โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

(จบแล้ว)คุณชายสามจะวาดภาพ#สตรีมเมอร์เปิดขายเถอะ!

นิยาย Dek-D

อัพเดต 05 เม.ย. 2567 เวลา 17.24 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2567 เวลา 17.24 น. • ดอกหญ้าในหน้าฝน
ทำไมคนธรรมดาที่พึ่งจะตายอย่างโนอา ต้องมาโดนมัดมือชกให้ไปเกิดใหม่ในยุคอนาคตที่การวาดภาพตกต่ำไปหมดแล้วด้วย!!

ข้อมูลเบื้องต้น

ตั้งแต่เกิดจนตาย โนอาขอยืนยันว่าตัวเองเป็นแค่คนธรรมดาที่คลั่งไคล้การวาดภาพเท่านั้น เขาไม่ได้ต้องการจะเกิดใหม่เหมือนที่เคยอ่านในนิยายแต่อยากใด
ถึงจะมีสิ่งที่อยากทำอยู่ แต่โนอาก็ยอมรับการตายของตัวเองได้ เพราะงั้น…
"ขอร้องล่ะครับ! มีแค่คุณจริงๆที่ช่วยได้!" เจ้าของร่างโปร่งแสงตรงหน้าแทบจะคุกเข่ากอดขาเขาแล้วตอนนี้
คือ…ก็เข้าใจนะ ว่าไม่อยากให้ร่างของตัวเองนอนเป็นผักเพราะตายก่อนกำหนด แถมวิญญาณก็ออกจากร่างแล้วไม่สามารถกลับเข้าไปได้อีก
แต่ว่า… คุณจะมาขอให้คน(วิญญาณ)ที่พึ่งเจอกันครั้งแรกเข้าร่างไม่ได้นะ?!
……………….…………….
(สตรีมเมอร์วันนี้จะวาดอะไรเหรอ) คอมเมนท์แรกมาทันทีหลังจากเปิดสตรีมได้ไม่นาน
"อือ…คิดไม่ออกเหมือนกัน งั้นพวกคุณช่วยคิดหน่อยได้ไหม"โนอามองดูยอดคนดูและยอดโดเนทที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆก็อารมณ์ดี วันนี้ให้ผู้ชมเลือกแล้วกันว่าอยากจะให้วาดอะไร
(กรี๊ดดดด!! พูดจริงเหรอ!)
(สอนวาดดอกไม้ได้ไหมคะ พรุ่งนี้จะต้องใช้สอบจริงๆ)
(วาดสัตว์ของโลกเก่าอีกได้ไหม! สตรีมเมอร์วาดสวยจนมันเหมือนมีชีวิตเลย)
(เห็นด้วยกับเม้นบน สตรีมเมอร์วาดให้ดูหน่อย)
(สตรีมเมอร์สอนใช้สีน้ำหน่อยได้ไหมคะ ทางนี้ใช้ทีไรก็เละเทะตลอด)
และคอมเมนท์อีกมากมายที่โนอาอ่านไม่ทัน
ส่วนใหญ่ก็อยากจะเห็นวาดสัตว์อีกเหมือนกับภาพแรก หรือไม่ก็สอนใช้สีต่างๆ แต่ก็มีคอมเมนท์หนึ่งที่เขาสนใจ
โนอาลืมไปเลยว่าในตอนนี้ ศิลปะกลายเป็นวิชาหลักที่คนส่วนใหญ่ตกกันมากที่สุดในบรรดาห้าวิชา
"อือ…งั้นวันนี้ผมจะสอนวาดดอกไม้นะครับ เผื่อว่าเด็กคนไหนที่กำลังจะสอบจะได้เอาไปเป็นแนวทางได้"
โนอาตัดสินใจ ยังไงเขาก็ไม่ได้วาดดอกไม้มานานแล้ว รื้อฟื้นวิชารื้อฟื้นวิชาเก่าหน่อยก็ดี
(ขอบคุณนะคะสตรีมเมอร์! สอบครั้งนี้หนูจะเอาคะแนนเต็มมาให้ดู!)
(ในที่สุดก็มีคนสอน! ทางนี้ตกไปแล้วสองรอบ ถ้าตกอีกรอบก็คือไม่เหลือโอกาสแล้ว สตรีมเมอร์เป็นความหวังสุดท้ายของผมแล้วนะ!)
(เข้าใจเด็กๆเม้นบน ทางนี้กว่าจะรอดพ้นมาได้ก็ลากเลือดเหมือนกัน5555)
"เดี๋ยวผมจะพยายามสอนแบบที่เข้าใจง่ายที่สุดนะครับ" เห็นคอมเมนท์แล้วก็รู้สึกสงสาร ดูเหมือนจะมีหลายคนเลยที่ตกวิชาศิลปะจนต้องไปแก้หลายรอบ
มันคงเป็นฝันร้ายของเด็กๆหลายคนเลย

