โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนไทยแห่ “เที่ยวนอก” ทะลัก “ญี่ปุ่น” แชมป์ทัวร์เต็ม-ราคาตั๋วพุ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 เม.ย. 2566 เวลา 00.07 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2566 เวลา 00.07 น.

หยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ คนไทยแห่เที่ยวต่างประเทศ “ญี่ปุ่น-ฮ่องกง-ยุโรป” ขึ้นแท่นท็อป 3 เดสติเนชั่นยอดนิยม เอเย่นต์ทัวร์ประสานเสียงปีนี้ขายดิบขายดี ปิดการขายกรุ๊ปสงกรานต์ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. มั่นใจญี่ปุ่นฮอตยาวตลอดปี หลังรัฐบาลปลดล็อกมาตรการวัคซีน 8 พ.ค.นี้ ขณะที่ “จีน” ตลาดใหม่มาแรง คิวขอวีซ่ายาวเหยียดข้ามเดือน ขณะที่ “เกาหลีใต้” เจอผลกระทบ “ผีน้อย” แพ็กเกจทัวร์ขายไม่ออก เกาหลีวางระบบกรองเข้มคนไทย ด้านสายการบินเฮ ! แห่อัพราคา คาดช่วงนี้คนไทยเที่ยวนอกราว 2 แสนคน

นายธนพล ชีวรัตนพร ประธานทีมยุทธศาสตร์พัฒนาสินค้าและบริการ และอุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) ในฐานะเจ้าของบริษัท แตงโมทัวร์ จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมของตลาดเอาต์บาวนด์ หรือคนไทยเที่ยวต่างประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ถือว่าดีมาก โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่นและฮ่องกง ที่มีการจองแพ็กเกจทัวร์เข้ามาเต็มตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เช่นเดียวกับเส้นทางยุโรปและเวียดนามที่ยังได้รับการตอบรับดีต่อเนื่องเช่นกัน

จีนตลาดใหม่มาแรง

รวมทั้งจีนที่มีกระแสการตอบรับที่ดีเกินคาด หลังจากที่รัฐบาลจีนเปิดให้คนไทยที่ต้องการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวยื่นขอวีซ่าได้ โดยปัจจุบันพบว่ามีคนไทยยื่นขอวีซ่าจีนเป็นจำนวนมาก จึงเชื่อว่าหากสายการบินมีความพร้อมมากกว่านี้ และมีการปลดล็อกให้สามารถขอวีซ่าแบบกรุ๊ปทัวร์ได้สะดวกขึ้น จะยิ่งทำให้ความต้องการเดินทางไปเที่ยวจีนได้รับการตอบรับดียิ่งขึ้น

“สงกรานต์ปีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่คนไทยสามารถไปเที่ยวจีนได้ หลังจากที่จีนปิดประเทศมากว่า 3 ปีเต็ม ๆ จึงเชื่อว่าถ้าทุกส่วนมีความพร้อมมากขึ้น ทั้งสายการบิน กระบวนการทำวีซ่า กระแสการเดินทางไปเที่ยวจีนจะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ” นายธนพลกล่าว

“ญี่ปุ่น” ฮอตยาวทั้งปี

สอดรับกับ นายเด่น มหาวงศ์นันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินสปิริตฮอลิเดย์ จำกัด ผู้ประกอบการนำเที่ยวทั้งตลาดเอาต์บาวนด์ อินบาวนด์ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แพ็กเกจเที่ยวต่างประเทศในช่วงสงกรานต์ปีนี้ขายดีเกินคาด บัตรโดยสารสายการบินมีไม่พอให้ขาย โดยแพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่นเป็นตลาดที่ได้รับการตอบรับดีที่สุด และขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่ต้นมีนาคมที่ผ่านมา

และไม่เพียงแค่ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น ปัจจุบันยังขายหมดไปถึงสิ้นเดือนเมษายน 2566 และคาดว่าจะยังคงเป็นตลาดที่ได้รับการตอบรับดีต่อเนื่องตลอดทั้งปี เนื่องจากญี่ปุ่นได้ประกาศจะยุติมาตรการควบคุมการข้ามพรมแดนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป

“มาตรการนี้จะทำให้คนเดินทางเข้าไปญี่ปุ่นกลับสู่ภาวะปกติ เพราะไม่ต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีน COVID-19 หรือมีผลตรวจโควิดเป็นลบภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง เหลือเพียงแค่ยังคงต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ Visit Japan ก่อนเข้าประเทศเท่านั้น” นายเด่นกล่าว

