โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วัยเยาว์ที่รัก และโดราเอมอน เดอะ มูฟวี่ ที่หวนคิดถึง

The Momentum

อัพเดต 14 ส.ค. 2563 เวลา 14.53 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2563 เวลา 14.53 น. • สิรินารถ อินทะพันธ์

In focus

  • ตัวการ์ตูนอันเป็นที่รักมากที่สุดตัวหนึ่งของคนทั่วโลกย่อมไม่พ้น‘โดราเอมอน’ เพื่อนสนิทเคียงบ่าเคียงไหล่ทั้งในยามทุกข์และสุขของ‘โนบิตะ’ อันเป็นผลงานสร้างสรรค์ของ ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ 
  • นอกจากจะเป็นการ์ตูนเล่ม การ์ตูนฉายเป็นตอนทางโทรทัศน์ ‘โดราเอมอน เดอะ มูฟวี่’ หรือฉบับภาพยนตร์ที่สร้างออกมามากมายหลายภาค ก็ได้รับความนิยมอย่างสูงไม่แพ้กัน
  • นี่คือภาพยนตร์ 5 เรื่องของโดราเอมอนที่อยากชวนคุณนั่งไทม์แมชชีนย้อนคืนสู่วัยเยาว์อันรื่นรมย์

ในช่วงวัยเด็กเราต่างเติบโตมากับ‘การ์ตูนในดวงใจ’ หลายๆ เรื่อง บางเรื่องก็ห่างหายไปตามกาลเวลา แต่บางเรื่องยังมีตอนใหม่ๆ หรือการรีเมคออกมาให้ดูกันอยู่เรื่อยๆ และตัวการ์ตูนอันเป็นที่รักมากที่สุดตัวหนึ่งของคนทั่วโลกย่อมไม่พ้น‘โดราเอมอน’ หุ่นยนต์แมวสีฟ้าที่ไม่มีหูเพราะหนูกัด เพื่อนสนิทเคียงบ่าเคียงไหล่ทั้งในยามทุกข์และสุขของ‘โนบิตะ’  เด็กชายจอมแหยที่ไม่เก่งกาจอะไร แต่ก็มีข้อดีอยู่ในตัว อันเป็นผลงานสร้างสรรค์ของ ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ ที่สร้างรอยยิ้มและน้ำตาให้เรามานับครั้งไม่ถ้วนตลอดระยะเวลายาวนาน

ขอชวนคุณหวนคืนสู่วัยเยาว์อันรื่นรมย์ด้วยไทม์แมชีน ย้อนเวลาไปในโลกภาพยนตร์การ์ตูน‘โดราเอมอน’ อีกครั้ง

Doraemon: Nobita and the Castle of the Undersea Devil (1983)

‘โดราเอมอน ตะลุยปราสาทใต้สมุทร’ เป็นลำดับที่4 ของโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ออกฉายครั้งแรกในปี1983 และเป็นแอนิเมชันที่ทำรายได้สูงสุดในปีนั้น เนื้อหาของภาคนี้มีการอ้างอิงมาจากตำนานตะวันตก เกี่ยวกับดินแดนแอตแลนติส อาณาจักรโบราณที่หายสาบสูญไป

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดฤดูร้อน โนบิตะและเพื่อนๆ วางแผนว่าจะไปตั้งแคมป์ แต่ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะไปที่ไหน ขณะเดียวกันช่วงนั้นก็มีเหตุการณ์ค้นพบเรืออับปางใต้ทะเล ซึ่งอาจมีสมบัติซุกซ่อนอยู่ สุดท้ายทั้งหมดก็ตัดสินใจไปแคมป์ปิ้งที่ทะเล เพราะไจแอนท์กับซึเนโอะหวังว่าจะไปค้นหาสมบัติใต้ทะเลลึก

