โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

9 บาร์บี้ที่เลิกผลิตไปแล้ว แต่กลับมาปรากฏตัวในหนัง Barbie 2023!

GroundControl

เผยแพร่ 27 ก.ค. 2566 เวลา 04.30 น. • กฤษฏิญา ไชยศรี และ บงกชกร คำปุ๊ก
9 บาร์บี้ที่เลิกผลิตไปแล้ว แต่กลับมาปรากฏตัวในหนัง Barbie 2023!

ใคร ๆ ในโลกล้วนเคยพลาดเคยล้ม แล้วมีหรือที่สาวสีชมพูอายุกว่า 60 ปีอย่าง ‘บาร์บารา มิลลิเซนต์ โรเบิร์ตส์’ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อสั้น ๆ ว่า ‘บาร์บี้’ จะไม่มีอดีตติดตัวกับเขาบ้าง?

แม้เธอจะเป็นเพื่อนเล่นและเพื่อนรักของเด็กที่มีหัวใจสีชมพูทั่วโลก แต่ในประวัติศาสตร์ของบาร์บี้ ก็มีบางครั้งที่เธอทำให้คนขุ่นเคืองใจ ไปจนถึงทำให้เราต้องเกาหัวว่า คนสร้างบาร์บี้เวอร์ชันนี้เขาคิดอะไรอยู่กันแน่หว่า

เนื่องในโอกาสที่โลกสีชมพูสุดวายป่วงของบาร์บี้้ฉบับผู้กำกับ เกรตา เกอร์วิก เข้าฉายแล้ว เราก็แอบเห็นว่ามีบาร์บี้้สุดฉาวที่เลิกผลิตไปแล้ว แต่ได้กลับมาคืนชีพในหนังเรื่องนี้กันอยู่ไม่น้อย เราจึงชวนทุกคนย้อนกลับไปสำรวจบาร์บี้สุดฉาวในอดีตที่กลับมาเกิดใหม่ในหนังบาร์บี้้ปี 2023 ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีความฉาวที่ช่วยเปิดให้เราเห็นว่า บางทีของเล่นก็ไม่ใช่ของเล่น ๆ แต่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ป็อปคัลเจอร์ชั้นดีที่เผยค่านิยมในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ ของสังคม

อลันคนจาง

อลันคนจาง

อลันผู้ถูกลืม ได้เผยโฉมบนจักรวาลบาร์บี้้ครั้งแรกเมื่อปี 1964 ในฐานะแฟนหนุ่มของ มิดจ์ แฮดลีย์ และเพื่อนสนิทของเคนที่เหมือนกันจนสามารถใส่ชุดเดียวกันกับเคนได้ทุกชุด โดยชื่อแรกของเขาคือ Allan ที่ตั้งตามลูกเขยของรูธ แฮนด์เลอร์ ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Alan ในภายหลัง

แต่ถึงจะเป็นเพื่อนกัน ทว่าความสัมพันธ์ระหว่างอลันกับมิดจ์ก็เหมือนจะนำหน้าเคนกับบาร์บี้้ไปไกลโข เพราะพวกเขาได้จัดงานแต่งงาน และมีลูกด้วยกันถึงสามคน ฟังดูแล้วก็เหมือนครอบครัวตุ๊กตาสุขสันต์ แต่ดราม่าเจ้ากรรมดันทำให้ความสัมพันธ์ทั้งหมดต้องแตกแยก เพราะในปี 2003 ได้มีการออกตุ๊กตาของอลันและมิดจ์ในรุ่น ‘Happy Family’ ซึ่งในส่วนของอลันนั้นผ่านฉลุย จะติดก็ตรงที่มิดจ์ดันท้องป่องพร้อมคลอด จนสร้างความไม่สบายใจให้กับผู้ปกครองว่ากำลังส่งเสริมให้เด็กที่เล่นอยากท้องตาม ในท้ายที่สุดทั้งมิดจ์และอลันก็เลยถูกระงับการผลิตพร้อมกันไปทั้งคู่

