โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก้าวสู่ ‘Industry 4.0’ อย่างไรในวันที่อุตสาหกรรมไทยยังแค่ 2.0

The Bangkok Insight

เผยแพร่ 25 ต.ค. 2561 เวลา 10.06 น. • The Bangkok Insight

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเปิดตัวเลขภาคอุตสาหกรรม พบอยู่ในกลุ่ม Industry 2.0 มากที่สุดถึง 61% ขณะที่มีเพียง 2% เท่านั้นที่ก้าวข้ามมาสู่ Industry 4.0 ได้สำเร็จ ชี้ 4 อุปสรรค์ขัดขวางคือ การขาดมาตรฐานกลางสำหรับภาคอุตสาหกรรม, ความกังวลด้านความปลอดภัย, การขาดตัวอย่างด้านการประยุกต์ใช้ขององค์กรที่ประสบความสำเร็จ และสุดท้ายคือเครื่องจักรยังเป็นรุ่นเก่า ไม่รองรับการเชื่อมต่อ IoT

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี

การเปิดเผยครั้งนี้มีขึ้นในงานสัมมนา Industrial IoT Expo 2018 ที่ทางสภาอุตสาหกรรมจัดขึ้นเพื่อหวังกระตุ้นให้ภาคการผลิตประยุกต์ใช้ IoT และปรับปรุงโรงงานให้ก้าวไปสู่ Factory Automation มากขึ้น โดยนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมองว่า การปรับตัวของภาคการผลิตในประเทศไทยนั้นเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังถือว่าช้าเมื่อเทียบกับประเทศรอบข้างเช่น จีน – เวียดนาม

“จีนทำไมโตเร็ว หัวเว่ยเมื่อสิบปีที่แล้วกับตอนนี้คนละเรื่องกันเลย หัวเว่ยวันนี้มีทุกโปรดักซ์ แถมมีพนักงานมากกว่า 1.7 แสนคน ซึ่งในจำนวนนั้น หัวเว่ยมีคน 7 หมื่นคนที่ดูเรื่อง R&D โดยเฉพาะ อันนี้เราก็ต้องหันกลับมามองว่าบริษัทของไทยเรามีทีม R&D เท่าไร” นายสุพันธุ์กล่าว

ส่วนเหตุผลที่ภาคการผลิตต้องตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงนั้น นายสุพันธุ์ชี้ว่าเป็นผลมาจากการเกิดขึ้นของสมาร์ทโฟน และทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ดังที่หลาย ๆ อุตสาหกรรมได้เคยยกตัวอย่างไว้มากมายแล้วก่อนหน้านี้ ทำให้ผู้บริโภคในยุคใหม่ไม่ต้องการสินค้าที่ผลิตภายใต้แนวคิด Mass Production อีกต่อไป แต่จะมองหาสินค้าที่ผลิตขึ้นแบบเฉพาะตัว (Customization) มากขึ้น ซึ่งในจุดนี้คือความท้าทายของภาคการผลิตไทยในการรับมือความเปลี่ยนแปลงนี้ให้ได้

ขณะที่ในตลาดโลก 76% ของภาคการผลิตมีการปรับตัว หรืออยู่ระหว่างการทรานสฟอร์มไปสู่ Smart factory กันแล้ว ยกตัวอย่างเช่น โรงงานของ GE ที่ตั้งอยู่ในเมือง Pune ประเทศอินเดีย โรงงานแห่งนี้มีอีกชื่อว่า Brilliant Factory เนื่องจากสามารถผลิตสินค้าได้หลากหลาย ตั้งแต่เครื่องยนต์ของเครื่องบินเจ็ท ไปจนถึงส่วนประกอบของ หัวรถจักร หรือโรงงานของค่ายอาดิดาสในเยอรมนี ที่มีระบบ 3D Printing ทำให้บริษัทสามารถผลิตสินค้าได้อย่างยืดหยุ่นตอบรับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปได้

โดยหากประเมินเป็นระดับประเทศแล้วพบว่า ภาคการผลิตของประเทศต่าง ๆ ได้ปรับตัวไปสู่ Smart Factory แล้วในสัดส่วนดังต่อไปนี้

ตัวเลขการเปลี่ยนแปลงข้างต้นสอดคล้องกับผลการสำรวจของ World Economic Forum ที่พบว่า 84% ของผู้บริหารองค์กรคาดว่าจะ Industrial IoT จะเข้ามา Disrupt ภาคการผลิตภายใน 5 ปี

สำหรับภาคการผลิต ผลการประเมินศักยภาพอุตสาหกรรมภาคการผลิต การค้าและบริการ สถาบันวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กย. 2561 พบว่า ภาคการผลิตไทยกระจุกตัวอยู่ในโซน Industry 2.0 มากที่สุด

  • – Industry 1.0 มีส่วนแบ่ง 9%
  • – Industry 2.0 มีส่วนแบ่ง 61%
  • – Industry 3.0 มีส่วนแบ่ง 28%
  • – Industry 4.0 มีส่วนแบ่ง 2%

เมื่อเทียบในมุมของศักยภาพในกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมไทยพบว่า มีเพียง 4% ที่ผลิตโดยใช้ระบบอัตโนมัติทั้งหมด และมีการเชื่อมโยงข้อมูลตลอดทั้ง Supply Chain ผ่านระบบไอที ขณะที่ 45% มีการนำเทคโนโลยีการผลิตเข้ามาใช้ในบางส่วนของกระบวนการผลิต แต่ยังไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูล ในจำนวนนี้มีมากถึง 31% ที่ระบุว่ายังไม่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิตเลย

นอกเหนือจากการปรับตัวช้าที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว นายสุพันธุ์กล่าวเพิ่มเติมว่า “จุดอ่อนของไทยที่ทำให้ไปต่อได้ยากมี 2 ข้อ คือไม่ค่อยจดลิขสิทธิ์ ทำให้เราถูกก๊อปปี้ได้ง่ายกว่า อีกข้อคือภาคธุรกิจไทยชอบพึ่งตัวเอง ไม่ค่อยพึ่งรัฐ พอเห็นว่าต้องลงทุนเพิ่มเป็นมูลค่าเยอะ ๆ ก็ไม่กล้าที่จะลงทุน ก็เลยไปก๊อปปี้งานคนอื่นมาแทน เพราะว่าถูกกว่า ในจุดนี้ต้องบอกว่าภาครัฐมีแล็บวิจัย มีเงินทุนให้การสนับสนุนรออยู่อีกมาก”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...