โดราเอมอนพาทุกคนออกเดินทางด้วยรถบัคกี้ใต้น้ำ และใช้เครื่องมือที่ทำให้ทุกคนใช้ชีวิตใต้ทะเลได้ การเดินทางเป็นไปได้ด้วยดีจนกระทั่งวันต่อๆ มา พวกเขาไม่ได้เจอเพียงแค่เรือปริศนาใต้ทะเลเท่านั้น แต่ยังเจอสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาด ที่พอโดนตัวเข้าก็ทำให้หมดสติ  เมื่อโนบิตะกับเพื่อนฟื้นตื่นขึ้นมาพบกับ‘เอล’ มนุษย์ใต้สมุทร เอลเล่าเรื่องราวต่างๆ ของโลกมนุษย์และโลกใต้ทะเลให้พวกเขาฟัง ซึ่งหากไม่อยากให้โลกตกอยู่ในอันตราย พวกเขาต้องตามหาปราสาทหินปีศาจโพไซดอนให้เจอ เพราะที่นั่นมีโปรแกรมระเบิดตกค้างอยู่

นอกจากเรื่องเล่าเกี่ยวกับดินแดนที่สาบสูญในภาพยนตร์แล้ว เนื้อหายังผนวกเรื่องปริศนาของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา และดินแดนอาถรรพณ์ที่เชื่อมโยงกับการสงคราม ที่มนุษย์ต่างจ้องฟาดฟันทำร้ายกัน จนนำไปสู่หายนะในชีวิต

Doraemon: Nobita’s Little Star Wars (1985)

ภาพยนตร์ลำดับที่6 ที่ล้อเลียนภาพยนตร์ชื่อดัง‘Star Wars’ เปิดฉากด้วยบทนำมหากาพย์ของสงครามอวกาศ แล้วยานลำหนึ่งก็ถูกปล่อยออกไปเพื่อหลบหนีออกมาจากดาวเคราะห์ที่กำลังถูกทำลาย ก่อนจะตัดกลับมาที่โลก ซึเนโอะ ไจแอนท์ และโนบิตะกำลังถ่ายทำหนังสั้นเรื่องหนึ่งอยู่

สิ่งที่แฝงอยู่ในภาคนี้นอกจากจะเป็นเรื่องราวของสงครามแล้ว ยังมีการพูดถึงเผด็จการ การล้มล้างอำนาจ และการไล่ล่าชีวิตของผู้บริสุทธิ์

การถ่ายทำหนังสั้นที่บ้านซึเนโอะครั้งนั้นพังไม่เป็นท่าเพราะโนบิตะ เขาจึงถูกไล่ออกจากกลุ่ม ทำได้ก็เพียงวิ่งร้องไห้ไปขอความช่วยเหลือจากโดราเอมอน—ตามนิสัยของโนบิตะ จากนั้นทั้งโนบิตะ โดราเอมอน และชิซึกะ จึงมาช่วยกันถ่ายหนังของตัวเอง แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับตุ๊กตามากกว่าจะเป็นหนังอวกาศ แล้วจู่ๆ คืนนั้นก็มีมนุษย์ต่างดาวตัวจิ๋วชื่อ‘ปาปิ’ โผล่มาที่บ้านของโนบิตะ

ปาปิมาจากดาวที่มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ชื่อพิริกะ นั่นทำให้เขาพูดภาษามนุษย์กับชาวโลกได้ เขาเล่าว่าตัวเองต้องลี้ภัยออกมาจากที่นั่น โดยทิ้งผู้คนอีกหลายชีวิตไว้ข้างหลัง ปาปิขึ้นเป็นประธานาธิบดีตั้งแต่อายุ10 ขวบ แต่ตอนนี้ถูกนายพลกิลมอร์—จอมเผด็จการ ยึดอำนาจและตามไล่ล่าอยู่ หลังจากนั้นไม่ใช่แค่ทั้งสามคนที่เข้ามาพัวพันกับปาปิ แต่ทั้งไจแอนท์และซึเนโอะก็ด้วย การให้ความช่วยเหลือปาปิทำให้ชิซึกะถูกจับตัวไปโดยกองกำลังของPCIA ทำให้โนบิตะและเพื่อนๆ ต้องมุ่งหน้าไปยังดาวพิริกะ นอกจากเพื่อช่วยนำตัวชิซึกะกลับมา ยังรวมไปถึงการช่วยกู้อำนาจของปาปิจากเผด็จการด้วย ซึ่งทางฝั่งตัวร้ายเหล่านั้นก็มีกองกำลังกู้ชาติคอยหนุนหลังอยู่ด้วยเหมือนกัน

