รอง อธ.อัยการเสียดาย ตร.แค่ปรับวินจยย.เหน็บแท่งปริศนา ชี้ พฤติกรรมส่อไม่ดี ถ้าทำสำนวนส่งอาจโดนอนาจาร
‘โกศลวัฒน์’ รองอธิบดีอัยการคดีศาลแขวงเสียดาย ตร.แค่ปรับวิน จยย.เหน็บแท่งปริศนาไว้ข้างหลัง ชี้ ทำพฤติกรรมส่อทางไม่ดี ถ้าทำสำนวนส่งอัยการอาจโดนโทษหนักพยายามทำอนาจาร จำคุกไม่เกิน 10 ปี
เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2565 นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง โพสต์เฟซบุ๊กกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวหญิงสาวคนหนึ่งโพสต์ลงโซเชียล ขณะขึ้นวินจักรยานยนต์รับจ้างพบคนขับพกวัตถุบางอย่างเป็นแท่งไม้ ยื่นโผล่ออกมาจากใต้เบาะ และระหว่างขับมีท่าทางขยับร่างกายทำให้ไม้ดังกล่าวอยู่ลักษณะไม่ปลอดภัยกับอวัยวะในเชิงทางเพศว่า
#อัยการหนุ่ยบอกให้รู้ มีสติ ถ่ายภาพเป็นหลักฐาน จับคนร้ายได้
หญิงผู้เสียหายมีสติ ถ่ายรูป..ไม้ตีกลอง และเสื้อวินมอไซค์ ไว้เป็นหลักฐานได้ ผู้ถูกกล่าวหา ขอโทษ โดนปรับไปสองข้อหา 2000 บาท เสียดายน่าจะ…โดนพยายามทำอนาจาร…?
ข่าวหญิงนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เห็นวัตถุยื่นออกมาจากก้นคนขับ เป็นบทเรียนของผู้เสียหาย ที่ “มีสติ” แม้ตรงนั้นข่าวว่าร้องเรียกให้คนช่วยกันจับแต่ไม่มีใครช่วยจับก็ตาม ภาพที่ถ่ายไว้ก็จะเป็นหลักฐานให้ตำรวจไปตามจับ วันนี้มีข่าวเพิ่มเติมว่าจับได้แล้ว
ข้อคิด ข้อเรียนรู้จากข่าวนี้…บางท่านแม้เป็นผู้ชายถ้าไม่อยู่ในความพร้อมที่จะป้องกันตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นผู้หญิง คนร้ายอาจมีอาวุธ… ถ่ายภาพ..คนร้ายไว้ให้ได้มากที่สุด ทะเบียนรถ ตัวรถ ทุกอย่างที่ถ่ายได้มือถือนะครับ กดรัวๆ ถ่ายให้มากที่สุดภาพจะเป็นหลักฐานนำไปส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อใช้กฎหมายไปจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายกันต่อไป รายนี้ ผู้เสียหายถ่ายภาพไม้ตีกลองที่เสียบก้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่ ถือเป็นพยานยืนยันการกระทำความผิดของผู้ต้องหาได้อย่างชัดเจน พาตนเองให้พ้นจากอันตราย แล้ว แจ้งความ ฃเจ้าหน้าที่ไปตามจับมาภายหลัง ลดความเสี่ยงกับตนเองได้ด้วยครับ
ตำรวจปรับไปแล้ว ถ้าตำรวจทำสำนวนส่งอัยการ ในข้อหาพยายามกระทำอนาจารซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท นอกจากฟ้องขอให้ลงโทษแล้วคงต้องขอห้ามประกอบอาชีพขับมอเตอร์ไซต์รับจ้าง เป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามกฎหมายต่อไป
ติดกล้องแอบดู ผู้ต้องหาไม่ได้อยู่ใกล้ชิดผู้เสียหายศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารมาแล้ว เรื่องนี้ไม้ตีกลองที่ผู้ต้องหาอ้าง อยู่ใกล้ชิดติดเป้ากางเกงของผู้เสียหาย ขณะผู้เสียหายซ้อนท้ายจักรยานยนต์ของผู้ต้องหา ใกล้ชิดกว่าการติดกล้องแอบดูอีก ตามแนวฎีกาที่ 12983/2558
