โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Khon Kaen Manifesto : ศิลปะขัดขืนใน ‘เมืองเลโก้’ ของสฤษดิ์ ธนะรัชต์

The Momentum

อัพเดต 19 ธ.ค. 2563 เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2563 เวลา 10.02 น. • วีรวรรธน์ สมนึก

In focus

  • กลุ่มขอนแก่นเมนิเฟสโต้จัดนิทรรศการงานศิลปะในซ่องร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น เพื่อเรียกร้องให้ผู้คนที่สัญจรไปมาแลเห็นว่า พื้นที่แห่งนี้มีชีวิต มีความเป็นมา และเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่ผู้คนพากันหลงลืมละเลย
  • การค้าบริการทางเพศกลายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายในยุคของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ อาชีพโสเภณีสามารถทำได้อย่างเปิดเผย ซึ่งก็สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง จะมีข้อพึงระวังก็เพียงเรื่องการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค
  • เมืองโสเภณีเป็นหนึ่งในแรงงานที่อพยพเข้ามาทำงานในเมืองขอนแก่นเช่นเดียวกับอาชีพอื่น จนมาสู่คำถามที่ว่า เพราะเหตุใดอาชีพโสเภณีจึงถูกอธิบายว่าผิดกฎหมายและไม่เป็นที่ยอมรับ ทั้งที่เคยได้รับการยอมรับในอดีต 
  • ตัวอย่างผลงานศิลปะที่นำมาจัดแสดงในงาน Khon Kaen Manifesto จำนวนมากที่เกี่ยวพันกับการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารประเทศของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในฐานะผู้นำเผด็จการเช่นเกียวกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 

ซ่อง: วัฒนธรรมที่ผู้คนหลงลืมละเลย

“สมัยก่อนแถวนี้เต็มไปด้วยซ่อง ซ่องเต็มไปหมดทั้งซอย ขอนแก่นที่ที่มีซ่องเยอะๆ ก็ต้องถนนเส้นนี้แหละ อีกที่ก็เป็นแถวสะพานเหล็ก แต่เดิมตรงที่ต้นไม้ขึ้นรกๆ นี่ก็เป็นซ่องนะ แต่เขาทุบทิ้งกันไปหมดแล้วตั้งแต่ คสช. ขึ้นมายึดอำนาจ อาคารที่เราอยู่กันนี่ก็เป็นซ่องเก่าที่ยังไม่ถูกรื้อ”

คำบอกเล่าของคนในตัวเมืองจังหวัดขอนแก่นที่บอกว่า สมัยก่อนบริเวณถนนเทพารักษ์และย่านสะพานเหล็ก ถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างรุ่งเรืองทางการค้า มีผู้คนมากหน้าหลายตาเดินทางหลั่งไหลเข้ามาเพื่อแสดงหาโอกาส หวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อกลายเป็นย่านเศรษฐกิจของเมือง ถนนเทพารักษ์และย่านสะพานเหล็กจึงเต็มไปด้วยผับ บาร์ สถานบันเทิง รวมถึงซ่องโสเภณีเช่นเดียวกับย่านเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป ความรุ่งเรืองของพื้นที่ที่ว่านี้ก็เสื่อมคลายลงไปด้วย ศูนย์รวมการค้าและความเจริญแห่งใหม่ของจังหวัดขอนแก่นถูกโอนย้ายมาอยู่ที่ถนนศรีจันทร์ 

ประกอบกับในช่วงปี 2557 หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรัฐประหาร เข้ามาบริหารประเทศ ได้มีการออกมาตรการกวาดล้างสถานบริการทั่วประเทศ โดยเฉพาะสถานบันเทิงตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 22/2558 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางและการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ส่งผลให้สถานบริการตลอดแนวถนนเทพารักษ์และย่านสะพานหินปิดตัวลง อาคารสถานบริการหลายแห่งถูกปิด หลายแห่งถูกรื้อถอน อีกหลายแห่งถูกทิ้งร้างอย่างซ่องร้างสองชั้นแห่งหนึ่งบริเวณซอย 5 ของถนนเทพารักษ์ 

แม้โดยรอบอาคารแห่งนี้จะยังมีบ้านเรือนอยู่ มีผู้คนสัญจรผ่านไปมา แต่ก็กลับไม่มีใครหันมาเหลียวแล ขณะที่กลุ่มขอนแก่นเมนิเฟสโต้กลับให้ความสนใจ และเลือกให้ซ่องแห่งนี้เป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะ เพื่อเรียกร้องให้ผู้คนที่สัญจรไปมาเห็นว่า พื้นที่แห่งนี้มีชีวิต มีความเป็นมา และเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่ชาวขอนแก่นและคนในพื้นที่อื่น ๆ หลงลืมละเลยไป 

 

 