ราคาแพ็กเกจทัวร์สูงต่อเนื่อง

นายเด่นยังกล่าวถึงสถานการณ์ราคาแพ็กเกจทัวร์ว่า ปัจจุบันราคายังคงสูงต่อเนื่อง เช่น แพ็กเกจเที่ยวญี่ปุ่น (โตเกียว ฮอกไกโด) พัก 4-5 วัน ส่วนใหญ่ขายที่ระดับ 40,000-50,000 บาท เนื่องจากราคาบัตรโดยสารสายการบินยังคงสูงต่อเนื่อง ส่วนคนที่มีกำลังซื้อสูงกว่านี้ส่วนใหญ่จะเลือกเดินทางไปเที่ยวยุโรป โดยเส้นทางอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่อง

“ตอนนี้ตั๋วเครื่องบินแทบจะเต็มทุกเส้นทาง ซึ่งอาจเป็นช่วงของเทศกาลหยุดยาว แต่เชื่อว่าความมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งในส่วนของผู้ประกอบการก็พยายามหาบุคลากรเข้ามารองรับเช่นกัน” นายเด่นกล่าวและว่า ปัญหาหลักของผู้ประกอบการในขณะนี้คือบุคลากรไม่เพียงพอรองรับ และจำนวนที่นั่งสายการบินที่มีจำกัด

ตลาดเปลี่ยนลูกค้าดีไซน์ทริปเอง

นายเด่นกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากนี้ยังพบว่าพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยหลังโควิดเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากที่เคยนิยมเดินทางกันเป็นกรุ๊ปใหญ่ 30-40 คน เปลี่ยนเป็นเดินทางกรุ๊ปขนาดเล็กในกลุ่มครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน พร้อมทั้งดีไซน์โปรแกรมการท่องเที่ยวเองว่าอยากไปเที่ยวที่ไหน อย่างไร

โดยบริษัทนำเที่ยวจะทำหน้าที่เป็นคนช่วยจัดเส้นทางให้ เพื่อไม่ให้การเดินทางย้อนไปย้อนมา จองโรงแรม และจองตั๋วโดยสารสายการบิน หรือหากต้องการขับรถเที่ยว บริษัทก็จะจองรถให้ ที่สำคัญ ไม่ต้องมีหัวหน้าทัวร์พาเดินทางจากกรุงเทพฯ มีเพียงโลคอลไกด์รอรับปลายทาง

“ตอนนี้แนวโน้มเปลี่ยนมาแบบนี้หมดแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและเที่ยวเป็น ต้องการความเป็นส่วนตัว อยู่เที่ยวกี่วันก็ได้ ไม่อยากไปตามโปรแกรมที่ต้องตื่นเช้า แต่ยังต้องการบริการจากบริษัททัวร์อยู่ ซึ่งเราหวังว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น” นายเด่นกล่าว

ตลาดรวมฟื้นกลับ 70-80%

ด้านนางบูรณี วีระภุชงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิไทย แทรเวล จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แพ็กเกจทัวร์เที่ยวต่างประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้เต็มหมดไปนานแล้ว โดยเฉพาะญี่ปุ่น ฮ่องกง และจีน โดยโปรแกรมดี ๆ ขายหมดอย่างรวดเร็วตั้งแต่เปิดกรุ๊ปขายเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีเพียงบางเส้นทางเท่านั้นที่ใช้เวลาขายนานกว่าเส้นทางอื่น ๆ เช่น ฟูกูโอกะ เป็นต้น

ขณะที่เส้นทางยอดนิยมในยุโรปยังคงได้รับความสนใจต่อเนื่อง เช่น อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฯลฯ และราคาแพ็กเกจทัวร์ก็ยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง สืบเนื่องจากบัตรโดยสารเครื่องบินยังมีราคาสูงมากจากต้นทุนราคาน้ำมันโลก

“ตอนนี้โดยรวมถือว่าราคายังค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด ทั้งยุโรป ญี่ปุ่น ฮ่องกง ด้วยจำนวนที่นั่งสายการบินที่ยังกลับมาได้ไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม บางตลาดก็เริ่มปรับราคาลงแล้ว เช่น เวียดนาม ขณะนี้ราคาแพ็กเกจทัวร์อยู่ในระดับ 1 หมื่นบาทต้น ๆ เนื่องจากเป็นตลาดที่สายการบินกลับมาให้บริการเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ขณะที่สภาพอากาสเวียดนามโดยรวมเริ่มร้อนขึ้น ซึ่งเป็นไปตามหลักดีมานด์ซัพพลายของตลาด” นางบูรณีกล่าวและว่า

