โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นักท่องเที่ยว “อิสราเอล” กลุ่มคุณภาพ “พักนาน-ใช้จ่ายสูง”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ต.ค. 2566 เวลา 08.26 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2566 เวลา 08.25 น.

สถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธฮามาส ชาวปาเลสไตน์ ที่กำลังส่อเค้าลุกลามบานปลาย กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยต้องจับตามอง เพราะถือเป็น “ปัจจัยลบ” ที่สำคัญสำหรับการท่องเที่ยวของไทยในช่วงไฮซีซั่นนี้

“ประชาชาติธุรกิจ” จึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวอิสราเอล ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูง หรือเป็นกลุ่ม high-value tourists ของประเทศไทย

โดยข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ในปี 2562 ก่อนเหตุการณ์โควิด-19 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลเดินทางเข้ามาเยือนจำนวน 195,856 คน คิดเป็น 0.49% ของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรวมที่เข้ามาประเทศไทยจำนวน 39.92 ล้านคน แต่มากเป็นลำดับต้น ๆ ของกลุ่มประเทศในทวีปตะวันออกกลาง (Middle East)

เป็นกลุ่มที่มีอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 82,156 บาทต่อคนต่อทริป ซึ่งสูงกว่าอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวต่างประเทศโดยรวมที่มีอัตราเฉลี่ยเท่ากับ 47,896 บาทต่อคนต่อทริป

สร้างรายได้ภาคท่องเที่ยวทั่วโลก

สอดรับกับข้อมูลของ Krungthai Compass ที่รายงานเมื่อเดือนมีนาคม 2566 ว่า ปี 2565 อิสราเอล มีมูลค่า GDP ราว 527.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบเท่ากับ 98.6% ของ GDP ไทยในช่วงเวลาเดียวกัน มีจำนวนประชากรรวม 9.5 ล้านคน (อันดับที่ 97 ของโลก) คิดเป็น GDP ต่อคนอยู่ที่ราว 55,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณ 1,940,000 บาทต่อปี (อันดับที่ 15 ของโลก)

นับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีรายได้ต่อหัวของประชากรอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง

ในด้านการท่องเที่ยวพบว่า ช่วงก่อน COVID-19 (ปี 2562) อิสราเอลมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางไปต่างประเทศราว 9.2 ล้านคน สามารถสร้างรายได้ให้กับภาคท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 10.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้ในช่วงปี 2563-2564 ที่ภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ก็มีชาวอิสราเอลเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกอยู่

โดยในปี 2565 มีจำนวนชาวอิสราเอลออกเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลกกว่า 8.4 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 92% ของปี 2562

เบอร์ 1 ในกลุ่ม Middle East

พร้อมเผยด้วยว่า ผลการสำรวจนักท่องเที่ยวอิสราเอลกว่า 800 ตัวอย่าง ของ KOG Institute for Marketing and Communication Sciences 2 พบว่า ชาวอิสราเอลกว่า 70% มักเดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเองเป็นหลัก ไม่นิยมใช้บริการ travel agency ทำให้นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ความสะดวกสบายในการเดินทางและที่พัก

สำหรับประเทศไทยนั้น “อิสราเอล” เป็นนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของกลุ่ม Middle East โดยในช่วงก่อนเกิด COVID-19 (ปี 2562) เดินทางเข้ามาไทยจำนวน 1.95 แสนคน คิดเป็น 28% ของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Middle East และมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องและชัดเจนในปี 2565

โดยหลังจากที่ประเทศไทยเริ่มเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลก็ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 4/2565 นักท่องเที่ยวอิสราเอลขยายตัวขึ้นมาแตะระดับ 20,000 คนต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าช่วงก่อนเกิด COVID-19 ในปี 2562

ตาราง ตลาดนักท่องเที่ยว

พำนักนาน-ใช้จ่ายสูง

รายงานดังกล่าวยังระบุอีกว่า ความโดดเด่นของนักท่องเที่ยวอิสราเอลคือ มีระยะเวลาพำนักในประเทศไทยนาน เฉลี่ยประมาณ 16 วันต่อทริป ทำให้มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวต่อทริปอยู่ที่ 82,127 บาท

สูงกว่าค่าเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่ราว 48,000 บาทต่อหัว อยู่กว่า 70%

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของนักท่องเที่ยวอิสราเอลจะอยู่ในหมวด “ค่าที่พัก” เป็นหลัก ที่ประมาณ 32% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด หรือประมาณ 26,000 บาทต่อคนต่อทริป สูงเป็นอันดับที่ 4 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด เป็นรองเพียงนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวีย คือ สวีเดน เดนมาร์ก และนอร์เวย์

ส่วนหมวดค่าใช้จ่ายที่รองลงมาคือ ซื้อสินค้าที่ระลึก ค่าอาหารและเครื่องดื่ม และค่าพาหนะในการเดินทาง คิดเป็น 23%, 20% และ 13% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตามลำดับ

ททท.จับตาสถานการณ์ใกล้ชิด

ด้าน “ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยอมรับว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวของชาวอิสราเอลแน่นอน เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลส่วนใหญ่นิยมเดินทางเป็นกลุ่มครอบครัว ซึ่งอาจอ่อนไหวต่อประเด็นเรื่องความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบด้านการท่องเที่ยวจากเหตุการณ์ดังกล่าวสำหรับตลาดอิสราเอลและตะวันออกกลาง

“ในปี 2566 นี้เราตั้งเป้ามีนักท่องเที่ยวอิสราเอลที่ 200,000 คน ตอนนี้เราเห็นตัวเลขที่ประมาณ 190,000 คน แล้ว จึงเชื่อว่าถึงสิ้นปีนี้น่าจะยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย 200,000 คนได้”

โดยปัจจุบันเที่ยวบินบินตรงจากกรุงเทลอาวีฟ (Tel Aviv) อิสราเอล เข้าสนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ) และภูเก็ต ยังให้บริการปกติ และนักท่องเที่ยวอิสราเอลได้รับการยกเว้นตรวจลงตราเป็นเวลา 30 วัน (ผ.30)

ตลาดหลัก “ภูเก็ต-พังงา-สมุย”

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยรายหนึ่งให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นักท่องเที่ยวอิสราเอลเป็นตลาดที่สำคัญตลาดหนึ่งของไทย โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวในกลุ่มอันดามัน เช่น ภูเก็ต พังงา และสมุย พะงัน และเกาะเต่า (สุราษฎร์ธานี)

นอกจากนี้ ยังเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทยเป็นกลุ่มแรกในช่วงที่ไทยเปิดประเทศ ภายใต้โมเดล “ภูเก็ต แซนด์บอกซ์” เมื่อปลายปี 2564 ขณะเดียวกันยังเป็นนักท่องเที่ยวที่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีคุณภาพ พำนักนาน ใช้จ่ายสูง

เรียกว่า เป็นกลุ่มที่ตอบโจทย์นโยบายรัฐบาลที่มุ่งโฟกัสนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสูง หรือกลุ่ม high-value tourists

แน่นอนว่า ในช่วงระหว่างที่ “อิสราเอล” มีเหตุการณ์สู้รบนี้ รัฐบาลไทยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัย พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่อยู่ในประเทศไทย

เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นเดสติเนชั่นที่มีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวอิสราเอล

คงต้องภาวนาและเอาใจช่วยกันว่า เหตุการณ์สู้รบนี้จะไม่รุนแรงและลามไปประเทศใกล้เคียงอื่น จนกลายเป็น “ปัจจัยเสี่ยง” ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...