โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ยอดขายรถสะดุดปรับเป้าเหลือ 5.5 แสนคัน "Motor Expo" สงครามราคา EV รอบใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ต.ค. 2567 เวลา 00.21 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2567 เวลา 00.18 น.

ตลาดรถยนต์หืดจับติดกับดักปล่อยสินเชื่อและกำลังซื้ออ่อนสุด ๆ สภาอุตฯเล็งปรับเป้าทั้งผลิตและขายอีกรอบเหลือขายในประเทศแค่ 5.5 แสนคัน ส่งออก 1.15 ล้านคัน ค่ายรถดิ้นเร่งกู้ยอด 2 เดือนสุดท้าย หวัง “มอเตอร์เอ็กซ์โป” ปลายเดือนพ.ย.กระตุกตัวเลขพุ่ง คนวงการห่วงสงครามราคา EV รอบใหม่

ตลาดรถยนต์ซึ่งเดินทางมาถึง 2 เดือนสุดท้ายของปี ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ปัญหาหนี้ครัวเรือนซึ่งมากถึง 90% ของจีดีพี กำลังซื้อที่อ่อนแอ อัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ล่าสุดทะลุ 50% แม้จะช่วยลดหนี้เช่าซื้อลงได้บ้าง แต่ก็ยังเจอหนี้เสียที่ทะยานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สภาอุตฯจ้องปรับเป้าผลิต-ขาย

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนกำลังหารือกัน โดยเตรียมปรับเป้าทั้งการผลิตและขายในเร็ว ๆ นี้

โดยคาดว่ายอดขายในประเทศทั้งปีน่าจะเหลือเพียง 5.5 แสนคัน จากเดิมที่เคยมีตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ 8-9 แสนคันต่อปี ส่วนตัวเลขส่งออกน่าจะเหลือเพียง 1.15 ล้านคันต่อปีซึ่งลดลงไม่เยอะ

“ยอดขายรถยนต์ที่ลดลง ก็ย่อมส่งผลไปถึงยอดการผลิตอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ผลกระทบนี้ลุกลามไปถึงบรรดากลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องลดกำลังการผลิตลง แรงงานที่เคยได้โอทีในช่วงที่ตลาดพีก ๆ เดี๋ยวนี้นอกจากไม่มีโอทีแล้ว เวลาการทำงานก็ลดลง ล่าสุดสัปดาห์หนึ่งทำงานกันไม่ถึง 5 วัน”

นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า การลดลงของยอดขายรถยนต์ในบ้านเรา เป็นผลมาจากการเข้มงวดอนุมัติสินเชื่อให้ผู้ซื้อรถยนต์ เพราะตอนนี้หนี้ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ (SM) ยังอยู่ในระดับสูงที่ 208,575 ล้านบาท หนี้เสียรถยนต์อยู่ที่ 259,330 ล้านบาท และหนี้ครัวเรือนยังสูงถึง 90% จีดีพี ซึ่งถือว่าเยอะ ถ้าจะให้อยู่ในช่วงปลอดภัยไม่ควรเกิน 80% ประกอบกับการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศไตรมาส 2 ปี 2567 ที่โตต่ำแค่ 2.3% และคาดว่าปี 2567 จะเติบโตแค่ 2.7-2.8% เท่านั้น

นอกจากนี้ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) เดือนสิงหาคม 2567 หดตัว 1.91% แสดงถึงรายได้คนทำงานยังคงอ่อนแอ และส่งผลให้ยอดขายในเดือนกันยายน 2567 ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 37.11% ดังนั้น 9 เดือน (มกราคม-กันยายน 2567) จึงมียอดขายรถเพียง 438,659 คัน ลดลงจากปี 2566 ในระยะเวลาเดียวกัน 25.25%

“ปกติเราเคยทำตัวเลขมากในเดือนกันยายน แต่ปีนี้กลับพบว่ายอดการผลิตและยอดขายภายในประเทศ รวมถึงการส่งออกรถยนต์ลดลงทุกส่วน โดยมียอดการผลิตอยู่ที่ 122,277 คัน ลดลงจากเดือนกันยายน 2566 ถึง 25.48% ส่งผลให้ 9 เดือนมียอดผลิตรวมทั้งสิ้น 1,128,026 คัน ลดลง 18.61% ทั้งในส่วนของรถยนต์นั่ง รถโดยสาร รถบรรทุก รถกระบะ ขณะเดียวกันยอดขายรถ EV ก็ยังลดลงจากการถูกปฏิเสธจากลูกค้า เพราะยังลังเลเรื่องของราคา เกรงว่าซื้อแล้วเดี๋ยวจะลดราคาลงอีก”

นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า ที่น่าสังเกตคือ กลุ่มรถไฮบริด ยังมีอัตราการเติบโตที่ดีมาก ๆ ช่วง 9 เดือน (มกราคม-กันยายน 2567) เติบโตถึง 46% โดยทำยอดขายได้ถึง 145,490 คัน สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วซึ่งขายได้แค่ 99,568 คัน ขณะที่ส่งออกไฮบริดโตถึง 400% ช่วง 9 เดือนปีที่แล้วส่งออกได้แค่ 7 พันกว่าคัน มาช่วงเวลาเดียวกันปีนี้ส่งออกได้ถึง 37,530 คัน

ดังนั้นโอกาสของตลาดรถยนต์ยังพอมีอยู่ และทางกลุ่มก็ยังคาดหวังตามที่ BOI เผยยอดขอลงทุนปีนี้สูงสุดในรอบ 10 ปี มูลค่ากว่า 7.2 แสนล้านบาท ซึ่งถ้ามีการลงทุนกันจริงจังจะทำให้กำลังซื้อฟื้นกลับมาได้

ลุ้น Motor Expo กู้ยอด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ยอดขายรถยนต์ที่ร่วงต่อเนื่องมาตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา เชื่อว่าช่วงเวลาที่เหลือจากนี้จะเป็นช่วงการเอาคืน โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนต่อเนื่องเดือนธันวาคม จะมีอีเวนต์ขายรถปลายปี Motor Expo ซึ่งน่าจะสร้างความคึกคักให้กับตลาดได้อีกระดับหนึ่ง

แหล่งข่าวฝ่ายบริหารจากผู้จัดมอเตอร์เอ็กซ์โป เปิดเผยว่า งานปีนี้จะเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย ปี 2566 ตลอดระยะเวลา 13 วัน มียอดจองรถยนต์ในงานสูงถึง 53,248 คัน จักรยานยนต์ 7,373 คัน ผู้ชมกว่า 1.5 ล้าน เงินสะพัด 7.2 หมื่นล้าน สร้างสถิติไว้อย่างน่าชื่นชม

ส่วนปีนี้ด้วยความมั่นใจที่ลดลง สภาพกำลังซื้อยังไม่ฟื้นเต็มที่ มีน้ำท่วม และสถาบันการเงินยังไม่ผ่อนคลายเท่าที่ควร ยอดจองอาจจะลดลงเล็กน้อย

แต่ยังหวังว่าค่ายรถยนต์จะช่วยกันผลักดันตลาด ผ่านเเคมเปญและโปรโมชั่นส่งท้ายปี และปัจจุบันเริ่มทยอยส่งรุ่นใหม่ ไมเนอร์เชนจ์ออกสู่ตลาด จากปัจจัยโดยรวมคาดว่าจะทำให้ผู้ประกอบการและผู้จัดงานจะต้องทำงานหนักขึ้น แต่ที่น่าสนใจคือ มีค่ายรถยนต์ใหม่ ๆ โดยเฉพาะค่ายจากจีนเข้ามาเปิดตัวอีกหลายค่าย อาทิ ริดดารา (Riddara), จูนเหยา (Juneyao), ลีปมอเตอร์ (Leapmotor) ฯลฯ และเทสลา

“ปีนี้รถ EV แม้ว่ายอดจดทะเบียนใหม่เดือนกันยายนจะมีแค่ 4,490 คัน ลดลงจากเดือนกันยายนปีที่แล้ว 34.35% แต่ถ้าดู 9 เดือนรถ EV ยังคงมีตัวเลขขายถึง 52,443 คัน เพิ่มขึ้น 4.89% ดังนั้นตัวเลขที่หดหายไปจากที่ตั้งเป้าไว้แต่แรก ก็คงได้เห็นสงครามราคารถ EV อีกรอบแน่ ๆ”

เข็นรถใหม่อัดส่วนลดไม่อั้น

ผู้สื่อข่าวยังได้รวบรวมค่ายรถยนต์ที่พร้อมถล่มโปรฯเรียกยอดในช่วง 2 เดือนสุดท้าย ประเดิมด้วย ค่ายรถยนต์ออดี้ ประกาศแคมเปญก่อนใครกับข้อเสนอพิเศษสุดคุ้ม 2 ต่อ เลือกรับ 1 ล้านไมล์สะสม รอยัล ออร์คิด พลัส พร้อมส่วนลด 1 ล้านบาท หรือรับ 1 ล้านไมล์สะสม รอยัล ออร์คิด พลัส พร้อมดอกเบี้ย 0% นาน 7 ปี สำหรับ RS e-tron GT quattro เท่านั้น

และข้อเสนอพิเศษรับ 1 ล้านไมล์สะสม รอยัล ออร์คิด พลัส หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 7 ปี สำหรับกลุ่มรถไฟฟ้า 100% อาทิ Q8 e-tron, e-tron GT และรถยนต์ขุมพลัง Plug-in Hybrid อย่าง A8