และถึงแม้ว่าในปี 2013 มิดจ์จะกลับมาโลดแล่นบนจักรวาลบาร์บี้้อีกครั้งผ่านเว็บซีรีส์เรื่อง Barbie: Life in the Dreamhouse ในฐานะสาวโสด ไร้ลูกและสามี แต่อลันกลับไม่ได้ถูกรีแบรนด์ใด ๆ เหมือนกับมิดจ์ และยังคงหายสาบสูญจากจักรวาลบาร์บี้้ไปตลอดกาล จนกระทั่งในภาพยนตร์เรื่อง ‘Barbie’ ที่เราจะได้เห็นเขากลับมาอีกครั้งหนึ่ง

บาร์บี้แตกเนื้อสาว

บาร์บี้แตกเนื้อสาว

ในปี 1975 แมตเทลได้ปล่อยบาร์บี้รุ่นพิเศษ นั่นก็คือ ‘บาร์บี้แตกเนื้อสาว’ ที่ฟังดูแล้วก็ไม่เห็นแปลกอะไร แต่ความอิหยังวะของบาร์บี้รุ่นนี้ก็คือความครีเอทแบบสุดขีด (จนออกจะเกินไป) ที่ทำให้บาร์บี้รุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้ตัวยืดได้ โดยเมื่อคุณหนู ๆ หมุนแขนของบาร์บี้ไปเรื่อย ๆ ส่วนลำตัวของเธอก็จะขยายยืดออกมา เสมือนกับว่าตัวสูงขึ้น แต่ที่ชวนช็อกกว่านั้นก็คือการที่ไม่ได้มีแค่ลำตัวของบาร์บี้เท่านั้นที่ยืดขยาย… แต่หน้าอกของเธอก็จะค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นด้วย!

บาร์บี้ท้องได้

มิดจ์ แฮดลีย์ (Midge Hadley) บาร์บี้ท้องได้

ตุ๊กตาก็ท้องได้! และคนที่มารับบทบาทการท้องก็คือ มิดจ์ แฮดลีย์ (Midge Hadley) ตุ๊กตาตัวใหม่ที่ทางบริษัท Mattel เขาเปิดตัวขึ้นมาในปี 1963 ในฐานะของเพื่อนสนิทบาร์บี้ โดยเหตุผลที่พวกเขาสร้างมิดจ์ขึ้นมา ก็เพราะมีการบ่น ๆ กันว่าบาร์บี้ดูเซ็กซี่เกินไป ทาง Mattel ก็เลยแก้ปัญหานี้ด้วยการสร้างมิดจ์ให้เป็นผู้ใหญ่ขึ้น ไม่เซ็กซี่เท่าไร และสามารถท้องได้ด้วย!

ซึ่งมิดจ์ก็ปรากฏตัวอยู่กับบาร์บี้เรื่อย ๆ แถมยังมีลูกกับอลันถึงสามคน แต่ประเด็นสุดโป๊ะที่ถูกวิจารณ์ถล่มทลายจนต้องเลิกผลิตไป ก็คือมิดจ์รุ่น ‘Happy Family’ ในปี 2003 ที่เธอดันปรากฏตัวในเวอร์ชันคนท้อง ที่มีลูกที่ยังไม่คลอดอยู่ในท้องด้วย แน่นอนว่าบรรดาแม่ ๆ ก็ไม่ปลื้ม แถม Walmart ยังออกมาแบนไม่ขาย เพราะมองว่าตุ๊กตารุ่นนี้กำลังส่งเสริมให้เด็กอยากท้องในวัยเรียน ในท้ายที่สุดก็เลยต้องเลิกผลิตไปในปี 2005