ส่วนตลาดญี่ปุ่น ในบางเมือง บางเส้นทาง ราคาก็เริ่มปรับลงมาที่ระดับต่ำกว่า 30,000 บาท จากที่ก่อนหน้านี้แพ็กเกจทัวร์ตลาดญี่ปุ่นจะไม่มีราคาต่ำกว่า 30,000 บาท ออกมาขาย ทั้งนี้ ประเมินคร่าว ๆ ว่าภาพรวมการเดินทางในช่าววันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ปีนี้น่าจะกลับมาประมาณ 70-80% เมื่อเทียบกับปีก่อนวิกฤตโควิด

ผีน้อยทุบทัวร์เกาหลีขายไม่ออก

นางบูรณีกล่าวต่อไปว่า ส่วนตลาดที่ซบหนักและน่าเป็นห่วงมากสำหรับปีนี้คือ เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่แพ็กเกจทัวร์ขายไม่ออก และเริ่มเกิดปรากฏการณ์ถล่มราคา หรือการแข่งกันลดราคาในรูปแบบที่เรียกว่า “ทัวร์ไฟไหม้” ออกมาขายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเกาหลีใต้มีเงื่อนไขให้คนไทยที่จะเดินทางไปเที่ยว ยังต้องลงทะเบียนในระบบ K-ETA ก่อนออกเดินทาง

ประเด็นปัญหาสำคัญคือ ระบบ K-ETA ของเกาหลีใต้ อนุมัติให้คนไทยเข้าประเทศได้ในสัดส่วนที่ต่ำมาก เช่น บางกรุ๊ปมีลูกค้า 10-20 คน ลงทะเบียนผ่านไม่ถึง 50% ทำให้ต้องยกเลิกการเดินทางทั้งกรุ๊ป เป็นต้น

“ตอนนี้ตลาดเกาหลีปัญหาเยอะ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่ากระแสผีน้อยคนไทยที่ลักลอบเข้าไปทำงานและสร้างปัญหาไว้เยอะ บางกรุ๊ปเดินทางไป 20 คน เหลือคนที่ไปเที่ยวจริง ๆ 4-5 คนเท่านั้น ทำให้รัฐบาลเกาหลียังคงขึ้นแบล็กลิสต์คนไทย ขณะที่อนุญาตให้คนญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศเข้าเกาหลีได้ โดยไม่ต้องลงทะเบียนในระบบแล้ว” นางบูรณีกล่าว

แอร์ไลน์แห่อัพราคาตามดีมานด์

แหล่งข่าวจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนของทั้งตลาดอินบาวนด์ และตลาดเอาต์บาวนด์ หรือตลาดคนไทยเที่ยวต่างประเทศ ทำให้สายการบินที่ให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศทุกรายปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารให้สอดรับกับความต้องการของตลาด

“ตอนนี้สายการบินต่าง ๆ เริ่มรู้สึกว่าจำนวนที่นั่งที่มีจำกัดในตลาดก็มีข้อดี คือสามารถปรับขึ้นราคาและทำกำไรได้ ไม่จำเป็นต้องเร่งเพิ่มเครื่องบินเพื่อให้มีที่นั่งมากขึ้น แล้วต้องมาแข่งขันกันทำราคาถูก ซึ่งอาจไม่คุ้มกับการลงทุนเพิ่ม” แหล่งข่าวกล่าว

ไทยเที่ยวนอก 2 แสนคน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า การเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยช่วงวันหยุดยาว 5 วัน ของเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13-17 เม.ย. 66 ส่วนใหญ่ยังนิยมเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ สัดส่วนการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศยังไม่สูงมากนัก หรือมีเพียงแค่ประมาณ 11-12% ของจำนวนคนที่ออกเดินทางเท่านั้น ทั้งนี้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายการเดินทางต่างประเทศที่ยังสูง เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการระบาดโควิด และเส้นทางการบินที่ยังมีค่อนข้างจำกัด

สอดรับกับแหล่งข่าวจากสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) กล่าวว่า ด้วยข้อจำกัดเรื่องต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวที่สูง ทำให้คาดว่าจำนวนคนไทยเที่ยวต่างประเทศปีนี้น่าจะอยู่ในระดับประมาณ 7-8 ล้านคน จากปี 2562 ที่มีประมาณ 10.5 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จะเป็นฤดูกาลการเที่ยวต่างประเทศของคนไทย เนื่องจากมีวันหยุดหลายวันและอากาศเมืองไทยที่ร้อนมาก ทำให้คนไทยนิยมไปเที่ยวในเดสติเนชั่นที่มีอากาศหนาวเย็น เช่น ญี่ปุ่น และยุโรป โดยคาดว่าจะมีคนไทยเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศช่วงนี้ราว 2 แสนคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...