โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมหม่อนไหม แนะวิธีเลี้ยงหนอนไหมในฤดูหนาว

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 31 ต.ค. 2561 เวลา 12.01 น.

นางสาวศิริพร  บุญชู   รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร  รักษาราชการแทนอธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า  จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา  เรื่องการเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ.2561 นับตั้งแต่วันที่  27 ตุลาคม พ.ศ.2561  นั้น  แม้ช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว (ตุลาคม – พฤศจิกายน) จะเป็นช่วงที่มีความเหมาะสมในการเลี้ยงหนอนไหมมาก เนื่องจากใบหม่อนมีความอุดมสมบูรณ์ ใบไม่อวบน้ำ อุณหภูมิและความชื้นก็ไม่สูงหรือต่ำเกินไป  โดยอุณหภูมิที่ไหมจะเจริญเติบโตได้ดีอยู่ที่ประมาณ 25 องศาเซลเซียส  อย่างไรก็ตาม ช่วงเข้าสู่ฤดูหนาว อากาศเปลี่ยนแปลงและอาจมีอุณหภูมิลดต่ำลงบางช่วงในเวลากลางคืน  ซึ่งอากาศที่หนาวเกินไปอาจทำให้หนอนไหมกินใบหม่อนน้อยลง  เจริญเติบโตช้า ส่งผลทำให้ต้องใช้เวลาเลี้ยงนานกว่าปกติ

ดังนั้นการเลี้ยงไหมในช่วงฤดูหนาวนั้น  เกษตรกรควรเฝ้าระวังเรื่องความชื้น และอุณหภูมิภายในโรงเลี้ยง ไม่ให้ต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส โดยวิธีการต่างๆ เช่น  การตั้งเตาไฟที่ปราศจากควันไว้ในห้องเลี้ยงไหมและวางกะละมังหรือถังบรรจุน้ำบนเตา เพื่อเพิ่มอุณหภูมิและความชื้น  การปิดหน้าต่างและประตูโรงเลี้ยงไหมเพื่อเพิ่มอุณหภูมิภายใน   การพ่นละอองน้ำลงบนใบหม่อนหรือใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำปิดตะกร้าใบหม่อนที่เก็บไว้เพื่อเลี้ยงไหม เพื่อไม่ให้ใบหม่อนเหี่ยวเฉาเร็วเกินไป หรือปรับสภาพรอบด้านให้มี ความชื้นสูงขึ้น

นอกจากนี้การให้ใบหม่อนใช้เลี้ยงไหมในแต่ละครั้ง ควรมีปริมาณพอดีหรือใกล้เคียงกับความต้องการของหนอนไหม และควรดูแลห้องเก็บใบหม่อนให้มีอากาศถ่ายเท ไม่อับชื้น  ดูแลใบหม่อนให้สะอาดปราศจากฝุ่นละออง และสารเคมี  ทั้งนี้  หากเกษตรกรดูแลอุณหภูมิในโรงเลี้ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของหนอนไหม ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตรังไหมในช่วงฤดูหนาวอย่างแน่นอน

“การเลี้ยงไหมในแต่ละฤดูจะมีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป  เกษตรกรควรศึกษาข้อมูล วิธีการเลี้ยงในแต่ละฤดูกาล  สภาพภูมิอากาศ และสภาพพื้นที่  โดยสามารถศึกษาข้อมูลการดูแลแปลงหม่อน หนอนไหม รวมถึงการป้องกันแมลงและโรคต่างๆ ได้ทางเว็บไซต์ของกรมหม่อนไหม www.qsds.go.th  หรือติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ โทร.02-5587924  หรือ Call Center 1275  และที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้ง 21 ศูนย์ทั่วประเทศ”  รักษาราชการแทนอธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...