โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมอนามัยแนะพ่อแม่ คุมเข้มน้ำตาล ลดพฤติกรรมเด็กติดหวาน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 พ.ย. 2563 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2563 เวลา 08.39 น.

กรมอนามัยแนะพ่อแม่ คุมเข้มน้ำตาล ลดพฤติกรรมเด็กติดหวาน

วันนี้ (22 พฤศจิกายน 2563) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ปัญหาสุขภาพทั้งภาวะโภชนาการเกิน โรคอ้วนและเบาหวานในกลุ่มเด็กนั้น สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการบริโภคอาหาร ที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน ชาเย็น เบเกอรีและขนมหวานต่างๆ เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูงนี้ เริ่มพบมากตั้งแต่อยู่ในช่วงวัยเรียน ข้อมูลจากการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของเด็กวัยเรียน โดยกรมอนามัย ปี 2562 เด็กวัยเรียน ดื่มน้ำอัดลม 1-3 วันต่อสัปดาห์ ร้อยละ 55.4 ดื่มน้ำผลไม้ น้ำหวาน นมปรุงแต่งรส 1-3 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 50.9

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ดังนั้น การปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพที่ดีตั้งแต่เด็กเลี่ยงกินหวาน เพื่อป้องกันการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่จึงเป็นกระบวนการสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอาหารจำพวกน้ำตาลเมื่อกินเข้าไปจะแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานให้ร่างกายนำไปใช้ แต่หากได้รับมากเกินไปจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกาย เป็นสาเหตุของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ โรคเบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด และอ้วน ตามมาในระยะยาว

​”ทั้งนี้ ในช่วงปิดเทอมซึ่งเด็กจะมีอิสระในการเลือกกินอาหารมากขึ้น พ่อแม่ผู้ปกครอง ควรดูแลลูกหลานให้กินขนมหวาน น้ำหวาน หรือน้ำอัดลมให้ลดน้อยลง เพื่อสร้างความเคยชินในการรับรสและไม่ติดรสหวาน พยายามควบคุมการกินน้ำตาลแต่ละวันให้ไม่เกิน 4 ช้อนชา ควรให้เด็กกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นกินผักและผลไม้ เลี่ยงขนมหวาน น้ำหวาน น้ำอัดลม และผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น ขนุน ทุเรียน ลำไย ลองกอง เป็นต้น หากเด็กอยากดื่มน้ำหวานให้เลือกดื่มน้ำผลไม้สดไม่เติมน้ำตาลแทน เลือกกินผลไม้รสไม่หวานจัดเป็นอาหารว่างแทนขนมหวาน และผู้ปกครองควรชวนลูกหลานออกกำลังกายด้วยกันวันละ 60 นาทีทุกวัน เพื่อส่งเสริม ให้เด็กไทยเท่หุ่นดี สูงดีสมส่วน สุขภาพแข็งแรง” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...