อย่างไรก็ตาม Mattel ก็พยายามนำมิดจ์กลับมาอีกครั้ง ในปี 2013 ผ่านเว็บซีรีส์เรื่อง Barbie: Life in the Dreamhouse ที่เธอก็ปรากฏตัวใหม่ในฐานะเพื่อนของบาร์บี้เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไม่ท้อง แถมไม่เคยแต่งงานกับอลันด้วย เรียกว่าเป็นการพยายามรีเซตจักรวาลใหม่ของมิดจ์เลยก็ว่าได้

ป๋าเคน

ป๋าเคน

เคนรุ่นนี้ถูกผลิตออกมาเพียงรุ่นเดียว คือรุ่นในปี 2010 โดยขายในราคา 82 ดอลลาร์สหรัฐ และจัดอยู่ในหมวดตุ๊กตาบาร์บี้้สำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งรูปลักษณ์ของเคนในเวอร์ชันนี้ ก็จะมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น สวมเสื้อเบลเซอร์พิมพ์ลายสีเขียว ติดกระดุมสีชมพู นุ่งกางเกงสแล็กจับจีบสีขาว และมาพร้อมกับสุนัขตัวเล็กสีขาวกับสายจูงสีชมพูประจำตัวบาร์บี้

ถึงแม้คำว่า ‘Sugar Daddy’ จะฟังดูพิลึกกึกกือไปเสียหน่อยสำหรับวงการตุ๊กตา แต่เราก็อย่าเพิ่งตีความว่าเคนกำลังจะผันตัวไปเป็นอาเสี่ยเลี้ยงอีหนูที่ไหนเป็นเด็ดขาด เพราะที่มาของชื่อตุ๊กตาเคนรุ่นนี้ มาจากเจ้าสุนัขตัวเล็กสีขาวที่มีชื่อว่า ‘Sugar’ ต่างหาก ซึ่งพ่อเคนเขาก็รักเจ้าตัวเล็กนี้เหมือนลูก ก็เลยตั้งชื่อตัวเองว่า เป็น ‘พ่อของเจ้าชูการ์’ นั่นเอง

บาร์บี้ติดกล้อง

Video Girl Barbie บาร์บี้ติดกล้อง

ในบรรดาบาร์บี้ชวนหัวจะปวดทั้งหมด ‘Video Girl Barbie’ ที่ถูกปล่อยออกมาในปี 2010 น่าจะเป็นฝันร้ายที่สุดของคนเป็นพ่อเป็นแม่ เพราะเธอมาพร้อมกับฟังก์ชันพิเศษที่ชวนให้เด็ก ๆ บันทึกวิดีโอได้นานถึง 30 นาทีผ่านกล้องที่ติดมากับตัวบาร์บี้ และยังสามารถสตรีมวิดีโอนั้นบนคอมพิวเตอร์ได้ด้วย ซึ่งบาร์บี้รนักสตรีมรุ่นนี้ก็ดูจะไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่งเอฟบีไอออกประกาศเตือนพ่อ ๆ แม่ ๆ ว่า คลิปวิดีโอที่เด็ก ๆ สตรีมนั้นอาจกลายเป็นสิ่งล่อตาล่อใจพวกใคร่เด็ก และบางทีคลิปที่ลูก ๆ ถ่ายนั้นก็อาจเป็นหนังโป๊ผู้เยาว์ได้โดยไม่รู้ตัว

แม้ว่าเอฟบีไอจะออกมาแถลงการณ์ในภายหลังว่า ยังไม่ได้รับรายงานใด ๆ เกี่ยวกับบาร์บี้ติดกล้องรุ่นนี้ และเพียงออกมาเตือนเพื่อให้พ่อแม่ได้รับทราบไว้เฉย ๆ แต่นั่นก็ไม่อาจขจัดความขนลุกของบรรดาพ่อแม่ไปได้