อดีต (แก้คำผิดแล้ว)

เขาเป็นเด็กชายธรรมดาที่เกิดในครอบครัวธรรมดา หน้าตาหรือฐานะเองก็ธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่น เวลาที่อยู่กับคนหมู่มาก โนอามักจะโดนมองข้ามอยู่เสมอ ตอนที่ยังเด็กโนอาไม่เคยได้ออกไปเล่นกับเด็กคนอื่น เพราะเขาจะต้องอ่านหนังสืออยู่บ้านและห้ามออกไปไหน คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องการให้เกรดของเขาตก ไม่ว่าจะทำอะไรหรือเรียนอะไร เขาจะต้องได้ที่หนึ่ง ตั้งแต่ที่เขาลืมตาดูโลก คุณพ่อและคุณแม่ก็กำหนดชีวิตของเขาเอาไว้แล้ว

โนอาจะต้องเป็นหมอ หรือครูเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์เลือกอย่างอื่นนอกจากนี้…

ต่อให้ไม่พอใจหรือไม่ชอบแค่ไหน โนอาก็ทำอะไรไม่ได้ เมื่อเห็นภาพพวกท่านต้องทำงานหนักยิ่งกว่าเดิมเพื่อส่งเขาเข้าเรียนโรงเรียนดีๆ เขาก็ยิ่งปฏิเสธไม่ลง

“ลูกต้องพยายามมากกว่าคนอื่นโนอา ถ้าไม่ใช่ที่หนึ่งก็ไร้ความหมาย” นั่นคือสิ่งที่โนอาได้ยินจากคุณแม่ตั้งแต่เกิด ในขณะที่เด็กคนอื่นได้วิ่งเล่น เขาต้องนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะ จดบันทึกและพยายามเรียนให้มากขึ้น ในตอนที่เด็กคนอื่นกำลังกินข้าวและคุยเล่นกันอย่างสนุกสนาน โนอาจำเป็นต้องรีบกินเพื่อกลับไปอ่านหนังสือต่อ..

ในสายตาของคนอื่น โนอาคือลูกที่น่าอิจฉาของพ่อแม่คนอื่น ในทุกครั้งที่เป็นวันรวมญาติ พ่อแม่ของเขาจะอวดคะแนนสอบและความสามารถของเขาต่อหน้าญาติคนอื่นเสมอ พวกท่านดูมีความสุขมากเมื่อญาติๆ ของเขาหันไปต่อว่าลูกตัวเองที่เป็นเหมือนเขาไม่ได้ หรือเวลาที่พวกเขาแสดงความอิจฉาต่อพวกท่านออกมา

โนอาไม่เคยเข้าใจ การเป็นเขามีอะไรน่าอิจฉา ต้องอ่านหนังสือยากๆ ทุกวันจนเลือดกำเดาไหลเป็นประจำ ต้องดูวิดีโอการติวกว่าสิบวิดีโอทุกวัน ต้องทำแบบฝึกหัดและเข้าเรียนพิเศษจนแทบไม่มีเวลาว่างให้ทำอย่างอื่น เขาไม่เข้าใจ…ชีวิตของเขาน่าอิจฉาตรงไหนเหรอ?

