โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมควบคุมโรค ชี้ สงกรานต์ ทำ โควิด 19 ติดเชื้อพุ่งแต่ไม่รุนแรง การระบาดเป็นปกติ

Khaosod

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 07.20 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2568 เวลา 07.04 น.
กรมควบคุมโรค ชี้ สงกรานต์ ทำ โควิด 19 ติดเชื้อพุ่งแต่ไม่รุนแรง การระบาดเป็นปกติ

กรมควบคุมโรค ชี้ สงกรานต์ ทำ โควิด 19 ติดเชื้อพุ่งแต่ไม่รุนแรง สอดคล้องกับข้อมูลย้อนหลัง ยันการระบาดเป็นปกติ ย้ำกลุ่มเสี่ยงรับวัคซีนปีละครั้ง

วันที่ 9 พ.ค.2568 นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ประเทศไทยในรอบสัปดาห์นี้ ตั้งแต่วันที่ 4-8 พฤษภาคม กรมควบคุมโรค ได้รับรายงานผู้ป่วย 7,013 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยพบอัตราป่วยสูงสุดในกลุ่มอายุ 0-4 ปี รองลงมากลุ่มอายุ 30-39 ปี และกลุ่มอายุ 20-29 ปี ตามลำดับ ส่วนผู้เสียชีวิตมีอายุ 60 ปีขึ้นไป

สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-8 พฤษภาคม 2568 พบผู้ป่วยสะสม 41,197 ราย เสียชีวิตสะสม 15 ราย ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคมีการพยากรณ์โรคและแจ้งให้กับประชาชนทราบเป็นระยะตั้งแต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา

โดยเฉพาะช่วงหลังสงกรานต์ที่จะพบตัวเลขผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นได้ สอดคล้องกับข้อมูลผู้ป่วยย้อนหลังเฉลี่ย 5 ปี ตั้งแต่ปี 2563–2567 พบว่าในสัปดาห์ที่ 18–21 คือช่วงหลังสงกรานต์เข้าสู่ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน มีผู้ป่วยสูงขึ้น

ซึ่งปี 2568 กรมควบคุมโรคได้พยากรณ์เรื่องนี้ไว้แล้ว ดังนั้นการพบตัวเลขผู้ป่วยที่สูงในช่วงนี้ ไม่ได้เกินความคาดการณ์ไว้ ส่วนเรื่องสายพันธุ์ที่พบปัจจุบันคือ XEC มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ได้มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น เพียงแต่ไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงให้ตัวเองแพร่กระจายได้เร็วขึ้น เป็นไปตามธรรมชาติของไวรัส

“ขออย่าตื่นตระหนัก ในการที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น พบการระบาดในช่วงที่มีกิจกรรมมากขึ้น เนื่องจากอัตราการป่วยตายยังไม่ได้ผิดปกติ หลักๆ ยังคงเป็นกลุ่มเด็กที่ติดเยอะ แต่อัตราตายจะเกิดขึ้นเยอะในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งยังคงเป็นรูปแบบเดิมของโควิด-19 ยืนยันได้ว่าการระบาดที่พบในตอนนี้ไม่ได้เป็นความผิดปกติ” นพ.วีรวัฒน์ กล่าว

นพ.วีรวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับความกังวลเรื่องอัตราป่วยตายของโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น หากเทียบข้อมูลผู้เสียชีวิตในปี 2567 พบว่ามีอัตรา 0.03 ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขในปีนี้ ฉะนั้น จึงเป็นข้อมูลยืนยันได้ว่าความรุนแรงของโควิด-19 ไม่ได้เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางสายพันธุ์อยู่บ้าง

ขณะเดียวกัน มีการเทียบข้อมูลอัตราป่วยตายโควิด-19 กับโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจากข้อมูลก็พบว่าโรคไข้หวัดใหญ่มีอัตราป่วยตายอยู่ที่ 0.01 น้อยกว่าโควิด-19 อยู่ 3 เท่า แต่ก็เป็นอัตราที่ต่ำมาก อย่างไรก็ตาม การตรวจ ATK แนะนำในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป เด็กเล็ก และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เมื่อพบอาการป่วยก็จะได้พบแพทย์รับยาต้านไวรัส ส่วนการตรวจรายบุคคลก็ตรวจได้ในลักษณะเพื่อการป้องกันโรคได้

นพ.วีรวัฒน์ กล่าวต่อว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อยู่ในระดับบุคคล โดยคณะกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแห่งชาติ และราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ได้ออกคำแนะนำให้กลุ่มเสี่ยงรับวัคซีนปีละ 1 เข็ม เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิต ส่วนประชาชนทั่วไป สุขภาพแข็งแรงที่เคยรับวัคซีนมาแล้วนั้น แม้ภูมิคุ้มกันจะลดลงแต่ยังสามารถลดอัตราเจ็บป่วยรุนแรงได้

ด้าน นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้วัคซีนโควิด-19 ไม่ได้อยู่ในสิทธิประโยชน์การสร้างเสริมป้องกันโรคแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นวัคซีนในภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม การศึกษาวิจัยวัคซีนโควิด-19 ของไทย เป็นกระบวนการศึกษาวัคซีนต้นแบบเพื่อรองรับสายพันธุ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

แต่ตอนนี้ความรุนแรงของไวรัสลดลงเรื่อยๆ ตามธรรมชาติของไวรัส และประชากรส่วนใหญ่มีภูมิคุ้มกันแล้ว คล้ายกับไข้หวัดที่มีการฉีดวัคซีนกันทุกปี ตนมองว่าไข้หวัดใหญ่มีความรุนแรงมากกว่า เพราะมีการเว้นช่วงระบาดมาในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ทำให้ภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่ของประชากรน้อยลง ดังนั้น สังเกตได้ว่าปี 2567 และปีนี้ จะพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่มากขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมควบคุมโรค ชี้ สงกรานต์ ทำ โควิด 19 ติดเชื้อพุ่งแต่ไม่รุนแรง การระบาดเป็นปกติ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...