นอกจากนี้ยังมีแคมเปญ ดอกเบี้ย 0% นาน 7 ปี ที่ราคาผ่อนต่อเดือนสุดคุ้ม อาทิ รถยอดฮิตอย่าง A5 Coupe และ Sportback ในราคาผ่อนเพียงเดือนละ 23,500 บาทเท่านั้น

ขณะที่แบรนด์น้องใหม่โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ภายใต้ Chery Automobile ประกาศราคา JAECOO 6 EV รุ่น Long Range 2WD เริ่มต้นที่ราคาล้านนิด ๆ และรุ่น Long Range 4WD ราคา 1.249 ล้านบาท รับของแถมและส่วนลดมูลค่ากว่าแสนบาท OMODA C5 EV ของแถมและส่วนลด 1.5 แสนบาท รับดอกเบี้ย 0% หรือขับฟรี 3 เดือน และช่วยผ่อน 5,000 บาท นาน 9 เดือน

เช่นเดียวกับค่ายฉางอานเตรียมส่งดีพอล E07 ซึ่งมีให้เลือก 2 พลังงานขับเคลื่อนคือ แบบ EREV (Extended Range Electric Vehicle) ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลัง 141 แรงม้า ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 231 kVh และแบตเตอรี่ขนาด 39.05 kWh ใกล้เคียงกับเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ของนิสสัน

อีกแบบคือ เป็นพลังงานฟ้า 100% (BEV) มี 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวขับเคลื่อนล้อหลังให้กำลัง 338 แรงม้า และรุ่นมอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลังรวม 590 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 3.96 วินาที ขณะที่แบตเตอรี่ความจุ 70 และ 90 kWh โดยมีระยะทางวิ่งต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งที่ 551-701 กม. โดยเชื่อว่าราคาจะอยู่ตรงกลางระหว่างดีพอล S07 และ Avatr ส่วนปีหน้าโรงงานในประเทศไทยจะเริ่มผลิต B-SUV เพิ่มอีก 1 รุ่น

ไม่ต่างจากแบรนด์ BYD ตอนนี้มีรถในพอร์ต 5-6 รุ่น ล่าสุดเตรียมเปิดแบรนด์ DENZA และรถตู้ไฟฟ้า DENZA D9 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งจะเป็นโมเดลแรกสำหรับตลาดประเทศไทย

ค่ายญี่ปุ่นชูธงไฮบริด

ขณะที่ฝั่งญี่ปุ่น นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ในช่วงที่ตลาดหดตัวรุนแรง โตโยต้าก็ยังคงแนะนำรถรุ่นใหม่พร้อมแคมเปญที่ลูกค้าจะเป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้น เริ่มจากรถนั่งขนาดกลาง คัมรี่ใหม่ 3 รุ่น ไฮบริดล้วน รุ่น HEV SMART ราคา 1.475 ล้านบาท รุ่น HEV PREMIUM ราคา 1.659 ล้านบาท

รุ่น HEV PREMIUM LUXURY ราคา 1.809 ล้านบาท รับข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.59% หรือฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อมรับข้อเสนอขยายระยะเวลาคุ้มครองรถและขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ตั้งเป้ากวาดยอดทั้งปีหมื่นคัน

ตามมาด้วย Yaris ATIV สไตล์ Premium รุ่นลิมิเต็ด สุดสปอร์ต รถยนต์ซีดานยอดนิยม มีความคุ้มค่า และสมรรถนะการขับขี่คล่องตัว สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแตกต่างอย่างมีระดับ และต้องการเปลี่ยนแคแร็กเตอร์ของรถให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น มีชุดอุปกรณ์ตกแต่ง LUSSO (ลูส-โซ่) ที่มาพร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่งสเกิร์ตรอบคัน ทั้งสเกิร์ตกันชนหน้า-หลัง และชุดสเกิร์ตข้าง กับอัตราผ่อนเริ่มต้นเพียง 243 บาท/เดือน

ขณะที่ค่ายฮอนด้ามีของใหม่ให้เลือก ทั้งเอชอาร์-วี ไฮบริด และซีวิค ไฮบริด โดยเอชอาร์-วี เปิดจองสิทธิ์ตั้งแต่วันนี้จนถึง 27 พ.ย. รับรถ 28 พ.ย.-31 ธ.ค. ได้รับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท พร้อมเสนอดอกเบี้ยพิเศษสำหรับเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty)

รวมถึงแคมเปญ “Honda Happy Trade-in” ขายรถคันเดิมเพื่อออกรถยนต์เอชอาร์-วี อี:เอชอีวี ใหม่ รับเพิ่มบัตรน้ำมันสูงสุด 30,000 บาท และข้อเสนอพิเศษอื่น ๆ

สำหรับเอชอาร์-วี ไฮบริดไมเนอร์เชนจ์ จะประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ในงาน Motor Expo 2024 และที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยอดขายรถสะดุดปรับเป้าเหลือ 5.5 แสนคัน “Motor Expo” สงครามราคา EV รอบใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...