โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

หมอเลี้ยบ ยกนพ.มงคล บุคคลสำคัญเบื้องหลัง 30 บาทรักษาทุกโรค

MATICHON ONLINE

อัพเดต 14 ธ.ค. 2563 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2563 เวลา 10.49 น.

หมอเลี้ยบ เล่าเบื้องลึก ยก ‘นพ.มงคล’ บุคคลสำคัญเบื้องหลัง 30 บาทรักษาทุกโรค

สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ในหัวข้อ “ความทรงจำที่เป็น “มงคล” ไม่มีวันสิ้นสุด” เล่าเบื้องลึกเบื้องหลังการออกนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค โดยยกให้นายแพทย์มงคง ณ สงขลา เป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้นโยบายขับเคลื่อนจนประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว โดยข้อความระบุว่า

ความทรงจำที่เป็น “มงคล” ไม่มีวันสิ้นสุด

อาจารย์มงคล ณ สงขลา เสียชีวิตเมื่อเวลา 22.52 น.ของวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2563

ผมทราบข่าวการจากไกลของอาจารย์มงคลเมื่อเช้าวันเสาร์ด้วยคารวาลัย และหวนรำลึกถึงวันคืนที่เคยร่วมงานกัน

สรรพนามที่ผมใช้เรียกอาจารย์มงคลมีหลายอย่าง แล้วแต่ว่าใช้ในกาลเทศะใด ตั้งแต่ พี่ อาจารย์ ท่านปลัด และท่านรัฐมนตรี แต่ผมชอบใช้สรรพนาม “อาจารย์” เรียกขานท่านมากที่สุด

เราพบกันครั้งแรก เมื่อครั้งอาจารย์มงคลมาสาธิตการผ่าตัดทำหมันหญิงด้วยเทคนิคใหม่ซึ่งเปิดแผลหน้าท้องเล็กมาก (เรียกว่า Blind Technique) ที่โรงพยาบาลลำปลายมาศ บุรีรัมย์ ซึ่งผมทำงานอยู่เมื่อปี 2524

บ่ายวันนั้น หลังออกจากห้องผ่าตัด ผมเดินเคียงข้างร่างสูงใหญ่ของอาจารย์มานั่งพัก และฟังเสียงทุ้มกังวานเล่าเรื่องประสบการณ์หมอชนบทที่อำเภอพิมายของอาจารย์ด้วยความสนุกสนาน เช่น การขี่ม้าเข้าไปตรวจรักษาชาวบ้านในหมู่บ้าน

หลังจากวันนั้น เราไม่ได้พบกันตัวเป็นๆอีกเลยยาวนานถึง 20 ปี ผมได้แต่ติดตามข่าวคราวของอาจารย์มงคลที่เลื่อนความรับผิดชอบในตำแหน่งต่างๆสูงขึ้น จนเป็นปลัดกระทรวงสาธารณสุข

เส้นทางชีวิตเราคงไม่ได้มาบรรจบกันอีกถ้าผมไม่ได้กลับไปเยือนกระทรวงสาธารณสุขในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2544

ผมก้าวเข้าไปในกระทรวงสาธารณสุขด้วยภาระที่แบกไว้หนักอึ้ง ด้วยรู้อยู่แก่ใจว่า นโยบาย “30 บาทรักษาทุกโรค” ที่ขอฉันทานุมัติมาจากประชาชนผ่านการเลือกตั้งในปีนั้น เป็นความท้าทายเกินกว่าที่คนในวงการสาธารณสุขไทยและองค์การอนามัยโลกจินตนาการไปถึงและทำใจให้ยอมรับได้

นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์บอกผมหลังทราบผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2544 ซึ่งพรรคไทยรักไทยชนะถล่มทลายว่า

“เรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าต้องค่อยๆใช้เวลาดำเนินการ กว่าทุกอย่างจะพร้อม ต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี”

ผมตอบกลับพี่สงวนว่า

“เป็นไปไม่ได้ เวลา 2 ปีนานเกินไป ประชาชนเฝ้ารอนโยบายนี้ที่เราประกาศไว้ และผมเชื่อว่า ถ้าเราทำช้า แรงเสียดทานทางการเมืองอาจหนักจนต้านทานไม่ไหว ผมขอใช้เวลาเพียง 1 ปี และเราต้องช่วยกันเร่งรัดให้เร็วที่สุด”

พูดตรงๆ ผมบอกพี่สงวนไปอย่างนั้น แต่ลึกๆในใจ ผมได้แต่ปลอบใจตนเองว่า ทำให้เต็มที่เถอะ สำเร็จหรือไม่อยู่ที่โชคชะตา

เช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2544 เมื่อการแถลงนโยบายของรัฐบาลในรัฐสภาสิ้นสุด ผมเข้าทำงานในกระทรวงสาธารณสุขได้อย่างมีอำนาจเต็มตามรัฐธรรมนูญ

หลังพิธีการสักการะพระพุทธรูปประจำกระทรวง อาจารย์มงคลเอ่ยปากขอคุยเป็นการส่วนตัวในห้องทำงานของปลัดกระทรวง

ทันทีที่เริ่มคุยกัน อาจารย์มงคลหยิบกระดาษจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาหนึ่งแผ่น แล้วบอกว่า

“ผมสนับสนุนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคของรัฐบาลอย่างเต็มที่ และจะผลักดันนโยบายนี้อย่างเอาจริงเอาจัง….”