Pink Lady: เกิดอะไรขึ้นกับหญิงสาวใต้แสงไฟสีชมพู

หากในค่ำคืนหนึ่ง คุณมีโอกาสเดินเข้าไปในซอย 5 ของถนนเทพารักษ์ ย่านเศรษฐกิจอดีตที่เคยรุ่งเรืองของจังหวัดขอนแก่น คุณจะพบไฟสีชมพูบานเย็นส่องสว่างอยู่บนชั้นสองของ ‘ซ่องร้าง’ ที่รายล้อมไปด้วยป่ารก เมื่อเข้าไปสำรวจภายใน คุณก็จะพบข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของหญิงค้าบริการวางกระจัดกระจายอยู่อย่างไร้ระเบียบ ทั้งโต๊ะพลาสติกขนาดเล็กวางชามใส่อาหาร แก้วน้ำ ขวดน้ำ กระติกน้ำ กะละมังใส่ข้าว ถาดใส่อาหาร ไม้กวาด เสื้อกันหนาว  ที่น่าสังเกตก็คือข้าวของทุกชิ้นเป็น ‘สีชมพูบานเย็น’ เหมือนกันทั้งหมด สีที่ว่านี้มักจะถูกเปิดใช้ในสถานบริการทางเพศจนเป็นที่มาของคำว่า “Pink Lady” อันหมายถึงหญิงโสเภณี

บนบานประตูทางเข้าห้องแสงสีชมพู มีข้อความข้างท้ายพระราชบัญญัติ ปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 ระบุว่ากิจกรรมการค้าประเวณีนี้เป็นการกระทำอันไม่สมควร น่ารังเกียจ และ ‘ผิดกฎหมาย’ จำเป็นต้องได้รับการปราบปราม ซึ่งกฎหมายทั้งฉบับได้รับการรับรองโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ อาชีพโสเภณีสามารถทำได้อย่างเปิดเผย ซึ่งก็สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง จะมีข้อพึงระวังก็เพียงเรื่องการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโดยเฉพาะกามโรค ที่ผ่านมา ก็มีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกหลายหน แต่ก็ยังคงสาระสำคัญที่ว่า การค้าประเวณีเป็นเรื่องผิดกฎหมาย 

 

 

เหตุใดอาชีพสำคัญยุคนั้นอย่างโสเภณีถึงไม่ถูกรับรอง

ภายในสถานบริการร้างหลังเดียวกันนี้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปบริเวรด้านหน้าทางเข้า ไม่พบห้องโถงใดๆ แต่กลับเป็นทางเดินแคบพอดีตัว ยาวตั้งแต่หน้าไปจนท้ายสุดของอาคาร ห้องแรกที่พบเป็นห้องน้ำผู้หญิงสองห้อง และห้องน้ำผู้ชายอีกหนึ่งห้องใหญ่ ภายในอาคารประกอบด้วยห้องโถง 1 ห้องมีหิ้งบูชาวางอยู่ ห้องทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันของหญิงค้าบริการ 1 ห้อง และห้องรับแขกที่มาซื้อบริการเป็นห้องเล็ก ๆ ขนาด 2×3 เมตร พอมาเตียงนอนและเหลือทางเดินเล็กน้อยอีก 15 ห้อง (ตามความเข้าใจของผู้เขียน)

 

 

 

นอกจากห้องแสงสีชมพูบานเย็น กลุ่มขอนแก่นเมนิเฟสโต้ยังได้ใช้พื้นที่ในห้องรับแขกซื้อบริการหลายห้องจัดแสดงงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับการเมืองในท้องถิ่นที่เชื่อมโยงเข้ากับการเมืองในระดับประเทศ ดังเช่น ‘เพราะเสร็จ จึงเจริญ’ ผลงานของกุลธิดา กระจ่างกุล ศิลปินชาวขอนแก่น ที่บอกเล่าเรื่องราวความรุ่งเรืองของถนนเทพารักษ์แห่งนี้ ผ่านคราบน้ำกามบนเตียงนอนของห้องรับแขกภายในสถานบริการ ด้วยการใช้น้ำกามจากอาสาสมัคร 10 คน เพ้นท์ภาพแผนที่เทศบาลนครขอนแก่นลงบนผ้าปูเตียง ปักหมุดลงบนถนนเทพารักษ์ซอย 5 เพื่อจะสื่อว่าอาชีพโสเภณีก็เป็นอีกงานที่สำคัญและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองนี้ ขณะเดียวกันความรุ่งเรืองของเมืองก็ค่อยๆ จางหายไป เช่นเดียวกับน้ำกามที่เมื่อแห้งก็จางลง 

อีกห้องเป็นผนังที่ติดภาพคำเตือนใจของหญิงสาวที่มาทำงานค้าบริการ โดยเฉพาะการเดินทางไกล้เข้าเมืองใหญ่ ที่มาพร้อมกับความหวังในการหาเงิน แต่ความฝันที่จะกลับไปสู่บ้านเกิดบนท้องทุ่งที่อบอุ่นแสนหวาน ก็ค่อยเหือดหายลงไปพร้อมกับร่างกายที่ทรุดโทรมจากการโหมงานขายตัว 

 

 

