โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ASW ไตรมาสแรกรายได้ 1,804 ลบ. กำไร 201 ลบ. ตุนแบ็กล็อก 3 หมื่นล้าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 พ.ค. 2568 เวลา 14.45 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2568 เวลา 07.45 น.

ASW โชว์ผลประกอบการ Q1/2568 ยอดโอนโครงการแนวราบ-คอนโดหนุนรายได้รวม 1,804 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 201 ล้านบาท แบ็กล็อก 30,636 ล้านบาท มองครึ่งปีหลังตลาดอสังหาฯยังท้าทาย แม้มีแรงหนุนจากมาตรการรัฐ เฝ้าระวังผลกระทบนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐและสงครามการค้า

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness” เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 1/2568 (มกราคม-มีนาคม 2568) บริษัทสามารถทำรายได้รวม 1,804 ล้านบาท เติบโตราว 3% จากไตรมาสแรกของปี 2567 และทำกำไรสุทธิทั้งสิ้น 201 ล้านบาท

โดยโครงการที่เป็นแรงหนุนสำคัญในการรับรู้รายได้ คือ กลุ่มโครงการบ้านแนวราบ และโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่ จำนวน 2 โครงการ คือ เคฟ โคโค่ บางแสน โครงการแคมปัสคอนโดติด ม.บูรพา มูลค่า 2,000 ล้านบาท และแอทโมซ ซีซั่น ลาดกระบัง คอนโดใจกลางลาดกระบัง มูลค่า 1,100 ล้านบาท

ช่วง 3 เดือนแรกที่ผ่านมา ASW สามารถทำยอดขายได้แล้วกว่า 8,320 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 33% และคิดเป็น 43% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปี 19,500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นผลการดำเนินงานที่น่าพึงพอใจ แม้อยู่ท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความท้าทาย และได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ผันผวน

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 รวมกว่า 30,636 ล้านบาท ที่จะทยอยโอนกรรมสิทธิ์เพื่อรับรู้รายได้เข้าสู่บริษัทต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570

ทั้งนี้คาดว่า ตั้งแต่ไตรมาส 2/2568 เป็นต้นไปตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการรัฐในการลดค่าจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์จาก 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนการจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท

การผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ให้สามารถกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยได้ 100% ในทุกสัญญา จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงสินเชื่อ และกระตุ้นการตัดสินใจโอนของผู้บริโภคได้

รวมถึงล่าสุดมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% จากเดิม 2.00% เป็น 1.75% ต่อปี โดยปัจจุบัน บริษัทมีโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านสร้างเสร็จพร้อมอยู่ (Ready to Move) ทุกระดับราคา มูลค่ารวม 9,968 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะได้รับอานิสงค์จากปัจจัยบวกเหล่านี้

อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย อาทิ อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ของสถาบันการเงิน กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังเปราะบาง นโยบายด้านภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกาที่กระทบต่อภาคการส่งออกของประเทศไทย รวมถึงผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

สำหรับการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส 2/2568 บริษัทยังคงพัฒนาโครงการเพื่อส่งมอบที่อยู่อาศัยคุณภาพให้กับลูกค้าได้ตามกำหนด พร้อมกับบริหารจัดการสภาพคล่อง และรักษากระแสเงินสด (Cash Flow) ให้แข็งแกร่ง โดย ASW มุ่งโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัยให้ได้ตามแผนงาน ทั้งโครงการสร้างเสร็จใหม่ในไตรมาสแรกที่ยังคงทยอยโอนกรรมสิทธิ์ต่อเนื่อง

และโครงการสร้างเสร็จใหม่ที่เตรียมรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/2568 อีกจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ แอทโมซ พาลาซิโอ ลาดพร้าว-วังหิน (Atmoz Palacio Ladprao-Wanghin) คอนโดมิเนียมแบบ Low-rise ใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย มูลค่า 1,750 ล้านบาท และ แอทโมซ แคนวาส ระยอง (Atmoz Canvas Rayong) คอนโดมิเนียมแบบ Low-rise ติดเซ็นทรัล ระยอง มูลค่า 1,250 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทมีแผนโอนกรรมสิทธิ์และทยอยรับรู้รายได้จากโครงการสร้างเสร็จใหม่ทั้งหมด 7 โครงการ มูลค่ารวม 14,050 ล้านบาท โดย ไฮไลต์สำคัญ คือ โครงการ Leisure Residences ขนาดใหญ่ เดอะ ไทเทิล เลเจนดารี บางเทา (THE TITLE Legendary Bang-Tao) คอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีใกล้หาดบางเทา มูลค่า 4,500 ล้านบาท

ภายใต้การพัฒนาของบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE บริษัทย่อยในเครือ ที่พัฒนาใกล้แล้วเสร็จและจะเป็นแรงหนุนที่สำคัญต่อการรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง

ขณะที่ภาพรวมของพอร์ตโครงการในภูเก็ตในช่วงไฮซีซั่นที่ผ่านมา (ระหว่างช่วงปลายไตรมาส 3/2567-ไตรมาส 1/2568) บริษัทสามารถสร้างสถิติใหม่ทำยอดขายไปได้ถึง 8,661 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับช่วงไฮซีซั่นก่อนหน้า ซึ่งตอกย้ำความสำเร็จของกลยุทธ์กระจายความเสี่ยง ขยายการพัฒนาโครงการไปยังทำเลอื่นที่มีศักยภาพ นอกเหนือจากกรุงเทพฯและปริมณฑล

“เรามีโครงการพร้อมทยอยโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง แต่เราก็ยังคงดำเนินธุรกิจอยู่บนพื้นฐานความไม่ประมาท และคอยมอนิเตอร์สถานการณ์เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย ตลอดจนพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด เพื่อให้พร้อมที่จะปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับทุกสถานการณ์

เราเชื่อว่าความยืดหยุ่นและความพร้อมในการปรับตัวอยู่เสมอ คือหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจท่ามกลางความไม่แน่นอน และมั่นใจว่า ASW จะยังขับเคลื่อนรายได้และยอดขายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...