ซึ่งมีแนวคำพิพากษาว่าการที่จำเลยแอบติดตั้งกล้องบันทึกภาพไว้ที่ใต้โต๊ะทำงานของโจทก์ร่วม และบันทึกภาพสรีระร่างกาย ของโจทก์ร่วมตั้งแต่ช่วงลิ้นปี่จนถึงอวัยวะช่วงขามองเห็นกระโปรงที่โจทก์ร่วมสวมใส่ ขาท่อนล่างและขาท่อนบนของโจทก์ร่วม โดยที่กล้องบันทึกภาพมีแสงไฟสำหรับเพิ่มความสว่างเพื่อให้มองเห็นภาพบริเวณใต้กระโปรงของโจทก์ร่วมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น การกระทำของจำเลยส่อแสดงให้เห็นถึงความใคร่และกามารมณ์ โดยที่โจทก์ร่วมมิได้รู้เห็นหรือยินยอม อันเป็นการกระทำที่ไม่สมควรในทางเพศต่อโจทก์ร่วม โดยโจทก์ร่วมตกอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ แม้จำเลยจะมิได้สัมผัสต่อเนื้อตัวร่างกายของโจทก์ร่วมโดยตรง แต่การที่จำเลยใช้กล้องบันทึกภาพใต้กระโปรงโจทก์ร่วมในระยะใกล้ชิด โดยโจทก์ร่วมไม่รู้ตัวย่อมรับฟังได้ว่า จำเลยได้กระทำโดยประสงค์ต่อผลอันไม่สมควรในทางเพศต่อโจทก์ร่วม โดยใช้กำลังประทุษร้ายตาม มาตรา 1 (6) แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งการใช้กำลังประทุษร้ายอันเป็นองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 278 นอกจากหมายความว่า ทำการประทุษร้ายแก่กายแล้ว ยังหมายความว่าทำการประทุษร้ายแก่ จิตใจด้วย ไม่ว่าจะทำด้วย ใช้แรงกายภาพหรือด้วยวิธีอื่นใด และให้หมายความรวมถึงการกระทำใดๆ ซึ่ง เป็นเหตุให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ การกระทำของจำเลยดังกล่าว ทำให้โจทก์ร่วมต้องรู้สึกสะเทือนใจอับอายขายหน้า จึงถือว่าเป็นการประทุษร้ายแก่จิตใจของโจทก์ร่วมแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำอนาจารโจทก์ร่วม ครบองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 278
ห้องตรวจคนไข้ที่เกิดเหตุ เป็นส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลเนินสง่า อันเป็นสถานที่ราชการซึ่งเป็น สาธารณสถาน แม้ประชาชนที่ไปใช้บริการในห้องตรวจคนไข้ที่เกิดเหตุจะต้องได้รับอนุญาต และผ่านการคัดกรองจากพยาบาลหน้าห้องตรวจก่อน แต่ก็เป็นเพียงระเบียบขั้นตอนและวิธีปฏิบัติในการใช้บริการของโรง พยาบาลเท่านั้น หาทำให้ห้องตรวจคนไข้ดังกล่าวซึ่งเป็นสาธารณสถานที่ประชาชนมีความชอบธรรมจะเข้าไปได้ ต้องกลับกลายเป็นที่รโหฐานแต่อย่างใดไม่ ห้องตรวจคนไข้ที่เกิดเหตุจึงยังคงเป็นสาธารณสถาน ดังนั้น การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบความผิดฐานกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการรังแก หรือข่มเหงผู้อื่น หรือกระทำให้ผู้อื่นได้รับความอับอาย หรือเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณสถานตาม ป.อ. มาตรา 397