บาร์บี้นั่งรถเข็น

Share-a-Smile Becky บาร์บี้นั่งรถเข็น

เพื่อสร้างภาพจำว่าบาร์บี้เป็นมิตรกับทุกคน ในปี 1997 แมตเทลได้ปล่อยบาร์บี้รุ่นพิเศษชื่อ ‘Share-a-Smile Becky’ ซึ่งเป็นบาร์บี้นั่งรถเข็น สำหรับเป็นเพื่อนใจเหล่าเด็กน้อยที่ต้องนั่งรถเข็น

แม้ว่าบาร์บี้รุ่นนี้จะถูกผลิตขึ้นมาเพื่อขจัดความรู้สึกแปลกแยกของเด็ก ๆ ที่ต้องนั่งรถเข็น แต่ความตลกร้ายก็คือการที่บาร์บี้รุ่นนี้กลับขับเน้นความรู้สึกไม่เข้าพวกให้ชัดเจนขึ้น เพราะเธอเป็นบาร์บี้รุ่นเดียวที่ไม่สามารถผ่านประตูบ้านบาร์บี้หรือ ‘Barbie Dream House’ ได้! และแม้ว่าแมตเทลจะออกมาแถลงว่าพวกเขากำลังหาทางให้บาร์บี้เข้าบ้านให้ได้ แต่สุดท้าย แมตเทลก็เลิกผลิตบาร์บี้รุ่นนี้ไปในที่สุด

เคนแบบเริ่ดเกิน

Earring Magic Ken เคนแบบเริ่ดเกิน

ในยุค 90 ทางบริษัท Mattel ได้ค้นพบปัญหาว่า บาร์บี้นั้นขายดี แต่เคนกลับไม่ใช่ ซึ่งปัญหานี้ได้นำพาให้พวกเขาต้องคิดกันอย่างหนักว่าทำยังไงเคนถึงจะป๊อปปูล่าร์ขึ้นมาในหมู่เด็ก ๆ มากขึ้น ด้วยเหตุนี้พวกเขาเลยตัดสินใจทำแบบสำรวจกับเด็กอายุห้าขวบว่า หนู ๆ ยังอยากให้เคนมีฐานะเป็นแฟนกับบาร์บี้อยู่อ๊ะเปล่า? โดยผลสำรวจก็ออกมาว่าเด็ก ๆ ยังอยากให้เป็น แต่พี่ช่วยทำเคนให้ ‘เท่’ ขึ้นหน่อยเหอะค่ะ!

พอได้โจทย์มาแบบนี้ทางบริษัท Mattel เขาก็ไปศึกษาต่อว่า แล้วเจ้าคำว่า ‘เท่’ สำหรับเด็ก 5 ขวบนี้ต้องหน้าตาเป็นอย่างไร? และผลจากการตีความนั้นก็นำมาซึ่งเสื้อตาข่ายซีทรู, เสื้อกั๊กหนัง, กางเกงรัดรูป, สร้อยคอพร้อมแหวนโครเมียม และต่างหูบนตัวตุ๊กตา ‘Earring Magic Ken’ ที่ผลิตขึ้นมาในปี 1993

ผลตอบรับของเคนรุ่นนี้ก็ถือว่าดีเกินคาด เพราะมีนักวิจารณ์และนักเคลื่อนไหวเรื่องเพศอย่างแดน ซาเวจ (Dan Savage) ที่เขียนบทความให้กับหนังสือพิมพ์ ‘The Stranger’ ออกมาบอกว่าเคนรุ่นนี้คือศูนย์รวมความเป็นเกย์ ส่งผลให้เหล่า LGBTQ+ ในยุคนั้นแห่กันไปซื้ออย่างถล่มทลาย ส่วนบรรดาแม่ ๆ และเด็ก ๆ ก็ซื้อกันไปอย่างไม่รู้อะไรเลย ว่ากันว่าเคนรุ่นนี้อาจจะเป็นรุ่นที่ขายดีมากที่สุดตลอดกาล

อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดบริษัท Mattel ก็เรียกคืนตุ๊กตารุ่นนี้และเลิกวางขายไป ซึ่งก็มีคนสันนิษฐานกันว่าน่าจะเป็นเพราะบทความของซาเวจทำให้ภาพลักษณ์ของเคนรุ่นนี้เป็นตัวแทนของเกย์ ซึ่งบริบทในยุคนั้นเรื่อง LGBTQ+ ยังไม่เป็นที่ยอมรับ ส่งผลให้มีคนต่อต้านและกังวลว่าจะเป็นการสนับสนุนให้เด็กที่เล่นเกิดการเบี่ยงเบนทางเพศในภายหลัง

บาร์บี้ยี้คณิตศาสตร์

Teen Talk บาร์บี้ยี้คณิตศาสตร์
ย้อนกลับไปในปี 1992 บาร์บี้้รุ่น ‘Teen Talk’ ได้เปิดตัวสู่ตลาด โดยมีจุดขายเป็นบาร์บี้วัยทีนพูดได้ และคำพูดของเธอก็จะเป็นประโยคที่ได้ยินเด็กสาววัยรุ่นพูดกันบ่อย ๆ อย่าง “เธอแอบชอบใครอยู่ป่าว” ไปจนถึงคำพูดปลอบประโลมใจเพื่อนสาวอย่าง “ฉันอยู่เคียงข้างเธอเสมอนะ”

แต่คำพูดที่ทำให้บาร์บี้วัยทีนรุ่นนี้ตกเป็นประเด็น ก็คือประโยคที่เธอพูดว่า “วิชาคณิตศาสตร์ยากจัง แง!” ซึ่งก็ทำให้เหล่าเฟมินิสต์ยุคนั้นออกมาเรียกร้องให้บริษัทผู้ผลิตบาร์บี้อย่างแมตเทลเอาประโยคนั้นออกจากบาร์บี้ ร้อนถึงผู้บริหารแมตเทลที่ต้องออกมาขอโทษและชี้แจงว่า ทางผู้ผลิตไม่ได้ตั้งใจที่จะนำเสนอว่าผู้หญิงไม่เก่งคณิตศาสตร์ แต่แค่ต้องการที่จะถ่ายทอดความทรมานของเด็ก ๆ ทั่วไปที่ปวดหัวกับการเรียนคณิตศาสตร์เท่านั้นเอง

บาร์บี้ไดเอต

บาร์บี้ไดเอต

แม้ว่าผู้ผลิตบาร์บี้จะพยายามยืนยันว่าตุ๊กตาเพื่อนใจเด็กหญิงทั่วโลกตัวนี้หาได้ตั้งต้นเป็นผู้ปลูกฝังค่านิยมเรื่องรูปร่างหน้าตาให้กับเด็ก ๆ แต่ในปี 1963 เมื่อบาร์บี้รุ่นปาร์ตี้ชุดนอนถูกปล่อยออกมา มันก็สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ให้สังคมในยุคนั้นอีกครั้ง เมื่อบาร์บี้วัยทีนผู้เตรียมตัวไปนอนค้างบ้านเพื่อนคนนี้ดันมาพร้อมกับพร็อพที่เป็นตาชั่งน้ำหนัก และหนังสือเล่มเล็ก ๆ ที่มีตัวอักษรป้ายบนปกว่า ‘Don’t Eat’

และต่อให้ผู้ผลิตบาร์บี้จะพยายามออกคอลเลกชันบาร์บี้ที่มีหุ่นในรูปแบบหลากหลาย เพื่อขจัดภาพจำของบาร์บี้ในฐานะของเล่นปลูกฝังค่านิยมความงามแบบผิด ๆ แต่ในปี 2006 ก็มีการทำวิจัยในเด็กอายุ 5 - 8 ขวบที่ได้ผลลัพธ์ว่า เด็กที่เล่นบาร์บี้มีอัตราความมั่นใจในตัวเองต่ำ และแสดงความปรารถนาที่จะมีร่างกายผอมบาง มากกว่าเด็กที่ไม่ได้ครอบครองบาร์บี้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...