Doraemon: The Record of Nobita’s Parallel Visit to the West (1988)

‘ไซอิ๋ว’ เป็นหนึ่งในวรรณกรรมระดับตำนานของประเทศจีน ที่เล่าเรื่องการไปอาราธนาพระไตรปิฎกของพระถังซัมจั๋ง โดยมีเหล่าลูกศิษย์ร่วมทางไปด้วย ได้แก่ ซุนหงอคง ซัวเจ๋ง และตือโป๊ยก่าย ซึ่งเป็นตัวละครที่แฝงคำสอนของพระพุทธศาสนาไว้อย่างแยบยล และภาพยนตร์โดราเอมอนภาคนี้ก็มีแก่นของเรื่องไซอิ๋วเจืออยู่

นี่เป็นอีกครั้งในหลายครั้งที่นักฝันกลางวันอย่างโนบิตะกำลังโลดแล่นอยู่ในจินตนาการของตัวเอง ก่อนที่เขาจะตื่นมาท่ามกลางเพื่อนๆ ที่ซ้อมละครเวทีกันอยู่ เมื่อการซ้อมดำเนินต่อไป โนบิตะก็เกิดการโต้เถียงเล็กๆ กับคนอื่นว่าหงอคงมีตัวตนจริงๆ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องราวในตำนานเท่านั้น และเพื่อเป็นการพิสูจน์ โนบิตะเลยนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปยังอดีตเพื่อตามหาหงอคงเพียงลำพัง

โนบิตะมั่นใจแล้วว่าตัวเองมาถูกที่ถูกเวลา เขาจึงไปตามเพื่อนในกลุ่มที่เหลือมาดูด้วยตาของตัวเอง แต่ถึงจะได้เห็นพระถังซัมจั๋ง แต่กลับไม่มีวี่แววของหงอคง แล้วก็ถึงทีที่โดราเอมอนต้องช่วยโนบิตะ โดยการใช้ของวิเศษช่วยให้โนบิตะปลอมตัวเป็นหงอคงจากเครื่องเกม ในเวลาเดียวกันพวกปีศาจในเกมก็หลุดออกมาด้วย นั่นเป็นสาเหตุให้ประวัติศาสตร์กลับตาลปัตรไปหมด จนโนบิตะและพรรคพวกต้องช่วยกันแก้ไข โดยสวมบทบทตัวละครในเรื่องไซอิ๋วเพื่อกอบกู้ให้ทุกอย่างคืนสู่สภาพเดิม

Doraemon: Nobita’s Dorabian Nights (1991)

ในปี1991 แอนิเมชันเรื่องนี้ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับที่4 รองจากแอนิเมชันเรื่องOnly Yesterday จากสตูดิโอจิบลิ,  An American Tail: Fievel Goes West และBeauty and the Beast ของดิสนีย์ ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่ประสบความสำเร็จไม่น้อยกว่าเรื่องก่อนๆ และยังเป็นเรื่องแรกที่มีโอกาสเข้าฉายในประเทศสเปนในปี2001 สิบปีหลังจากการฉายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น

คราวนี้โดราเอมอนและโนบิตะจะพาเราไปตะลุยโลกนิทาน ที่ไม่ใช่แนวลูกหมูสามตัวหรือหนูน้อยหมวกแดง หากแต่เป็นอมตะนิทานจากตะวันออกกลางที่ได้รับการเล่าขานมายาวนาน และหลายเรื่องก็เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย อาทิ การผจญภัยของซินแบด อะลาดินกับตะเกียงวิเศษ อาลีบาบากับสี่สิบโจร แต่ในเนื้อหาของโดราเอมอนภาคนี้ นอกจากนิทานจากดินแดนอาหรับแล้วก็ยังมีนิทานชื่อดังอื่นๆ ร่วมด้วยเช่นกัน

