“ดอลลาร์สหรัฐ” อ่อนค่า หลังตลาดหวั่นผลกระทบจากภาษีทรัมป์-หนี้สาธารณะพุ่ง
"ดอลลาร์สหรัฐ" เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยแรงกดดัน หลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมเป็น 50% สร้างความกังวลว่ามาตรการดังกล่าวอาจฉุดเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย
วันที่ 2 มิถุนายน 2568 เวลา 08.12 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าดอลลาร์สหรัฐ เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยท่าทีอ่อนแอ หลังจากที่ทรัมป์ประกาศเมื่อค่ำวันศุกร์ว่ามีแผนจะเพิ่มอัตราภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้าเป็น 50% โดยจะเริ่มมีผลในวันที่ 4 มิ.ย.68
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินดอลลาร์มีความผันผวนอย่างมากจากสงครามการค้าที่ทรัมป์ใช้กลยุทธ์แบบไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงไปมา สลับกันไปมา โดยค่าเงินจะอ่อนค่าลงทุกครั้งที่ความตึงเครียดทวีขึ้น เพราะตลาดกังวลว่าภาวะถดถอยในสหรัฐอาจเกิดขึ้นได้
ค่าเงินดอลลาร์ร่วงลง 3% ต่อสกุลเงินหลัก หลังจากสหรัฐประกาศภาษีวันปลดแอกเมื่อวันที่ 2 เมษายน และร่วงลงอีก 1.9% เมื่อสองสัปดาห์ก่อน หลังจากที่ทรัมป์ขู่จะเก็บภาษี 50% กับยุโรป ในสัปดาห์ที่แล้ว ดอลลาร์เริ่มฟื้นตัวเล็กน้อย โดยแข็งค่าขึ้น 0.3% หลังจากการเจรจากับสหภาพยุโรปกลับมาอยู่ในทิศทางที่ดี และศาลการค้าของสหรัฐมีคำสั่งคัดค้านภาษีส่วนใหญ่ของทรัมป์ โดยให้เหตุผลว่าเขาใช้อำนาจเกินขอบเขต
แม้ว่าศาลอุทธรณ์จะสั่งให้กลับมาใช้ภาษีอีกครั้งในวันถัดมา เพื่อรอการพิจารณาคดีต่อไป และรัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่ายังมีช่องทางอื่นในการบังคับใช้ภาษีแม้จะแพ้ในศาล นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่ายังมีกลไกควบคุมอำนาจประธานาธิบดีอยู่
ค่าเงินดอลลาร์ อ่อนลง 0.3% อยู่ที่ 143.57 เยน ณ เวลา 00:23 GMT หลังจากที่แข็งค่าขึ้นกว่า 1% ในสัปดาห์ก่อนหน้า ยูโร แข็งค่าขึ้น 0.2% มาอยู่ที่ 1.1372 ดอลลาร์ ปอนด์อังกฤษ แข็งขึ้น 0.3% มาอยู่ที่ 1.3489 ดอลลาร์ ดอลลาร์ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 0.3% มาอยู่ที่ 0.6454 ดอลลาร์สหรัฐ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (Dollar Index) ซึ่งวัดเทียบกับเงินสกุลหลักอีก 6 สกุล ลดลง 0.2% มาอยู่ที่ 99.214
นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์ยังถูกกดดันจากความกังวลด้านการคลังในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสขายสินทรัพย์อเมริกันที่ทำให้สินทรัพย์ของสหรัฐตั้งแต่หุ้นไปจนถึงพันธบัตรคลังร่วงลง
ความกังวลเหล่านี้จะยิ่งชัดเจนขึ้นในสัปดาห์นี้ เมื่อวุฒิสภาเริ่มพิจารณาร่างกฎหมายลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่ายของทรัมป์ ซึ่งจะทำให้หนี้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์ จากระดับปัจจุบันที่ 36.2 ล้านล้านดอลลาร์ ภายใน 10 ปีข้างหน้า
วุฒิสมาชิกหลายคนระบุว่าร่างกฎหมายนี้จำเป็นต้องมีการแก้ไขครั้งใหญ่ และทรัมป์ก็กล่าวว่าเขายินดีรับฟังข้อเสนอแนะ โดยนักวิเคราะห์จาก Barclays ชี้ว่ามาตรา 899 ของร่างกฎหมายนี้อาจมีความสำคัญเป็นพิเศษ
“มาตรา 899 จะให้อำนาจแก่สหรัฐ ในการเก็บภาษีกับบริษัทและนักลงทุนจากประเทศที่ถูกมองว่ามีนโยบายภาษีต่างประเทศที่ไม่เป็นธรรม และอาจถูกตีความได้ว่าเป็นภาษีต่อบัญชีทุนของสหรัฐ ในช่วงเวลาที่นักลงทุนเริ่มกังวลต่อสินทรัพย์ของสหรัฐมากขึ้น” นักวิเคราะห์ระบุ พร้อมเสริมว่า “การลดผลตอบแทนสุทธิของนักลงทุนต่างชาติอย่างตั้งใจจะทำให้เงินทุนไหลเข้าน้อยลง และกดดันค่าเงินดอลลาร์โดยตรง หากปัจจัยอื่นคงที่”
อ้างอิง : reuters.com