โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นำคณะภาคเอกชนไทยชมท่าเรือจิตตะกอง ผลักดันการเดินเรือ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 17 ก.ค. 2567 เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2567 เวลา 02.43 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ทำเนียบ 17 ก.ค.-“นลินี ทวีสิน” นำคณะภาคเอกชนไทยเข้าชมท่าเรือจิตตะกอง ผลักดันการเดินเรือท่าเรือระนอง-จิตตะกอง ย้ำประเด็นการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์เป็นปัจจัยสำคัญสู่การเพิ่มมูลค่าการค้าไทย-บังกลาเทศ

นางนลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย นำคณะภาคเอกชนไทยเข้าเยี่ยมชมท่าเรือจิตตะกอง ผลักดันการเปิดเส้นทางเดินเรือระหว่างท่าเรือระนองกับท่าเรือจิตตะกอง หากสำเร็จจะสามารถลดระยะเวลาขนส่งเหลือเพียง 4-5 วัน และลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้อีกมาก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ คณะยังได้เข้าชม Korean Export Processing Zone (KEPZ) ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกเดียวของบังกลาเทศ ที่มีเอกชนเป็นเจ้าของ

นางนลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยถึงภารกิจในวันที่สามของการนำคณะนักธุรกิจไทยเยือนบังกลาเทศ ระหว่างวันที่ 13-17 กรกฎาคม 2567 ว่า คณะได้เดินทางจากกรุงธากา มายังภูมิภาคจิตตะกอง (Chittagong Division) ซึ่งเป็นภาคที่ใหญ่ที่สุดจากทั้งหมด 8 ภาคของบังกลาเทศ ตั้งอยู่ทางตะวันออกติดชายแดนเมียนมา โดยมีเมืองจิตตะกอง (Chittagong City) เป็นเมืองเอกและศูนย์กลางการบริหารของภาค อยู่ห่างจากกรุงธาการาว 250 กิโลเมตร โดยได้เข้าเยี่ยมชมท่าเรือจิตตะกอง ซึ่งเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของบังกลาเทศ นำเข้าสินค้าถึงกว่าร้อยละ 90 ของสินค้านำเข้าทั้งหมด โดยคณะได้รับฟังการบรรยายสรุปจากประธานการท่าเรือจิตตะกองเกี่ยวกับแผนการพัฒนาท่าเรือในอนาคต และหารือถึงแนวทางการผลักดันการเชื่อมโยงกับท่าเรือไทยในฝั่งอันดามัน เช่น ระนอง ซึ่งหากสามารถผลักดันให้มีการเดินเรือชายฝั่งเพื่อขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือระนองและท่าเรือจิตตะกอง จะทำให้ระยะเวลาขนส่งเหลือเพียง 4-5 วัน และลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้อีกมาก

ผู้แทนการค้าไทย เผยว่า ตนและคณะยังได้รับทราบถึงแผนการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก Matarbari ซึ่งสามารถรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ได้ จะช่วยให้การขนส่งสินค้าระหว่างบังกลาเทศกับต่างประเทศทำได้สะดวกขึ้น เพราะแต่เดิมต้องขนถ่ายสินค้าจากเรือใหญ่ลงเรือเล็กที่สิงคโปร์หรือศรีลังกาเพื่อขนส่งต่อไปยังท่าเรือจิตตะกอง โดยท่าเรือน้ำลึก Matarbari อยู่ใน เขต Cox’s Bazar และได้รับการสนับสนุนจาก JICA นอกจากนี้ ตนและคณะได้เข้าเยี่ยมชม KEPZ ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก ลงทุนโดยบริษัท Youngone ของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นบริษัทแรกและเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปในบังคลาเทศ เพื่อศึกษารูปแบบการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมโดยบริษัทเอกชนต่างชาติ ปัจจุบัน KEPZ มี 43 โรงงาน มีการจ้างงานกว่า 22,000 คน และอยู่ระหว่างการขยายโรงงานเพิ่มเติมอีก 8 โรงงาน โดยอีกจุดเด่นของ KEPZ คือการให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อม อาทิ การติดตั้งแผงโซลาเซลล์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ การมีระบบอ่างเก็บน้ำ และโครงการปลูกป่า

ผู้แทนการค้าไทย กล่าวทิ้งท้ายว่า ประเด็นด้านความเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะความสะดวกในการขนส่งสินค้าทั้งในแง่ของระยะเวลาและต้นทุนที่ลดลง ผ่านการเปิดเส้นทางเดินเรือระหว่างท่าเรือระนองกับท่าเรือจิตตะกอง และโครงการถนนสามฝ่าย อินเดีย-เมียนมา-ไทย จะเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญในการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน .314.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...