โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ดอลลาร์สหรัฐ” อ่อนค่า หลังตลาดหวั่นผลกระทบจากภาษีทรัมป์-หนี้สาธารณะพุ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 มิ.ย. 2568 เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2568 เวลา 03.12 น.

"ดอลลาร์สหรัฐ" เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยแรงกดดัน หลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมเป็น 50% สร้างความกังวลว่ามาตรการดังกล่าวอาจฉุดเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย

วันที่ 2 มิถุนายน 2568 เวลา 08.12 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าดอลลาร์สหรัฐ เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยท่าทีอ่อนแอ หลังจากที่ทรัมป์ประกาศเมื่อค่ำวันศุกร์ว่ามีแผนจะเพิ่มอัตราภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้าเป็น 50% โดยจะเริ่มมีผลในวันที่ 4 มิ.ย.68

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินดอลลาร์มีความผันผวนอย่างมากจากสงครามการค้าที่ทรัมป์ใช้กลยุทธ์แบบไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงไปมา สลับกันไปมา โดยค่าเงินจะอ่อนค่าลงทุกครั้งที่ความตึงเครียดทวีขึ้น เพราะตลาดกังวลว่าภาวะถดถอยในสหรัฐอาจเกิดขึ้นได้

ค่าเงินดอลลาร์ร่วงลง 3% ต่อสกุลเงินหลัก หลังจากสหรัฐประกาศภาษีวันปลดแอกเมื่อวันที่ 2 เมษายน และร่วงลงอีก 1.9% เมื่อสองสัปดาห์ก่อน หลังจากที่ทรัมป์ขู่จะเก็บภาษี 50% กับยุโรป ในสัปดาห์ที่แล้ว ดอลลาร์เริ่มฟื้นตัวเล็กน้อย โดยแข็งค่าขึ้น 0.3% หลังจากการเจรจากับสหภาพยุโรปกลับมาอยู่ในทิศทางที่ดี และศาลการค้าของสหรัฐมีคำสั่งคัดค้านภาษีส่วนใหญ่ของทรัมป์ โดยให้เหตุผลว่าเขาใช้อำนาจเกินขอบเขต

แม้ว่าศาลอุทธรณ์จะสั่งให้กลับมาใช้ภาษีอีกครั้งในวันถัดมา เพื่อรอการพิจารณาคดีต่อไป และรัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่ายังมีช่องทางอื่นในการบังคับใช้ภาษีแม้จะแพ้ในศาล นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่ายังมีกลไกควบคุมอำนาจประธานาธิบดีอยู่

ค่าเงินดอลลาร์ อ่อนลง 0.3% อยู่ที่ 143.57 เยน ณ เวลา 00:23 GMT หลังจากที่แข็งค่าขึ้นกว่า 1% ในสัปดาห์ก่อนหน้า ยูโร แข็งค่าขึ้น 0.2% มาอยู่ที่ 1.1372 ดอลลาร์ ปอนด์อังกฤษ แข็งขึ้น 0.3% มาอยู่ที่ 1.3489 ดอลลาร์ ดอลลาร์ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 0.3% มาอยู่ที่ 0.6454 ดอลลาร์สหรัฐ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (Dollar Index) ซึ่งวัดเทียบกับเงินสกุลหลักอีก 6 สกุล ลดลง 0.2% มาอยู่ที่ 99.214

นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์ยังถูกกดดันจากความกังวลด้านการคลังในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสขายสินทรัพย์อเมริกันที่ทำให้สินทรัพย์ของสหรัฐตั้งแต่หุ้นไปจนถึงพันธบัตรคลังร่วงลง

ความกังวลเหล่านี้จะยิ่งชัดเจนขึ้นในสัปดาห์นี้ เมื่อวุฒิสภาเริ่มพิจารณาร่างกฎหมายลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่ายของทรัมป์ ซึ่งจะทำให้หนี้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์ จากระดับปัจจุบันที่ 36.2 ล้านล้านดอลลาร์ ภายใน 10 ปีข้างหน้า

วุฒิสมาชิกหลายคนระบุว่าร่างกฎหมายนี้จำเป็นต้องมีการแก้ไขครั้งใหญ่ และทรัมป์ก็กล่าวว่าเขายินดีรับฟังข้อเสนอแนะ โดยนักวิเคราะห์จาก Barclays ชี้ว่ามาตรา 899 ของร่างกฎหมายนี้อาจมีความสำคัญเป็นพิเศษ

“มาตรา 899 จะให้อำนาจแก่สหรัฐ ในการเก็บภาษีกับบริษัทและนักลงทุนจากประเทศที่ถูกมองว่ามีนโยบายภาษีต่างประเทศที่ไม่เป็นธรรม และอาจถูกตีความได้ว่าเป็นภาษีต่อบัญชีทุนของสหรัฐ ในช่วงเวลาที่นักลงทุนเริ่มกังวลต่อสินทรัพย์ของสหรัฐมากขึ้น” นักวิเคราะห์ระบุ พร้อมเสริมว่า “การลดผลตอบแทนสุทธิของนักลงทุนต่างชาติอย่างตั้งใจจะทำให้เงินทุนไหลเข้าน้อยลง และกดดันค่าเงินดอลลาร์โดยตรง หากปัจจัยอื่นคงที่”

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าว การเงิน ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...