ถ้าเป็นไปได้…เขาอยากจะเป็นเหมือนเด็กคนอื่นๆ ได้เล่น ได้เข้าสังคม ได้มีเพื่อน ได้ทำในสิ่งที่อยากจะทำ ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องสนใจสายตาของผู้ใหญ่หรือคำพูดของใคร….

แต่โนอาก็รู้อยู่แก่ใจ…มันเป็นไปไม่ได้

แต่แล้วอยู่ๆ เขาก็มองเห็นแสงสว่างที่เหมือนจะเป็นความหวังในชีวิตที่ไร้สีสันของเขา เมื่อตอนที่เขากำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย มีศิลปินคนหนึ่งมาจัดนิทรรศการศิลปะใกล้ๆ กับโรงเรียนของเขา ไม่รู้ว่าตอนนั้นโนอาคิดอะไรอยู่ เขาถึงได้แวะเข้าไปที่นั่นแทนที่จะกลับบ้าน

แต่ทันทีที่ได้เห็นภาพที่จัดแสดงอยู่ในนั้น เขาก็คิดว่าตัวเองคิดถูกจริงๆ ที่เข้ามาชม

สีสันมากมายถูกแต่งแต้มลงในภาพ ทั้งที่ควรจะรู้สึกขัดแย้งแต่เขากับรู้สึกว่ามันงดงามมาก ตรงกันข้ามกับชีวิตที่ไร้สีสันของเขาอย่างสิ้นเชิง…

วันนั้นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาควักเงินค่าขนมที่น้อยนิดของตัวเองซื้อสมุดวาดภาพและสีไม้ที่ไม่แพงมากมาหนึ่งกล่อง เขาคิดว่าจะเอามาฝึกเล่นๆ เป็นงานอดิเรกในชีวิตที่น่าเบื่อของเขา

แต่ดูเหมือนเขาจะประเมินความเห่อของใหม่ของตัวเองต่ำไปหน่อย ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง โนอาจะนั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับศิลปะทั้งหมดที่มีแทนการทบทวนหนังสือเรียนวิชาหลัก ไม่ว่าจะเป็นการใช้สีไม้ สีน้ำ หรือสีเทียน เขาต้องการมั่นใจว่าตัวเองเรียนรู้ได้มากพอก่อนจะลงมือทำ

โนอาใช้ข้ออ้างว่าต้องการหาหนังสือเรียนด้วยตัวเองเพื่อซื้อหนังสือศิลปะเพิ่ม ด้วยความที่ปกติเขาจะเรียนไปก่อนคนในชั้นอยู่แล้ว การที่จะไปหาซื้อหนังสือของชั้นปีอื่นเองก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร พ่อแม่เลยไม่ได้สงสัย

โนอารู้สึกมีความสุขและมีอิสระอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อได้วาดภาพ เขาจะเติม จะวาด จะลบ จะทำอะไรหรือวาดอะไรออกมาก็ได้โดยไม่ต้องสนใจหรือแคร์สายตาของใคร มันเหมือนเป็นการสร้างโลกอีกใบขึ้นมาเลย…

เมื่อได้วาดภาพแรก ภาพต่อไปก็จะตามมา โนอายังรู้สึกว่าตัวเองยังวาดได้ไม่ดีพอ เขารู้ว่าตัวเองต้องการอะไรแต่ความไม่รู้ว่าทำยังไงให้มันออกมาแบบนั้นทำให้เขาหงุดหงิดและรำคาญใจ เขาเริ่มฝึกให้มากขึ้น เริ่มละเลยการทบทวนบทเรียนที่ไม่ชอบ วาดไปเรื่อยๆ จนสมุดเกือบหมดเล่ม เขาก็รู้สึกว่าฝีมือตัวเองพัฒนาขึ้นนิดหน่อย

