ธนาคารสเต็มเซลล์แรงไม่ตก "ไครโอวิวา" ผุดระบบเงินผ่อนขยายฐาน
ไครโอวิวาบุกหนักตลาดสเต็มเซลล์ เร่งขยายฐานตลาดแมส ชูระบบผ่อนช่วยขยายฐาน มุ่งเจาะกลุ่มหัวเมืองใหญ่ พร้อมเดินหน้าทุ่มงบฯลงทุน 300 ล้าน เจาะตลาดเวียดนาม ตั้งเป้าปี’64 โต 20% กวาดรายได้ 500 ล้าน
นางจิรัญญา ประชาเสรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไครโอวิวา (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดเก็บและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันตลาดธนาคารในสเต็มเซลล์ (stem cell) มีผู้เล่นทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอยู่หลายราย แต่ในทางกลับกันหากนับรวมการใช้สเต็มเซลล์ในประเทศแล้วนับว่าตลาดยังเล็ก และยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยในส่วนของไครโอวิวามีการจัดเก็บสเต็มเซลล์ในประเทศไทยเพียง 1% หรือประมาณ 30,000 ยูนิต หรือประมาณ 50,000 ราย เมื่อเทียบกับอัตราการเกิดของประชากรในประเทศ
ที่ผ่านมาแม้การรักษาโรคด้วยสเต็มเซลล์ จะเข้ามาในไทยนับ 10 ปี แต่ต้องยอมรับว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 มีส่วนในการส่งเสริมให้กระแสการดูแลสุขภาพกลับมาบูมอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะเทคโนโลยีสเต็มเซลล์ที่ในวันนี้มีความก้าวหน้าทางการแพทย์สูงขึ้น สามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคเลือด โรคอัลไซเมอร์ เป็นต้น ผนวกกับคนยุคปัจจุบันหันมาใส่ใจดูแลตนเองมากขึ้น ทั้งด้านร่างกาย ผิวพรรณ หรือที่เรียกว่าการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ยิ่งเอื้อให้ธุรกิจสเต็มเซลล์เติบโตได้ดี เนื่องจากทุกวันนี้การนำสเต็มเซลล์มาใช้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรักษาโรคเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ช่วยซ่อมแซมร่างกายที่สึกหรอของในกลุ่มครอบครัวเดียวกัน หรือใช้เกี่ยวกับความงามได้ด้วย
สำหรับทิศทางการตลาดจากนี้ไปจะส่งทีมขายที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ขยายตลาดเข้าไปสู่โรงพยาบาลมากขึ้น รวมไปถึงการเข้าไปสู่โรงเรียนแพทย์ และคลินิกต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายโรงพยาบาลและคลินิกที่จับมือกับไครโอวิวามากกว่า 100 แห่ง รวมถึงการเร่งการขยายฐานเจาะกลุ่มแมสมากขึ้น จากเดิมที่เน้นไปทางกลุ่มพรีเมี่ยม เนื่องจากการเก็บสเต็มเซลล์จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเริ่มต้น 50,000 บาท ไปจนถึงหลักล้านบาท ด้วยการใช้ระบบผ่อนชำระ 1-20 ปี มาเป็นตัวช่วย โดยมุ่งไปที่กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ตามหัวเมืองใหญ่อย่าง เชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมา ชลบุรี เป็นต้น
สำหรับตลาดต่างประเทศ ในปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้ากระจายอยู่กว่า 20 ประเทศ ทั้งในทวีปอเมริกา ยุโรป แอฟริกา และเอเชีย ประกอบกับมีแล็บหรือธนาคารจัดเก็บที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน AABB แล้วถึง 3 แห่ง ได้แก่ ประเทศไทย สิงคโปร์ และอินเดีย พร้อมกันนี้ยังขยายการลงทุนไปที่ประเทศเวียดนาม โดยการตั้งแล็บสเต็มเซลล์ เนื่องจากมองเห็นศักยภาพการเติบโตด้านเศรษฐกิจและกำลังคนสูง
รวมไปถึงมีผู้บริโภคที่สนใจในสเต็มเซลล์เป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าการลงทุนในโครงการนี้จะใช้งบฯไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเตรียมเพิ่มงบฯการลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท เพื่อนำเข้าเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อการรักษามะเร็งอย่างยีนบำบัดเข้ามา เนื่องจากประเทศไทยมีอัตราผู้ป่วยมะเร็งสูง และเป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วย
“ปกติในทุกปีไครโอวิวาจะมีการเติบโตในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 7% แต่จากนี้ไปเราตั้งเป้าการเติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 20% หรือทำรายได้รวมราว 500 ล้านบาท” นางจิรัญญากล่าว