อาจารย์มงคลเว้นระยะสักครู่ ก่อนเอ่ยต่อว่า

“ผมเตรียมนำร่องนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคใน 6 จังหวัดคือ สมุทรสาคร ปทุมธานี ยโสธร นครสวรรค์ พะเยา ยะลา…และพร้อมเริ่มเลยในวันที่ 1 เมษายน”

1 เมษายน….ผมร้องตะโกนดังๆในใจ จนแทบไม่ได้ฟังเสียงพูดของอาจารย์มงคลที่ตามมาหลังจากนั้น

พี่สงวนบอกไว้ 2 ปี ผมกัดฟันขอเร่งเวลาเป็น 1 ปี แต่ท่านปลัดกระทรวงที่นั่งอยู่ข้างหน้าผมกำลังบอกว่า ท่านขอใช้เวลาเพียง 1 เดือนเพื่อเริ่มต้นนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค

หรือนี่คือ โชคชะตา

วันนั้น ผมเดินออกจากห้องปลัดกระทรวงด้วยความลิงโลด ถ้าร้องไชโยเสียงดังๆได้โดยไม่เสียแนวปฏิบัติ ก็คงทำไปแล้ว

หลังจากวันนั้น ผมได้ประจักษ์กับตาตัวเองว่า ระบบราชการที่เขาร่ำลือกันว่า หย่อนยาน ไร้ประสิทธิภาพ ทำงานเช้าชามเย็นชาม ไม่จริงเสมอไป

ที่กระทรวงสาธารณสุข ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนกันยายน 2544 ระบบราชการกลายเป็นเครื่องจักรที่ทรงพลัง ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย บุกตะลุย ตะลุมบอนไปข้างหน้าไม่คิดชีวิต ภายใต้การนำของปลัดกระทรวงที่ชื่อ นายแพทย์มงคล ณ สงขลา

โอ้..ภาวะผู้นำของผู้บริหารสูงสุดฝ่ายข้าราชการ..เมื่อมีความมุ่งมั่นถึงขีดสุดแล้ว เปี่ยมพลังจริงๆอย่างนี้เอง

หลังจากนำร่อง 6 จังหวัดในวันที่ 1 เมษายนผ่านไป เรานำร่องระยะที่ 2 ต่ออีก 15 จังหวัดในวันที่ 15 มิถุนายน 2544 และประกาศใช้นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคครบทั้งประเทศในวันที่ 1 ตุลาคม 2544

ใช้เวลาเพียง 7 เดือน!

วันที่ 1 ตุลาคม 2544 คือวันที่อาจารย์มงคลเกษียณอายุราชการพอดี

ตลอด 7 เดือนก่อนเกษียณอายุ อาจารย์มงคลใช้ความเด็ดเดี่ยวสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน อธิบดีทุกกรม ผู้ตรวจราชการทุกเขต โรงพยาบาลทุกแห่ง ปรับภารกิจครั้งใหญ่…”Zero In” เรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคเป็นหลัก

แรงเสียดทานเกิดขึ้นมากมายทั้งภายในและภายนอกกระทรวง ทั้งจากฝ่ายค้านและบริษัทยา แต่ก็ไม่สามารถต้านการรวมพลังของรัฐมนตรีผู้กำหนดนโยบาย กับ ปลัดกระทรวงและข้าราชการทุกระดับของกระทรวงสาธารณสุขได้

ถ้าปี 2544 ปลัดกระทรวงไม่ได้ชื่อ “นายแพทย์มงคล ณ สงขลา” การขับเคลื่อนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคย่อมยากเย็นแสนเข็ญ เหนื่อยจนเลือดตาแทบกระเด็น และอาจไม่สามารถปักหลักมั่นคงจนเป็น “ความทะเยอทะยานครั้งสำคัญของมนุษย์” อย่างที่ชื่นชมกันไว้

ประวัติศาสตร์ของการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทย จึงไม่ได้เป็นผลงานของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เพียงเท่านั้น แต่สมควรจารึกไว้ว่า นายแพทย์มงคล ณ สงขลา มีส่วนสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน

คนบางคน แม้ยังมีชีวิตอยู่ แต่เหมือนจากไปแล้ว
คนบางคน แม้จากไปแล้ว แต่ยังอยู่ในความทรงจำไม่มีวันสิ้นสุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...