แต่แล้ว…การฝึกวาดภาพบ่อยๆ จนละเลยการทบทวนบทเรียนก็เกิดผลกระทบขึ้น เกรดของเขา….ตกลงมาเป็นที่สองของห้อง

ทันทีที่เรื่องนี้ถึงหูพ่อกับแม่ โนอาก็โดนตำหนิอย่างแรง พวกเขาไม่พอใจเป็นอย่างมากที่เกรดของเขาตกลงกะทันหัน และต้องการที่จะรู้สาเหตุ

แต่โนอาไม่ต้องการบอก เขารู้ว่าถ้าบอกออกไปพวกเขาจะต้องห้ามและทำลายการวาดรูปที่โนอารักแน่ๆ เขาเพิ่งจะเจอสิ่งที่ชอบนะ เพิ่งจะได้ลงมือทำในสิ่งที่ต้องการจริงๆ เพราะงั้นขอร้องล่ะ…อย่าได้แย่งชิงหรือทำลายมันเลย

แต่น่าเสียดาย…ดูเหมือนคำข้อร้องของเขาจะส่งไปไม่ถึง

แควก!!!

เสียงฉีกกระดาษดังท้ามกลางความเงียบยามค่ำคืน

ในมือของคุณพ่อ คือสมุดวาดภาพเล่มแรกของเขาที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ อย่างไม่ไยดี พวกเขาบอกว่าเป็นการลงโทษ ถ้าไม่ได้ที่หนึ่งของชั้น ชีวิตเขาก็ไร้ค่า ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งที่เรียกว่างานอดิเรกหรือเพื่อนหรอก เอาเวลาไปติวหรืออ่านหนังสือดีกว่า…

โนอาไม่รู้ว่าตัวเองน้ำตาไหลตอนไหน ตอนที่พ่อฉีกภาพวาดในสมุดของเขา หรือตอนที่แม่จุดไฟเผาพู่กันและจานสีที่เขาเก็บเงินซื้อกันแน่…

ในใจเหมือนมีกองไฟกองใหญ่กำลังลุกโชนอยู่ เขาโกรธมาก โกรธอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และน้ำตาก็ยังไหลออกมาไม่หยุด

“ทำไม…ถึงทำแบบนี้ครับ” โนอาต้องการรู้เหตุผล เขาทำอะไรผิดเหรอ ถึงได้มาทำลายสิ่งที่เขารักและทุ่มเท การได้เกรดที่สองของห้องมันผิดถึงขนาดนั้นเลยเหรอ…?

“เพราะลูกเอาเวลามาทำเรื่องไร้สาระอย่างการวาดรูปแบบนี้ไงเกรดถึงได้ตก” คุณแม่โยนพู่กันอีกอันลงกองไฟ เขาจำได้ว่ามันเป็นพู่กันอันแรกที่เขาใช้ฝึกสีน้ำ ต้องเก็บเงินซื้ออยู่หลายอาทิตย์เลยกว่าจะได้….

“เพราะแค่…เกรดผมตก…เหรอครับ” โนอารู้สึกเหมือนมีกองไฟอยู่ในอก มันร้อนขึ้นกว่าเดิมจากคำตอบของคนที่ได้ชื่อว่าแม่

“มันไม่ใช่แค่เกรดตกโนอา แต่มันหมายถึงลูกจะไม่ใช่ที่หนึ่งอีกแล้ว แถมตอนนี้ลูกก็กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญมาก ลูกกำลังจะเรียนจบโนอา และมหาวิทยาลัยการแพทย์ที่พ่อเล็งเอาไว้ก็ใช้คะแนนและเกรดสูงมาก พ่อจะไม่ยอมให้ลูกเสียเวลามาทำอะไรไร้สาระแบบนี้อีกแล้ว!” คุณพ่อเทน้ำมันราดหนังสือศิลปะของเขา ก่อนจะจุดไฟเผาด้วยสีหน้านิ่งๆ พวกเขาไม่ได้สนใจความรู้สึกของลูกชายตัวเองเลยสักนิด

