SET ปิดร่วง 13 จุด เหตุเจอ 4 ปัจจัยกดดันทั้งต่างประเทศ-การเมือง โบรกฯ ให้แนวรับแรก 1,100 จุด
SET ปิดร่วง 13 จุด เหตุเจอ 4 ปัจจัยกดดันทั้งต่างประเทศ-การเมือง โบรกฯ ให้แนวรับแรก 1,100 จุด
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 มิ.ย. 68 17:15 น.
หุ้นไทยวันนี้ ปิด 1,128.62 จุด ลดลง 12.96 จุด โบรกฯ ชี้ 4 ปัจจัยกดดันตลาด ทั้งภาษีทรัมป์ น้ำมัน -การเมืองในประเทศ มองแนวรับแรกที่ 1,100-1,080 จุด แนวรับสอง 1,000-970 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ (12 มิ.ย. 68) ณ เวลา 16.45 น. ดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ 1,128.62 จุด ปรับลดลง 12.96 จุด หรือลดลง 1.14% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 32,428.98 ล้านบาท โดยมีหุ้น DELTA , ADVANC , SCB ,KTB และ HMPRO ฉุดตลาด
นายกรรณ์ หทัยศรัทธา นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า ดัชนีหุ้นไทยที่ปรับลดลงมาในภาคบ่าย โดยปรับล่าสุดลดลงมาประมาณ 12 จุดนั้น โดยมี 4 เรื่อง โดยประเมินแนวรับแรกที่ 1,100-1,080 จุด แนวรับสอง 1,000-970 จุด และแนวต้านประเมินที่ 1,150 จุด และที่ 1,200 จุด
“โอกาสที่จะลงไป 1,080 จุดนั้นต้องบอกว่าไม่น้อย แต่แนวรับที่ระดับ โควิดโลว์ที่ 970 จุดนั้นยาก ส่วนแนวต้านใหญ่ที่ 1,200 จุดก็ต้องบอกยากไม่น่าผ่าน”นายกรรณ์ กล่าว
สำหรับ 4 เรื่องที่กดดันตลาด คือ
1.ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อโลก เพราะล่าสุดราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นแล้วล่าสุดที่ 5% แม้หุ้น บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP จะได้ประโยชน์ แต่ส่วนใหญ่หากเป็นในแง่ของหุ้นใหญ่ในประเทศใช้น้ำมันเป็นต้นทุนเยอะ หุ้นใหญ่ทั้งธนาคารพาณิชย์ ไอซีที ค้าปลีก โดยขายหมด
2.อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าที่คาด และเมื่อสถานการณ์น้ำมันเป็นเช่นนี้ อาจทำให้เงินเฟ้อมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบกับมี ภาษีศุลกากร (tariff) อีกที่จะมีทั้งฝั่งสหรัฐและจีน แม้จะเจรจากันแล้วเสร็จแต่อัตราที่ตกลงนั้นยังอยู่ในระดับสูง
3.การเจรจาการค้าจากนี้ โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ทวิตว่าประเทศที่เหลือจะเจรจาอีกครั้งว่าจะได้ข้อสรุปที่เท่าไหร่ รวมถึงไทยด้วย ที่ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนแต่จะทันก่อนเส้นตาย 90 วัน หรือ วันที่ 9 ก.ค. นี้
4.กระแสการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ส่งผลให้ภาคบ่ายปรับลดลงแรง โดยมีกระแสออกมาว่า ทางภูมิใจไทยจะต้องเสียกระทรวงมหาดไทยไปกระทรวงพาณิชย์ และเพื่อไทยได้กระทรวงมหาดไทยคืน ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ตลาดคาดไว้อยู่แล้ว แต่อาจไม่ชอบเท่าไหร่นัก เนื่องจากความขัดแย้งในพรรคร่วม ยิ่งขัดแย้งมากขึ้น การดำเนินการในการกระตุ้น โครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ การปรับขึ้นค่าแรงน่าจะเกิดขึ้นได้ยากทั้งหมดนี้
“4 เรื่องลบทำให้เกิดแรงกดดันต่อดัชนีในช่วงบ่ายวันนี้ ส่วนการที่นายทักษิณ ชินวัตร โดยนายทักษิณได้ยื่นคำขอขยายเวลาส่งเอกสารคำชี้แจงต่อศาลออกไปก่อน 30 วัน ซึ่งศาลได้กำหนดกรอบเวลาเป็นภายในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ ก็จะโอเวอร์แฮงที่กดตลาดต่อว่าสรุปแล้วจะจบแบบไหน ไม่เช่นนั้นโครงการต่างๆ จะดำเนินการต่อยาก แต่การปรับครม.รอบนี้ เชื่อว่า ไม่ได้ปรับเพื่อทำงาน แต่ปรับเพื่อเตรียมเลือกตั้งครั้งต่อไป ดังนั้นเรื่องของโครงการกระตุ้น ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะโครงการใหญ่ๆ ที่น่าจะยาก”นายกรรณ์ กล่าว
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน มีหุ้น 1-2 ตัวในพอร์ต และหากจะเลือก ขอเลือกเป็นตัวใหญ่ จังหวะนี้เลือก Big Cap โดย 1.บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เพราะการเติบโตชัด ราคาหุ้นลงมาพอสมควร จากข่าวค่าไฟในเวียดนาม และล่าสุดนายสารัชถ์ รัตนาวะดี มีการซื้อหุ้นเพิ่ม 2 ล้านหุ้น ซึ่งเป็นจิตวิทยาเชิงบวก มองว่า 40 บาทต้นๆซื้อเก็บได้ 2.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ภายหลังจากที่มีการปรับบอร์ดใหม่ ชัดเจนว่า การหารือกับคิงเพาเวอร์จะสะดวกมากขึ้น และจะโฟกัสธุรกิจการบินมากขึ้น จึงมองเป็นบวก
เรียบเรียง โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
อีเมล์. pattraporn@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