โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดารารุ่นใหญ่หัวใจสีชมพู เปิดมุมมองความรักครั้งใหม่ ในวัย 56 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 20 ก.ย 2567 เวลา 04.36 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2567 เวลา 04.35 น. • The Bangkok Insight

ท็อป ดารณีนุช ดารารุ่นใหญ่หัวใจสีชมพู เปิดมุมมองความรักครั้งใหม่ในวัย 56 ปี ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow

รุ่นใหญ่หัวใจสีชมพู ท็อป ดารณีนุช ควงแฟนหนุ่ม คุณไมโล มาเปิดเรื่องหัวใจ จากรักที่ไม่มีทางเป็นไปได้ สู่ความรักหวานฉ่ำกว่า 2 ปี พร้อมเปิดมุมมองความรักครั้งใหม่ในวัย 56 ปี กลัวคนมองว่าแก่เกินมีรักใหม่หรือเปล่า ต่างฝ่ายฝ่าด่านลูกๆ กันยังไง งานนี้เส้นทางแอบรักเพื่อนกว่า 40 ปี เป็นยังไง แล้วที่มีข่าวว่าเตรียมมีข่าวดีควงคู่กันแต่งงานจริงไหม ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา, บูม สุภาพร และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ท็อป ดารณีนุช ดารารุ่นใหญ่หัวใจสีชมพู เปิดมุมมองความรักครั้งใหม่ในวัย 56 ปี

ความรักในวัยนี้มันดีไหม ?

ท็อป : ดี ความรักถ้ามันเป็นความรักที่จริงใจ แล้วมันเป็นความรักจริงๆ ดีหมด รักที่มันปรารถนาดีต่อกัน รักที่เมตตาต่อกัน มันไม่ได้หมายความว่ามันมีแค่ความรัก มันจะต้องเริ่มใช้ชีวิต เริ่มต้นดำเนินเรื่องต่างๆไปด้วยกัน แชร์ความรู้สึกกันทุกๆ อย่าง เราต้องมานั่งคุยกันก่อนว่า สิ่งที่เรารู้สึกมันดีอย่างนี้ มันถึงจะรักษาโมเมนต์นี้ ไปด้วยกันในความสัมพันธ์

มีความกังวลที่จะต้องบอกใครไหม ?

ท็อป : ตอนแรกมีนะ เราก็คิดเหมือนกัน อายุเยอะแล้วมามีแฟน คือเราไม่ได้แคร์หรอกว่าใครจะยังไง บางครั้งมันอาจจะไม่ใช่วัย ในวงจรชีวิตของมนุษย์ทั่วไป 20-30 มีครอบครัว นี่ฉันจะเกษียณอยู่แล้วจะย้อนมาตรงนี้อีก เค้าจะมองว่าอะไร ก็มีบ้าง อันนั้นมันเป็นการเปิดให้เราก้าวข้ามอะไรบางอย่างที่เรากังวล ฟีดแบคจากคนรอบข้าง เพื่อนๆ ลูก คุณผู้ชม มันทำให้เรารู้สึกว่าไม่เป็นไรหรอก แล้วมันทำให้เรารู้ตัวเองว่า จริงๆแล้วตัวเราเวลามีความรัก โดยเฉพาะอายุอย่างนี้ ประสบการณ์ในชีวิตมันทำให้เราฉลาดขึ้น เพราะฉะนั้นที่เราต้องมี คือได้เก็บสะสมสติ ปัญญา สิ่งต่างๆเหล่านี้ เอามาเพื่อประกอบการพิจารณาความรักเรา แต่ก่อนเรามีแต่ส่วนของอารมณ์ ความรู้สึก แล้วสมองก็จะน้อย จะเอาแต่รักๆ แต่ตอนนี้มิติมันกว้างขึ้น เพราะฉะนั้นรักในวัยนี้มันทำให้เรารอบคอบขึ้น แล้วก็ไม่ทะเลาะกัน

แล้วพี่ไมโลล่ะคะเป็นการเริ่มต้นใหม่ กับรักแรก?

ไมโล : อย่างที่บอกมันเกินคาด ผมไม่ค่อยห่วงทางฝั่งผมเท่าไหร่ ตั้งแต่เริ่มต้นเลยที่กลัวคือห่วงทางฝั่งเขามากกว่า ห่วงคือหมายถึงว่า เพื่อนเค้า คนรอบตัวเค้า จะรู้สึกยังไง

สิ่งที่ยากสำหรับพี่ ๆในวัยนี้คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องลูก ?

ท็อป : ใช่

ไมโล : ใช่ นั่นคือเรื่องแรกเลยที่คิด

เราคุยกับลูกยังไง ?