“การเข้ามหาวิทยาลัยที่คุณพ่อพูด…มันสำคัญกว่าความสุขของผมเหรอครับ” โนอาถามพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอีกครั้ง ต่อให้ได้ยินคำอธิบายเขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ความสุขของคนเป็นลูก…ไม่สำคัญกับพ่อแม่เลยงั้นเหรอ..?

“พูดอะไรแบบนั้นล่ะลูก ลูกพูดเหมือนว่าทุกวันนี้ลูกไม่มีความสุขงั้นแหละ” น้ำเสียงของคุณแม่ไม่มีความเคร่งเครียดเลยสักนิด เธอทำเหมือนโนอากำลังพูดล้อเล่น

แต่ถ้าเธอหันหลังกลับมามองหน้าลูกชายเพียงคนเดียวของตัวเองสักนิด เธอจะเห็นว่าเขาร้องไห้จนแทบจะไม่มีน้ำตาไหลออกมาอยู่แล้ว

“แล้วถ้าผมตอบว่าใช่ล่ะ” ตลอดชีวิตโนอาไม่เคยเถียงพ่อแม่หรือทำท่าทางก้าวร้าวใส่พวกท่าน เพราะเขาเข้าใจดีว่าพวกท่านลำบากแค่ไหน แต่ว่า…ครั้งนี้เป็นข้อยกเว้น พวกเขาทำเกินไปแล้ว

“ลูกหมายความ-” เธอหันหลังกลับไปเพื่อพูดกับเขา ก่อนจะชะงักทันทีเมื่อได้เห็นใบหน้าของลูกชายชัดๆ ขอบตาที่แดงก่ำและน้ำตาที่ไหลอาบแก้มไม่หยุดไม่ได้ทำให้เธอหวาดกลัวไปมากกว่า…แววตาของเขา มันเป็นแววตาที่ไร้ชีวิตและว่างเปล่ามาก

นี่เธอ…ทำเกินไปรึเปล่านะ..

“ผมไม่เคย…ไม่เคยสักครั้งที่จะมีความสุขกับสิ่งที่ทำหรือสิ่งที่พ่อแม่ของต้องการให้ผมทำ ตอนที่ยังเด็ก ผมต้องการของเล่นมากกว่าหนังสือ ผมต้องการออกไปเล่นข้างนอกมากกว่าการนั่งอยู่กับที่และอ่านหนังสือ ผมอิจฉาเด็กคนอื่นเสมอเวลาพวกเขาได้ทำในสิ่งที่อย่างทำ ได้มีเพื่อน ได้วิ่งเล่น ได้เตะบอล ได้ปาร์ตี้ ได้แกล้งกัน ผมอยากมีเพื่อนนะครับ แต่พอทุกคนรู้ว่าผมแทบจะใช้เวลา 24 ชั่วโมงไปกับการอ่านหนังสือก็ไม่มีใครมายุ่งหรือเข้าใกล้ผมเลย แม่รู้ไหมว่าผมร้องไห้ไปกี่ครั้ง เลือดกำเดาไหลไปกี่หนกับการทำตามความคาดหวังของแม่ ผมเหนื่อยมาก! ผมเครียด! ผมอยากพัก! ผมเกลียดการอ่านหนังสือเรียน! ทำไมทุกครั้งที่ผมกลับจากโรงเรียนแทนที่จะได้พัก ผมต้องไปเรียนพิเศษอีก!” โนอาระบายทุกความในใจของตัวเองออกมา เขาเหนื่อยเหลือเกินที่ต้องเก็บทุกอย่างไว้ในใจ

