PSLตุนสัญญาเช่าแน่น ส่งซิกครึ่งปีหลังฟื้นแรง
#PSL #ทันหุ้น – PSL เชื่ออุตสาหกรรมครึ่งปีหลัง 2566 ดีกว่าครึ่งปีแรก หลังหลายประเทศหลักกลับมาเปิดประเทศเต็มรูปแบบ หนุนอุปสงค์เติบโต 1.5-2.5% ในปีนี้ แย้มมีสัญญาเช่าในมือแน่น กูรูส่องแนวโน้มค่าระวางเรือน่าจะปรับตัวขึ้นต่อได้ในระยะสั้น และยืนตัวอยู่ในระดับที่ดีต่อได้ในระยะกลาง แนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 14 บาท
นายคาลิด มอยนูดดิน ฮาชิม กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL เปิดเผยว่า ประเมินภาพรวมธุรกิจและอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งหลังปี 2566เชื่อว่าจะเห็นภาพของการเติบโตที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ตามการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการเปิดประเทศของกลุ่มประเทศหลักของโลก ที่คาดการณ์ว่าอุปสงค์จะเติบโต 1.5-2.5% ในปีนี้
*ตุนสัญญาเช่าแน่น
ปัจจุบันบริษัทยังคงมีสัญญาทั้งระยะสั้นและระยะเวลามากกว่าหนึ่งปี (2566-2569) อยู่จำนวนมาก โดยบริษัทมีการทำสัญญาเช่าเรือระยะยาวซึ่งมีระยะเวลามากกว่า 1 ปีในอีก 4 ปีข้างหน้าเฉลี่ยอยู่ที่ 22% ด้วยรายได้ที่คาดว่าจะได้รับประมาณ 176.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมูลค่ารวมของสัญญาเช่าเรือ นับตั้งแต่ 2566 ไปจนถึงปี 2569 แบ่งเป็น 92.80, 30.33, 26.55 และ 26.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ
ทั้งนี้ ตามปกติแล้วปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทานจะเป็นตัวกำหนดความแข็งแกร่งของตลาดการขนส่งสินค้า เรืออายุ 20 ปี หรือมากกว่า คิดเป็นอัตราส่วนต่อกองเรือที่มีอยู่ที่ 8.07%สูงกว่าอัตราส่วนคำสั่งต่อเรือใหม่ต่อกองเรือที่มีอยู่ ณ ต้นปี 2566 ที่ 7.16% โดย ณ ต้นไตรมาสสองตัวเลขเหล่านี้อยู่ที่ 8.11% (กองเรืออายุ 20 ปีหรือมากกว่า) และ 6.855 (คำสั่งต่อเรือใหม่) อุปสงค์และอุปทานอยู่ในสมดุลที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่กลางปี 2564
ส่วนการเติบโตของอุปทานดูเหมือนจะส่งผลในเชิงบวกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และการเติบโตของอุปสงค์ดูเหมือนจะสมเหตุสมผล ซึ่งน่าจะนำไปสู่ปีที่ดีในปี 2566 และปีต่อๆ ไป แต่จากความไม่แน่นอนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงอยู่เช่นเดียวกับการแพร่ระบาดของโควิด ในขณะที่ส่วนอื่นๆ ของโลกยังคงเผชิญกับระดับเงินเฟ้อที่สูงอย่างต่อเนื่อง สินค้าที่ขาดหายไปจากรัสเซียและยูเครนจะถูกทดแทนจากแหล่งผลิตที่อยู่ไกลออกไปเท่าที่จะเป็นไปได้
*รายได้ Q1 ที่ 1.17 พันล.
และด้วยเหตุที่กล่าวมาข้างต้นนี้ จึงเป็นการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ในแง่ตันไมล์ อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่ากังวลคือส่วนอื่นๆ ของโลกจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากการอัดฉีดเงินเข้าระบบที่ลดลง รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมาก ซึ่งขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้เป็นผลลัพธ์ที่ต้องหลีกเลี่ยง
สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 1/2566 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ระดับ 1,177.48 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 78.69 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ปี 2566บริษัทไม่ได้มีการวางเป้าการเติบโตของรายได้ไว้อย่างตรงตัว และมุ่งเน้นไปในการบริหารและจัดการธุรกิจให้มีความเหมาะสมและทันต่อเหตุการณ์ในปัจจุบันมากกว่า เช่นเดียวกันกับแผนการลงทุนในปีนี้ ที่ไม่ได้มีการวางตัวเลขทางการลงทุน ทำให้ไม่ว่าจะไตรมาส 1/2566หรือไตรมาส 2/2566ก็ยังคงไม่ได้มีการลงทุนอะไรที่เป็นนัยสำคัญ
*ค่าระวางขาขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุถึง PSLว่า คงคำแนะนำ "ถือ" ด้วยราคาเป้าหมาย 14 บาท ประเด็นหลัก Demand มีแนวโน้มเติบโต 1.5-2.5%ในปี 2566หนุนโดยการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศจีน จำนวนเรือเทกองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 2.7% ในปี 2566 และ 0.6% ในปี 2567 แต่ความเร็วเรือ มีแนวโน้มลดลง 2.0-2.5% เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมใหม่
ปัจจัยดังกล่าวน่าจะส่งผลให้อัตราค่าระวางเรือเทกองอยู่ในระดับที่ดีในปี 2566-2567 ทางฝ่ายคาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 2/2566 จะปรับตัวลง YOY แต่ฟื้นตัวขึ้น QoQ สอดคล้องกับแนวโน้มทิศทางของค่าระวางเรือเทกอง อย่างไรก็ดี แนวโน้มค่าระวางเรือน่าจะปรับตัวขึ้นต่อได้ในระยะสั้น และยืนตัวอยู่ในระดับที่ดีต่อได้ในระยะกลาง (1-2 ปี) แต่ยังไม่เห็นปัจจัยเร่งที่จะกระตุ้นให้ค่าระวางเรือกลับไปอยู่ในระดับเดียวกันกับปี 2565
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1