โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สสว.จับมือ กยท.ต่อยอด SME ปังตังได้คืน พัฒนาสถาบันเกษตรกรผู้ประกอบกิจการยาง

77kaoded

เผยแพร่ 19 ส.ค. 2566 เวลา 11.00 น. • 77 ข่าวเด็ด

ตรัง สสว.และกยท.จับมือพัฒนาสถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบกิจการยางด้วยการจัดหาเงินทุนสนับสนุนพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ พัฒนาช่องทางการจำหน่าย และการตลาดสู่การแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ เป้าหมายสามารถเข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เชื่อเป็นช่องทางการต่อยอดพัฒนายาง และชีวิตเกษตรกรได้ยั่งยืน พร้อมต่อยอดภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service) ปีงบประมาณ 2566 "SME ปัง ตังได้คืน ปี 2"

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดอบรมสัมมนาและรับสมัครผู้ประกอบการ SME ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพสำหรับสถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบกิจการยางและโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service) ปีงบประมาณ 2566 "SME ปัง ตังได้คืน ปี 2" เป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างสสว.และกยท.เพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าของสถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบกิจการยาง สู่การตลาดทั้งในและต่างประเทศ ที่ศูนย์ประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง โดยมีนายวชิระ แก้วกอ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ สสว. และนายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นประธาน โดยมีตัวแทนสถาบันเกษตรกรและตัวแทนผู้ประกอบกิจการยางจากจ.ตรัง, จ.พังงา, จ.นครศรีธรรมราช และจ.พัทลุง ร่วมเข้าอบรมประมาณ 80 คน โดยสสว. และกยท.ได้บูรณาการความร่วมมือ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ พัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาด รวมถึงพัฒนาตลาดต่างประเทศ ให้กับสถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบกิจการยางครอบคลุมหมดทุกด้าน ทั้งด้านงบประมาณในสัดส่วน 50-80% การถ่ายทอดเทคโนโลยี เผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ การประชุม และการเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อให้สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางสามารถร่วมทำธุรกิจการค้าทั้งในและต่างประเทศสามารถก้าวไปสู่การพัฒนาเป็นอุตสาหกรรม รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้าสู่มาตรฐานระดับสากล ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEได้เข้าถึงบริการสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจ ซึ่งเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ของผู้ประกอบการ เพื่อสร้างให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ

นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย บอกว่า จากการที่ กยท.ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม MSME ผ่านระบบการให้บริการสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจ ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Busines Development Service) ปีงบประมาณ 2566 “SME ปัง ตังได้คืน" และส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี เผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ และการเชื่อมโยงเครือข่ายฯ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นระดับ SME หรือ MSME สามารถเพิ่มโอกาสในการประกอบธุรกิจพร้อมทั้งสามารถพัฒนายกระดับผลิตภาพและศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ในรูปแบบที่สามารถเลือกรับบริการที่ตรงตามความต้องการของตน จากหน่วยให้บริการต่าง ๆ ทั้งของรัฐและเอกชน ดังนั้น ส่วนตัวจึงมีความตั้งใจที่จะมุ่งส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกัน โดยกยท.จะเป็นหนึ่งในสะพานที่จะเป็นช่องทางสร้างโอกาสให้กับสถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบกิจการยาง ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ พัฒนาการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ การลดต้นทุน หรือเพิ่มประสิทธิภาพหรือสร้างโอกาสทางการค้าการลงทุน สร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบกิจการยาง ทั้งนี้ ทั่วประเทศสถาบันเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับการยางไว้มีประมาณ 1,700 กว่าราย ซึ่งในเบื้องต้น ตั้งเป้ามีสถาบันฯและผู้ประกอบกิจการยางเข้าร่วมโครงการนี้ประมาณ 5 แห่ง และจะขยายต่อไปเรื่อยๆ ตามความพร้อมของสถาบันฯและผู้ประกอบกิจการยาง

ส่วนทางด้านนายวชิระ แก้วกอ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ สสว. บอกว่า เมื่อเรายกระดับและพัฒนาคุณภาพสินค้า บริการสู่มาตรฐานสากล แข่งขันการตลาดและต่างประเทศได้แล้ว โดยทางสสว.มีงบประมาณในการรองรับการสนับสนุน เป้าหมายอนาคตข้างหน้าธุรกิจ SME ซึ่งรวมถึงของสถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบกิจการยางด้วย จะสามารถเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยมีกรมบัญชีกลางและทุกหน่วยราชการจะต้องสนับสนุนและโอกาสธุรกิจ SME ในการเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย โดยทางสสว.มีงบประมาณในการรองรับการสนับสนุนอย่างเต็มที่เฉพาะของปี 2566 ยังเหลืออีกประมาณ 400 ล้าน และได้ขอขยายเวลาไปแล้ว และในปีต่อไปก็จะมีการจัดสรรงบประมาณทุกปี เพียงพอในการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...