“แล้วทำไมแกไม่บอก!! เก็บเงียบไว้ทำไมฮะ!!” คุณพ่อตะโกนถาม เขาไม่เคยคิดว่าลูกชายตัวเองจะรู้สึกแบบนี้ เขาแค่อยากให้โนอาได้ดี ไม่ต้องมาลำบากเหมือนที่เขาเป็น

“แล้วพ่อแม่เคยฟังไหมล่ะ! ทุกครั้งที่ผมพยายามจะพูด พ่อกับแม่จะหันหน้าหนีเสมอ เมินเฉยและไม่เคยรับฟังผมเลยสักครั้ง ต่อให้ผมจะตะโกนดังแค่ไหน ถ้าในใจของพวกคุณไม่ต้องการ…พ่อกับแม่ก็ไม่มีทางได้ยินเสียงของผมหรอก” คิดว่าตลอดมาโนอาไม่พยายามเหรอ ไม่เลย…เขาพยายามจนเหนื่อยไปหมด แต่พ่อแม่ก็ไม่เคยหันมา

“พ่อแม่จะได้ยินก็ต่อเมื่อเป็นสิ่งที่พวกคุณต้องการเท่านั้น แต่ทำไมพอผมได้พบกับความสุขของตัวเอง…ทำไมพ่อแม่ต้องทำลายมันทิ้งด้วยล่ะ!!” โนอาตะโกนออกมา เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับสิ่งที่เรียกว่าครอบครัว เขาเหนื่อยเหลือเกิน…

“ผม…อึก! ใช้เวลานานมากกว่าจะวาดได้ขนาดนั้น ใช้เวลาทั้งเดือนเก็บเงินกว่าจะซื้อถาดสีและพู่กันนั้นได้…มันเป็นไม่กี่อย่างที่ผมทำแล้วมีความสุข เป็นโลกอีกใบที่ผมสามารถปลดปล่อยความเป็นตัวเองออกมาได้เต็มที่ แต่ตอนนี้…พ่อแม่ได้ทำลายมันทิ้งไปแล้ว..อึก!” โนอากลั้นน้ำตา เขาหันหลังเดินกลับห้องโดยไม่สนใจเสียงเรียกของพ่อแม่

“อึก…เป็นวันที่แย่จริงๆ” เขาล็อกประตูห้อง ปล่อยร่างกายที่หมดแรงให้นั่งกับพื้น แล้วปล่อยให้น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้มอีกครั้ง ตอนนี้เขาจำเป็นต้องระบายอารมณ์ที่ติดค้างอยู่ในใจออกก่อน แล้วค่อยคิดว่าจะทำอะไรต่อ

โนอายกโทรศัพท์ขึ้นกดเบอร์ของคนคนหนึ่ง…รอไม่นานก็มีการตอบรับ

“สวัสดีครับ…ผมโทรมาถามเรื่องทุนการศึกษาต่อ ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังทันรึเปล่าครับ”

“…..”

“ผมตกลงเรื่องรับทุนครับ ส่วนประเทศที่เลือก…ฝรั่งเศสครับ”

โนอาไม่รู้หรอกว่าตัวเองตัดสินใจถูกไหมที่เลือกรับทุนและออกนอกประเทศที่ตัวเองอยู่มาตลอด 18 ปี แต่ว่า…เขารู้สึกดีที่ไม่ต้องกลับบ้านแล้ว

…………………….

คืนนั้นโนอาไม่ได้นอน เขาลุกขึ้นเก็บเสื้อผ้าและข้าวของทั้งหมดของตัวเอง ออกจากบ้านในตอนดึกที่พ่อแม่กำลังหลับพร้อมกับเงินจำนวนเล็กน้อยในกระเป๋า เขาทิ้งไว้แค่โน้ตหนึ่งแผ่นที่บอกว่าไม่ต้องตามหาเขาเท่านั้น

โอเค…เขายอมรับว่ากำลังหนีปัญหา แต่…ตอนนี้เขายังไม่พร้อมจริงๆ เขาอยากจะหนีไปไกลๆ และทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังให้หมด

