โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์ผิวหนัง ชี้ โรคหูดข้าวสุก หายเองได้ เน้นการรักษาสุขอนามัย

BRIGHTTV.CO.TH

เผยแพร่ 17 ก.ย 2563 เวลา 08.57 น. • Bright Today

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนังเผย โรคหูดข้าวสุก หายเองได้ เน้นการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น ห้ามใช้ของใช้ร่วมกันเพื่อป้องกันการติดต่อ และห้ามแกะ เกา เพราะอาจติดเชื้อแทรกซ้อนได้

นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคหูดข้าวสุกมีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัส ระยะฟักตัวตั้งแต่ 3 – 12 สัปดาห์ สามารถติดต่อจากการสัมผัสโดยตรงระหว่างผิวหนังกับผิวหนัง หรือการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว พบบ่อยในเด็ก และพบอาการ ทุกส่วนของร่างกาย โดยทั่วไปโรคหูดข้าวสุกสามารถหายเองได้ โดยป้องกันการติดต่อและการแพร่กระจายการติดเชื้อแทรกซ้อนของโรค

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวว่า หูดข้าวสุกมีลักษณะเป็นตุ่มนูนรูปครึ่งวงกลม สีเนื้อ หรือขาวขุ่น ค่อนข้างแข็ง ผิวเรียบมัน อาจมีรอยบุ๋ม ตรงกลางตุ่ม ถ้าสะกิดและกดตุ่มออกจะได้เนื้อสีขาวขุ่นคล้ายข้าวสุก ตุ่มอาจอยู่รวมกันเป็นกลุ่มหรือเรียงกันเป็นแนวยาว และหายได้เองโดยไม่ต้องรักษาแต่ต้องใช้เวลาหลายเดือน ห้ามแกะ เกา ตุ่มเพราะอาจทำให้ติด เชื้อแบคทีเรียได้ ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจพบตุ่มขนาดใหญ่ หรือมีจำนวนมาก การรักษาหูดข้าวสุกอาจหายได้เองแต่จำเป็นต้องรักษาเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย ปัจจุบันยังไม่มียารักษาโดยตรงเฉพาะโรค

ปัจจุบันใช้ทางเลือกสำหรับการรักษา คือ

1.การจี้ความเย็นคือการจี้ด้วยไนโตรเจนเหลวจนทำให้เกิดวงน้ำแข็งขึ้นรอบตุ่ม อาจต้องทำซ้ำหลายครั้ง

2.การบีบตุ่มโรคให้แตก

3.การใช้ไม้สะอาดปลายแหลมบ่งตุ่มโรค

อย่างไรก็ตามการรักษาทางเลือกต้องอยู่ใต้ใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง ไม่สามารถรักษา
ด้วยตนเองได้เพราะอาจทำให้โรคกำเริบ ลุกลามไปบริเวณอื่น หรือติดเชื้อโรคแทรกซ้อนได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...