โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กรณีเอกสารลับทำลาย'ลิซ่า'ของ Hybe คือตัวเร่งความพังพินาศของ K-pop

The Better

อัพเดต 31 ต.ค. 2567 เวลา 10.07 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2567 เวลา 04.30 น. • THE BETTER

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ในระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวของสภานิติบัญญัติแห่งชาติของเกาหลีใต้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มิน ฮยอง-แบ (พรรคประชาธิปไตยแห่งเกาหลี) ได้เปิดเผยรายงานภายในของบริษัท Hybe ซึ่งเป็นค่ายเพลงดังของวงการ K-pop เอกสารดังกล่าวที่เรียกว่า “รายงานอุตสาหกรรมเพลงประจำสัปดาห์” ซึ่งรายงานนี้เผยแพร่ทุกสัปดาห์และส่งถึงผู้บริหารระดับสูงของ Hybe และค่ายเพลงในเครือ

ปรากฏว่าเอกสารดังกล่าว คือการวิพากษ์วิจารณ์ไอดอลของค่ายอื่น โดยใช้ถ้อยคำที่รุนแรง เช่นการบอกว่า "สมาชิก (วงไอดอล) เดบิวต์เมื่ออายุมากแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีใครมีหน้าตาเหมือนไอดอล" และ "น่าแปลกใจที่ไม่มีใครสวยเลย" และ "พวกเขาน่าเกลียดจนน่าประหลาดใจ"

คำวิจารณ์เหล่านี้ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอยู่แล้ว แต่ ส.ส. มิน ฮยอง-แบ ชี้ให้เห็นว่า "มันเป็นปัญหาเพราะเกี่ยวข้องกับผู้เยาว์" ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่การที่ค่าย K-pop รายหนึ่งโจมตีอีกค่ายหนึ่ง แต่เป็นการโจมตีตัวบุคคล และบุคคลนั้นยังเป็นผู้เยาว์อีกด้วย กรณีนี้จึงยิ่งเพิ่มความไม่พอใจของสาธารณชนที่มีต่อ Hybe ซึ่งเป็นบริษัท K-pop หลักและเป็นหน้าตาของประเทศ แต่นับตั้งแต่ต้นปีต้องเผชิญกับกรณีอื้อฉาวเรื่องความขัดแย้งภายในกับบริษัทลูก คือ Ador ที่ปั้นวงไอดอล NewJeans

ศึกระหว่าง Hybe กับ Ador ยังถือเป็น "เรื่องภายใน" แม้ว่าจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ของแผนต่างประเทศอยู่ตลอดก็ตาม แต่เรื่องที่เกิดขึ้นล่าสุดลุกลามไปถึงทัศนคติของแฟนคลับต่างประเทศ เนื่องจากหนึ่งในไอดอลที่ถูกระบุในเอกสารวิจารณ์ของ Hybe คือ ลิซ่า BLACKPINK ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลว่า Hybe ใช้ปฏิบัติการโจมตีลิซ่าอย่างหนัก

ในเรื่องนี้แม้แต่ชาวเน็ตเกาหลีใต้แสดงความเห็นไว้อย่างสนใจว่า "เหตุผลที่ลิซ่าเป็นเป้าหมายหลักก็เพราะว่าเธอเป็นเป้าหมายปลุกปั่นนได้ง่าย หรืออาจเป็นเพราะแฟนคลับในประเทศอ่อนแอกว่าแฟนคลับทีมอื่น และเนื่องจากเธอเป็นคนไทย หากคุณกดดันเธอโดยพิจารณาจากสัญชาติของเธอ ลิซ่าอาจเป็นคนเดียวที่โดนวิจารณ์ ต้องมีหลายอย่างที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ"

แล้วก็เป็นอย่างที่คาด ที่ชาวเน็ตไทยหยิบประเด็นลิซ่าให้เป็นประเด็นหลักเมื่อมีการพูดถึงเอกสารอื้อฉาวของ Hybe และย้อนเหตุการณ์ต่างๆ ที่ลิซ่าถูกกระทำในลักษณะ "ถูกบูลลี่" ซึ่งอาจจะเกี่ยวกับปฏิบัติการของค่ายเพลงฝั่งตรงข้าม (หรือแม้แต่โดยค่ายเพลงและกลุ่มแฟนจากวง BLACKPINK ด้วยกัน) และชาวเน็ตไทยยังชี้ว่าการที่ลิซ่าถอนตัวออกจากเกาหลีใต้ เพื่อเดินตามเส้นทางของเธอเองคือการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว

มีสื่อและสาธารณชนในไทนพูดถึงความนิยมใน K-pop ในไทยที่ลดลงมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่คนไทยไม่พอใจทางการเกาหลีใต้ที่ปฏิบัติต่อนักท่องเที่ยวไทยอย่างมีอคติทำให้เกิดกระแส "แบนเกาหลี" ที่ยังรุนแรงจนถึงทุกวันนี้ เพราะทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวไทยที่เคยไปเกาหลีใต้ลดลงอย่างมากจากอันดับที่หนึ่งลงไปอยู่ในอันดับท้ายๆ และตามด้วยกระแสปฏิเสธ K-pop และหันมาสนับสนุน T-pop

แต่ดูเหมือนว่า ถ้าชาวไทยรับทราบทัศนคติของชาวเกาหลีใต้บางส่วนต่อกรณีที่ Hybe โจมตีลิซ่า อาจจะยิ่งทำให้คนไทยเกิดอาการต่อต้านเกาหลีใต้และ K-pop มากขึ้น เนื่องจากทัศนะของชาเน็ตเกาหลีใต้บางส่วนแทนที่จะตำหนิ Hybe กลับตำหนิคนไทย เช่นใน pann.nate.com และ fmkorea.com ซึ่งมีการวิจารณ์ลิซ่าลามไปถึงคนไทย

กรณีที่เกี่ยวข้องกับ Hybe และลิซ่า รวมถึง BLACKPINK จะยิ่งทำให้ตลาด T-pop ในต่างประเทศได้รับผลกระทบ เพราะจากการ mediatoday เมื่อเดือนเมษายนปีนี้ ระบุว่า "ตลาด K-pop ทั่วโลกมีศูนย์กลางอยู่ที่กลุ่มศิลปินยอดนิยมเพียงไม่กี่กลุ่ม เช่น BTS (จากค่าย Hybe) และ BLACKPINK และการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นของซีรีส์ในต่างประเทศ เช่น ประเทศไทยและประเทศตุรกี ถือเป็นอุปสรรคต่อเนื้อหา K-content แนวโน้มในอนาคตของเนื้อหา K-content ยังไม่สดใสเหมือนในปัจจุบัน"

นั่นหมายความว่า T-pop ที่มีหัวหอกเป็นซีรีส์จากไทยกำลังเป็นพลังในการบั่นทอนความนิยมใน K-pop ยิ่งเกิดกระแสไม่พอใจของแฟนต่างประเทศต่อต้นสังกัดวงไอดอลที่ระบุไว้ในข่าว ก็อาจจะทำให้ความนิยม K-pop ลดลงมากไปอีก และเปิดโอกาสให้กับ T-pop มากขึ้น

ทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo by ANTHONY WALLACE / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...