โชคยังดีหน่อยที่เขาค่อนข้างสนิทกับครูที่ปรึกษาประจำห้อง เรื่องนี้พ่อแม่ก็ไม่รู้ ท่านเข้าใจและพร้อมให้ที่พักกับเขาโดยไม่ถามอะไรเพิ่ม

โรงเรียนที่เขาอยู่เป็นโรงเรียนที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในเมือง ค่าเทอมนั้นแพงเฉียดหู แต่แน่นอนว่าการเรียน ทุนการศึกษาหรือเส้นสายก็มีเยอะสมราคา

ทุนที่โนอาเพิ่งจะตกลงรับไปเป็นทุนการศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ในระดับมหาวิทยาลัย เขาจะได้รับเงินสำหรับค่ากิน ค่าอยู่ และค่าเทอมสำหรับสองปีโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลยนอกจากเรียนและห้ามตก แต่หลังจากเรียนจบ เขาก็ต้องทำงานในประเทศของพวกเขาสองปี โดยไม่สามารถออกนอกประเทศได้

สรุปก็คือ…หลังจากยอมรับทุนแล้ว โนอาก็ไม่สามารถกลับมาที่ประเทศเดิมได้อีกเป็นเวลาสี่ปีเต็ม

ในตอนแรกมันยาก ทั้งเวลา อากาศ ผู้คน ภาษา ทุกอย่างแปลกใหม่และไม่คุ้นเคยสำหรับเขา แต่ในที่สุดโนอาก็สามารถปรับตัวได้ อยู่ที่นี่เขาไม่จำเป็นต้องกลัวหรือแคร์สายตาใคร เขาได้เป็นตัวของตัวเอง ได้เรียนอย่างที่อยากเรียน ได้ทำอะไรอย่างที่อยากทำ

แน่นอนว่าโนอาเลือกเรียนเกี่ยวกับการวาดภาพและสีต่างๆ เป็นหลัก ฝรั่งเศสนั้นเปิดกว้างกว่าที่เขาคิด โนอาได้เรียนรู้หลายอย่างที่สำคัญ เขาลงแข่งหลายสนาม แพ้บ้างชนะบ้างแต่ก็ได้ประสบการณ์เยอะ ยอมรับว่าสองปีที่เรียนอยู่เขามีความสุขมาก

เขาศึกษาหลายอย่างเกี่ยวกับการวาดภาพ ได้วาดและเขียน ได้ใช้สีที่ไม่เคยใช้ ได้รู้เทคนิคที่ไม่เคยรู้ จนกระทั่งเริ่มแตกฉานในวิชา

โนอาจัดนิทรรศการศิลปะของตัวเองอยู่ไม่กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งจะมีคนเข้าไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันคน เขาเริ่มมีชื่อเสียงและได้รับการสนับสนุนจากหลายคนที่เล็งเห็นความสามารถของเขา เงินที่ได้รับส่วนใหญ่โนอาส่งกลับไปที่บ้านของเขา ให้กับพ่อแม่ที่เขาไม่สามารถอยู่ดูแลพวกท่านได้

โนอาไม่สนใจความเป็นอยู่ของพวกเขาหรอก แต่เขาก็ยังเลือกที่จะส่งเงินไปให้ในทุกๆ เดือนอยู่ดี

หลังจากเรียนจบโนอาก็เลือกทำงานที่รัก เขาเป็นจิตรกรที่คอยวาดภาพตามที่ลูกค้าต้องการ บางครั้งก็ขายภาพของตัวเองบ้าง

แน่นอนว่าด้วยลายเส้นที่มีความเฉพาะตัว อารมณ์ที่สื่อออกมา และความงดงามของภาพที่เขาวาด

