกส่วนใหญ่ยังปรับลดลงต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีปัจจัยที่ภาครัฐเตรียมออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ทั้งมาตรการ “คนละครึ่ง”และ “ช็อปช่วยชาติ” โดยตั้งแต่ต้นปีถึง ณ 10 ก.ย. 63 ดัชนีหุ้นกลุ่มค้าปลีก ปรับลดลง 8.63% โดยเฉพาะราคาหุ้น บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ปรับลดลงมากที่สุดที่ 33.33%

นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า ในช่วงที่เหลือของปี 2563 คาดว่ายอดขายและกำไรสุทธิกลุ่มค้าปลีกจะปรับตัวดีขึ้น จากช่วงที่มีการล็อกดาวน์ปิดเมืองในไตรมาส 2/63 อย่างไรก็ตาม บริษัทค้าปลีกในตลาดหุ้นส่วนใหญ่ชี้ว่า ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) จะยังคงติดลบ แต่น้อยกว่าในไตรมาส 2/63 ยกเว้น บมจ.สยามแม็คโคร (MAKRO) ที่ได้อานิสงส์จากการที่ราคาเนื้อหมูและเนื้อไก่ปรับขึ้น รวมถึงบริษัทหันไปจับกลุ่มลูกค้าที่เป็น end consumer (ซื้อและนำไปใช้เอง) มากขึ้น

ขณะที่แนวโน้มห้างค้าปลีกขนาดใหญ่อย่าง บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) และ บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) คาดจะเห็นการฟื้นตัว อย่างไรก็ดี คาดการณ์กำไรสุทธิจะยังติดลบเมื่อเทียบปีก่อน แต่จะติดลบลดลงจากไตรมาส 2/63 ที่ติดลบราว 20% มาอยู่ที่ราว 10% ส่วนกลุ่มค้าปลีกที่เกี่ยวเนื่องกับการซ่อมแซมบ้านได้รับอานิสงส์จากกระแสทำงานที่บ้าน (work from home) ที่ช่วงคลายล็อกดาวน์ใหม่ ๆ คนนิยมซื้อของเพื่อซ่อมแซมบ้าน ส่งผลให้ยอด SSSG ปรับขึ้นอย่างมากในเดือน พ.ค.และเดือน มิ.ย. อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.เริ่มแผ่วลง ด้านค้าปลีกที่เกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (IT) ยังเติบโตต่อเนื่อง คือ บมจ.คอมเซเว่น (COM7) และ บมจ.เอส พี วี ไอ (SPVI)

เมื่อมองไปข้างหน้าในปี 2564 นายสุวัฒน์กล่าวว่า หากพิจารณาภาพรวมของยอดขายและกำไรสุทธิของกลุ่มค้าปลีก เชื่อว่าจะปรับขึ้นจากฐานกำไรที่ต่ำในปี 2563 อย่างไรก็ดี จะต้องพิจารณาประเด็นเฉพาะตัวของแต่ละกลุ่ม เช่น กลุ่ม IT ที่ฐานสูงเมื่อเทียบกับห้างค้าปลีกประเภทอื่น ๆ ซึ่งในระยะถัดไปคาดหวังประเด็นการใช้เทคโนโลยี 5G เข้ามาหนุนห้างค้าปลีกประเภทนี้ต่อไป

ขณะที่กลุ่มการซ่อมแซมปรับปรุงบ้าน การเติบโตของยอดขายและกำไรเริ่มจำกัด โดยหุ้นที่ยังสามารถเติบโตได้ คาดว่าจะเป็นบริษัทที่ยังมีส่วนแบ่งตลาดไม่สูง และยังสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดต่อได้ผ่านการขยายสาขา คือ บมจ.ดูโฮม (DOHOME) ส่วน บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) ซึ่งเป็นเจ้าใหญ่การเติบโตเริ่มจำกัด

ส่วนกลุ่มอุปโภคอย่าง CPALL และ BJC คาดว่าจะผันแปรตามภาวะเศรษฐกิจ โดยคาดการณ์การบริโภคโดยรวมจะมีแนวโน้มดีขึ้น และคาดว่าการบริโภคที่มาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หายไปราว 9 เดือนในปี 2563 นี้จะมีแนวโน้มดีขึ้นเช่นกัน

นายสุวัฒน์กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการ “คนละครึ่ง” ที่เบื้องต้นมีข่าวจะจำกัดการใช้จ่ายที่ 100-250 บาท/คน/วัน เชื่อว่าจะไม่ส่งผลประโยชน์ต่อห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ อาทิ CRC,HMPRO และ COM7 รวมถึง CPALL ที่มีกระแสข่าวต่อต้านการออกมาตรการที่เอื้อนายทุน ดังนั้น โดยภาพรวมคาดว่าผู้ประกอบการค้าปลีกในตลาดหลักทรัพย์ฯจะไม่ได้ประโยชน์ หรือเพียงได้ประโยชน์ทางอ้อมจากการที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้น

ส่วนมาตรการ “ช็อปช่วยชาติ” แม้ยังไม่มีรายละเอียด แต่ล่าสุดสมาคมผู้ค้าปลีกไทยได้เสนอภาครัฐให้พิจารณา ซึ่งหากดำเนินการได้ก็เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ รวมถึงผู้ประกอบการค้าปลีก IT อย่างไรก็ดี CPALL อาจได้ประโยชน์ไม่มากเมื่อเทียบกับห้างค้าปลีกอื่น ๆ

“สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่มค้าปลีก แนะนำซื้อหุ้นที่ราคายังปรับขึ้นไม่เท่าราคาหุ้นตัวอื่น ๆ ในกลุ่ม รวมถึงยังมีโอกาสปรับขึ้นสูง ได้แก่ CRC upside ประมาณ 20% และ CPALL upside ประมาณ 30%”

นางสาวสุทธาทิพย์ พีรทรัพย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในระยะถัดไปแนวโน้มยอดขายและกำไรของกลุ่มค้าปลีกยังค่อนข้างแย่ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในช่วงไตรมาส 2 ที่ทำให้รายได้หายไป แม้ไตรมาส 3-4 จะมีโอกาสกลับมาฟื้นตัว แต่เชื่อว่าการจะฟื้นตัวไปอยู่ที่ระดับก่อนเกิดโควิด-19 ยังต้องใช้เวลา

หุ้นกลุ่มค้าปลีก
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...