ท็อป : ตอนคุยกับพี่ไมโลพี่ก็เล่าให้ลูกฟัง ว่าแม่คุยกับเพื่อนอยู่นะ เค้าก็ถามว่าเพื่อนคนไหนเพราะเค้ารู้จักเพื่อนแม่ทุกคน ก็บอกว่าอันนี้ลูกไม่รู้จักหรอก จนตอนหลังเราเริ่มไปเดินออกกำลังกาย ก็เลยบอกว่าเออแม่คบคนนี้อยู่นะ ลูกคนเล็กก็อ๋อ รับรู้ แต่ลูกคนโตเค้าแยกบ้านไปอยู่กับภรรยา คนนั้นทำตัวเป็นพ่อ คนโตจะใจร้อน เค้าจะอยากรู้ว่า เค้าเป็นใคร ทำไมผมไม่รู้จัก เดี๋ยวผมจะโทรไปสืบ เพื่อนมัธยมแม่ที่เป็นผู้ชายลูกคนโตจะรู้จัก เค้าจะสืบ ทำงานอะไร เราก็บอกว่าใจเย็นๆ ยังไม่บอกอะไรเยอะ เราก็ให้เจอลูกคนเล็กก่อน เพราะเขาเป็นคนชิว ใจกว้าง แล้วค่อยมานัดเจอลูกคนโต โชคดีตอนที่เจอมีเรื่องที่ต้องคุยกัน เพราะลูกคนโตเค้าจะขายรถ ปรึกษาทางนี้ก็คุยกัน หลังจากนั้นก็ไปกินข้าวกัน แล้วเค้าก็มาบอกว่า คือลูกจะดูพี่ไมโลตลอดว่าเป็นยังไง เค้าบอกแม่เค้าเป็นคนอย่างนี้ ๆ นะ เค้าก็สบายใจขึ้นเรื่อย ๆ

จนกระทั่งเค้าจะไปเรียนต่อเมืองนอก เค้าบอกว่าเดี๋ยวผมจะเป็นสปอนเซอร์ให้เราสองคนรวมถึงตัวเค้าด้วยไปเที่ยวกระบี่ด้วยกัน เพราะว่าน้องเล็กไปบวชอยู่ ก็เลยพากันไปเที่ยวกระบี่ ต้องขอบคุณลูก ๆ ใจกว้าง เค้าเป็นคนเปิดใจ ถามว่าเค้ารักเราเค้าห่วงเราไหม รัก เค้าพูดกับเราว่า แม่ได้ทำทุกอย่าง ตามคำพูดที่ให้ไว้กับผม คือพอเลิกกับคุณพ่อเค้า เราก็ไม่มีใคร แล้วเราก็เลี้ยงเค้ามาจนเค้าเติบโต จนเค้าแข็งแรงแล้ว แล้วตอนนี้เหมือนเป็นพาร์ทที่เธออยากจะมีความสุขก็ให้โอกาสเธอนะ

พี่ไมโลเตรียมตัวเตรียมใจที่จะไปเจอลูกของพี่ท็อปไหม ?

ไมโล : ก็เตรียมตัวครับ แต่ก็อย่างที่บอกมันจังหวะพอดี เค้าอยากปรึกษาเรื่องรถพอดี เพราะผมก็ทำรถมือสองอยู่ ก็เลยได้คุยมันเลยง่าย แล้วที่เค้าชวนไปกระบี่ ส่วนนึงเค้าก็ก็คงอยากเห็นด้วยว่าเราเป็นยังไง เพราะมันจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันหลายวัน

ฝั่งพี่ท็อปผ่านแล้วแล้วฝั่งพี่คุยกับทางบ้านยังไง ?

ไมโล : ลูกผมจะเด็กกว่า อยู่ ม.4-ม.5 เค้าก็ฟังเราอยู่แล้ว เราอธิบายให้เค้าฟัง เราไม่ได้ทำอะไรที่เค้าไม่เห็น มีอะไรก็บอกลูก เพียงแต่ว่าเราอาจจะต้องใส่ใจเค้ามากกว่าหน่อย ด้วยความที่เค้าดีกว่า

เค้าเจอพี่ท็อปเค้ากลัวไหม ?

ไมโล : ไม่เลย เค้าชอบ คนนี้เค้าเข้ากับเด็กได้อยู่แล้ว

ทำยังไงถึงจะชนะใจเด็ก ๆ?

ท็อป: เราต้องไม่พยายาม เป็นธรรมชาติ เราไม่ได้รู้สึกว่าเรามาเพื่อแทนใคร เราไปในฐานะ ไปด้วยกันแล้วเอ็นดูเค้า อะไรที่เป็นเรื่องของเค้า เราก็ไม่ล้ำเส้น หรือเค้าเล่าเรื่องความลับอะไรให้เราฟัง เราก็ไม่บอกพ่อเค้า เรารู้สึกว่าพอเราเคารพเค้า หรือฟังเค้า เค้าก็อยากจะเล่า เค้าก็คุย เจอกันก็พาไปไปกินข้าวให้เค้าสบายใจ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...