ไม่ว่าเขาจะวาดออกมามากแค่ไหน ภาพของเขาจะถูกซื้อและถูกประมูลด้วยราคาที่สูงลิ่วทุกครั้ง แต่ภายหลังโนอาก็เอาแต่วาดรูปไม่หยุดเพราะยังรู้สึกว่าตัวเองยังไปได้มากกว่านี้ เขาเอาแต่วาด วาด และวาดจนลืมวันลืมคืน แต่เขาก็ยังไม่พอใจ

หลังจากอยู่ฝรั่งเศสมาสี่ปี โนอาก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง เขาต้องการจะเรียนรู้และดูงานศิลปะของหลายๆ ประเทศ ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือแม้แต่อินเดีย เอาเป็นว่าเขาไปมาเกือบทุกประเทศแล้ว โนอาเพิ่งจะรู้ว่าตัวเองเที่ยวเก่งมาก

ทุกครั้งที่กลับมา เขาจะรู้สึกว่าภาพวาดของเขาเข้าใกล้สิ่งที่เขาหวังไว้เรื่อยๆ และคิดว่าอีกไม่นานก็คงวาดออกมาได้

จุดหมายต่อไปของเขาคือประเทศไทย บ้านเกิดที่เขาจากมาเกือบ 8 ปี ตอนนั้นเขาออกไปตอนอายุ 18 แต่ตอนนี้เขากลับมาตอนอายุ 26 ปี พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาที่หนีมาตลอดแล้ว

โนอาตั้งใจจะเคลียร์ทุกอย่างในเรียบร้อยก่อนจะวาดภาพสุดท้าย เขาไม่ต้องการให้มีอะไรมารบกวนในขณะที่เขากำลังวาด ต่อให้นั่นจะเป็นความรู้สึกผิดหรือความคิดเล็กๆ ที่แวบเข้ามาในหัวก็ตาม

แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สามารถทำแบบนั้นได้…

ปรี๊ดดดดด!!!

“ระวัง!!!”

ตุบ!!

“กรี๊ดดด!!!”

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก โนอาได้ยินเสียงเบรก เสียงคนตะโกน ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกบางอย่างพุ่งเข้ามาชนอย่างแรงจนกระเด็นออกไปไกล โนอาได้ยินเสียงกระดูกที่หักและอวัยวะภายในที่ถูกกระแทกจนอยู่ผิดที่ผิดทาง ร่างของเขานอนนิ่งอยู่บนพื้นถนนที่ร้อนระอุของประเทศไทย ความเจ็บปวดพุ่งเข้ามาพร้อมความชาที่แล่นไปตัวร่าง

“ตามรถพยาบาล!!!”

“มีคนโดนรถชน!!!!”

“คนขับหนีไปแล้ว!!”

“แข็งใจไว้ไอ้หนู!!”

มีเสียงมากมายดังก้องอยู่ในหัวของเขา แต่ร่างกายของโนอาไม่มีแรงเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ทุกอย่างในสายตาของโนอากลายเป็นสีแดงไปหมด

ภาพสุดท้ายที่เขาเห็น…คือหน้าสุดท้ายของสมุดวาดภาพเล่นโปรดของเขา แบบร่างของผู้ชายคนหนึ่งปรากฏอยู่บนนั้น เป็นคนที่เขาเห็นในความฝันมาตลอด และต้องการจะวาดให้เสร็จ…

แต่ดูเหมือนมันจะเป็นไปไม่ได้…

สติของเขาหลุดลอยไป พร้อมๆ กับลมหายใจที่ดับลง

ก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้นมาในที่ที่หนึ่ง มันเต็มไปด้วยสีขาวและกลุ่มควัน มองไม่เห็นอะไรนอกจากนั้น

“สวัสดีครับ” คนคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าของเขา

“…” โนอาไม่รู้ว่าควรจะเรียกเขาว่าคนได้ไหม ในเมื่อร่างของเขาโปร่งแสงและไม่มีขาขนาดนั้น

ขนาดตายแล้วเขายังต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยเหรอ…?

…………………………………

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...