ถนอม ชาภักดี นักวิจารณ์ศิลปะ หนึ่งในผู้จัดงานเล่าว่า ต้องการให้เห็นขอนแก่นอีกมุมหนึ่ง เพราะเวลาพูดถึงขอนแก่นคนพูดถึงแต่สมาร์ทซิตี้ แต่บริเวณนี้ที่เป็นเส้นเลือดขอนแก่น สร้างคนให้มีชีวิตชีวากลับถูกหลงลืมไป ซ่องซอย 5 ทำให้คนขอนแก่นมีชีวิตชีวา มีความหมาย และความเป็นคนมากกว่าถนนศรีจันทร์ (ถนนเศรษฐกิจสายหลักในปัจจุบัน) ในอีกด้านกฎหมายบ้านเราก็บอกว่าอาชีพโสเภณีเป็นอาชีพที่ผิดกฎหมาย คนที่แสดงออกต่อต้านรัฐก็ผิดกฎหมาย ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็เป็นโสเภณีด้วยเหมือนกันหรือเปล่า และสิทธิเสรีภาพเป็นเรื่องสำคัญ 

ครั้งที่หนึ่งของขอนแก่นเมนิเฟสโต้เป็นการปักหมุดว่า จอมพลสฤษดิ์ มาสร้างโมเดลสำหรับการพัฒนาขอนแก่นเอาไว้ โดยอยากให้ขอนแก่นเป็นเมืองพัฒนา น้ำไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก เป็นจุดมุ่งหมายของจอมพลสฤษดิ์ และครั้งที่สองการขยายความว่าหลังเกิดความเจริญแล้วเกิดอะไรขึ้น เช่น แรงงานอพยพเข้าสู่เมือง เกิดอาชีพโสเภณี ผับบาร์ ในเมืองขอนแก่น “ทำไมอาชีพสำคัญยุคนั้นอย่างโสเภณีถึงไม่ถูกรับรอง” 

คำประกาศอิสรภาพของชาวประชาขอนแก่น 

การจัดแสดงงานศิลปะ Khonkaen Manifesto ในปีนี้ นอกจากซ่องซอย 5 ยังจัดแสดงอีกใน 4 พื้นที่

ทาวเฮ้าส์ในย่านถนนเทพารักษ์ (อาคารบี) เป็นนิทรรศการการเมืองร่วมสมัย อันเป็นดั่งคำประกาศอิสรภาพตาม ที่เหล่าศิลปินขบถต่างยึดถือ

 

 

ที่ ‘ใหม่อีหลี’ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยริมบึงแก่นนคร อีกจุดแสดงงาน วีรยุทธ โพธิ์ศรี เจ้าของผลงานหลากภาพ จิตรกรรม  เล่าว่าสนใจงานยุคปี 2500 หรือใกล้ปี 2500  ที่จัดแสดงเป็นภาพตัวแทนของชาวบ้านที่มีลักษณะไทยนิยม มีความเป็นขนบผ่านชุดยูนิฟอร์ม หรือละเล่นรำวง  ส่วนภาพรูปคนกราบไหว้ แนวคิดมาจากอนุสาวรีย์จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่เป็นการสร้างภาพลักษณ์ของชาวบ้านต่อเรื่องๆ หนึ่งในประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ว่าภาพของชาวบ้านจะปรากฎออกมาเป็นแบบไหน และในเชิงระดับประเทศ เช่น ภาพร.5 สมัยเลิกทาส จึงนำมาตีความใหม่ในเชิงความหมายและหมุดหมาย โดยมองไปที่ชาวบ้านและคนเล็กคนน้อย

 

(ภาพจาก manycuts.artspace)

 

ส่วนที่ YMD Art Space บริเวณถนนกลางเมืองขอนแก่น เป็นงานจากศิลปินหน้าใหม่หรือบุคคลที่สนใจ ต้องการพื้นที่ Open Call สิ่งที่ตัวเองอยากให้มุมมอง มีทั้งเพลงแร็ปเล่าถึงอำนาจอาวุโสของระบบตำรวจ งานเพ้นท์สื่อถึงมือเปื้อนเลือดจากอาชญากรรมโดยรัฐ งานวิดีโอวัฒนธรรมหน้าฮ่านของวัยรุ่นอีสาน และบนชั้นดาดฟ้ายังจัดฉายภาพยนตร์จากประเทศเยอรมนี โดย Goethe-Institute Thailand ในวันที่ 13-17 ธันวาคม 2563 และ 19 ธันวาคม 2563 และที่บ้านนักกิจกรรมกลุ่มดาวดิน ซอยโคลัมโบ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะมีกิจกรรมส่งท่ายพ่นสีกำแพงต่อต้านอำนาจรัฐ เริ่มวันที่ 18 ธันวาคม 2563

Fact Box

  • ปฏิบัติการทางศิลปะขอนแก่นเมนิเฟสโต้จะจัดถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2563 สามารถดูรายละเอียดวันเวลาและสถานที่อีกครั้งได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้
  • https://www.facebook.com/ManifestoAgendaSummit
  • https://www.facebook.com/ymdartspace/
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...