มันเริ่มจากโนบิตะใช้รองเท้าวิเศษของโดราเอมอนกระโดดเข้าไปในนิทาน เพื่อสัมผัสกับความสนุกสนานที่มากกว่าแค่การพลิกอ่านหนังสือไปทีละหน้า เขาเลยชวนชิซึกะมาท่องโลกจินตนาการไปด้วยกัน แต่ระหว่างทางก็เจอสองตัวป่วนเข้าจนได้ เพราะฝั่งไจแอนท์กับซึเนโอะนั้นเข้าไปในนิทานก่อน โดยหารู้ไม่ว่าโนบิตะกับชิซึกะนั้นก็อยู่ในนิทานเล่มอื่นที่วางไว้ใกล้ๆ กัน

เมื่อไจแอนท์กับซึเนโอะออกมาจากนิทาน พวกเขานึกอุตริเอาเนื้อหาของนิทานหลายๆ เรื่องมารวมกัน ดังนั้น การเดินเรื่องราวต่างๆ จึงสับสนอลหม่านไปหมด ส่งผลให้ชิซึกะหลงเข้าไปในนิทานเรื่องอาหรับราตรี และไม่สามารถกลับมาสู่โลกความจริงได้ โนบิตะที่ออกมาก่อนก็หลงลืมเธอไปเหมือนกัน จากนิทานอาหรับราตรีกว่าสองร้อยเรื่อง โนบิตะและผองเพื่อนต้องไปตามหาให้เจอว่าชิซึกะอยู่ในเรื่องไหน แล้วพาเธอกลับมาบ้านให้ได้  ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงรู้สึกผิดไปตลอดกาล

แม้ว่าภาคนี้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการช่วยโลก แต่ก็ยังคงชวนติดตามและตื่นตาตื่นใจไม่แพ้ตอนอื่นๆ จากการดำเนินเรื่องในนิทานต่างๆ ที่ร้อยเรียงเข้ากับการผจญภัยอย่างลงตัว และอย่างไรเสียมิตรภาพก็จะพาพวกเขาไปสู่การลงเอยที่ดีเสมอ

Doraemon: Nobita’s Three Visionary Swordsmen (1994)

โดราเอมอนภาคนี้สร้างจากมังงะฉบับเดียวจบเล่มที่14 ในชื่อเดียวกัน แต่เป็นภาคที่ตรงกับการครบ15 ปีของโดราเอมอนฉบับจอเงินพอดี แอนิเมชันจึงกวาดรายได้อย่างมหาศาล และนับเป็นตอนที่อยู่ในดวงใจใครหลายๆ คน แม้จะผ่านเวลามานานเกือบ30 ปี แต่ความสนุกก็ยังทำให้เราไม่ลืมการต่อสู้ของเหล่าสามอัศวิน ที่อ้างอิงมาจากเรื่อง‘สามทหารเสือ’ ของ อเล็กซองดร์ ดูมาส์

ตามประสาชีวิตของโนบิตะ ถ้าไม่ลืมทำการบ้าน สอบได้ศูนย์คะแนน โดนซึเนโอะเยาะเย้ยยั่วประสาท หรือโดนไจแอนท์กลั่นแกล้ง อีกสิ่งที่ต้องยกให้ก็คือการนอนและหลับฝันถึงโลกอีกใบ แต่เมื่อโนบิตะฝันร้ายบ่อยๆ เข้า รวมถึงชีวิตจริงที่ก็ไม่ได้เป็นฮีโร่เหมือนฝัน เขาจึงขอร้องให้โดราเอมอนช่วยหาของวิเศษที่ทำให้ฝันดี แล้วมีหรือที่โดราเอมอนจะไม่ยอมใจอ่อนช่วยโนบิตะเหมือนเคย

เครื่องสร้างความฝันทำให้โนบิตะฝันดีได้ดั่งใจ แถมยังเลือกได้ด้วยว่าอยากให้ฝันนั้นเป็นไปตามเรื่องราวแบบไหน ในตอนที่เขาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ โนบิตะพบชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ยกผลต้นฉลาดให้เขา ชายคนนั้นบอกว่าโนบิตะจะมีพลังมากกว่านี้อีกในโลกของสามอัศวินในความฝัน โนบิตะจึงเลือกที่จะฝันถึงเรื่องนั้น และดึงเพื่อนคนอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย โดยที่ไม่รู้เลยว่าอันตรายกำลังรออยู่ พวกเขาต้องต่อสู้และเอาชนะกองทัพปีศาจเพื่อออกจากโลกความฝันนั้นไปให้ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...