โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ. โชว์ผลงาน หน่วยบริการปฐมภูมิ ขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 84% ดูแล 46 ล้านคน

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 12.01 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 12.01 น. • The Bangkok Insight

"สมศักดิ์" เผยหน่วยบริการปฐมภูมิทั่วประเทศขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 84% เพิ่มการเข้าถึงครอบคลุม ประชนกว่า 46 ล้านคน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ ครั้งที่ 1/2568 ผ่านระบบออนไลน์ โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ภูวเดช สุระโคตร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข คณะผู้บริหาร และคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

สมศักดิ์

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ระบบสุขภาพปฐมภูมิเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความครอบคลุมด้านบริการสุขภาพที่ทั่วถึงและเป็นธรรมให้กับประชาชน เน้นการดูแลเชิงรุก และเชื่อมโยงการดูแลแบบองค์รวมทั้งด้านส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟู

ปัจจุบันมีหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ ขึ้นทะเบียนภายใต้พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 ใน 12 เขตสุขภาพรวม 4,547 แห่ง/เครือข่าย ครอบคลุมประชากรประมาณ 46,837,295 คน คิดเป็น 84.22% จากเป้าหมาย 5,399 แห่ง/เครือข่าย ภายในเดือนกันยายน 2568

ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีหน่วยบริการปฐมภูมิที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 349 ทีม ประกอบด้วย ศูนย์บริการสาธารณสุข 69 ทีม คลินิกชุมชนอบอุ่นและปฐมภูมิโรงพยาบาล อีก 280 ทีม

สำหรับการประชุมวันนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้ให้ความเห็นชอบ 2 เรื่อง คือ

1. การดำเนินการตามมาตรา 15 และมาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 เพื่อให้ประชาชนไทยมีสิทธิได้รับบริการสุขภาพปฐมภูมิที่เป็นธรรม มีคุณภาพ และมีมาตรฐาน

ทั้งนี้ ให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานทบทวนรายการและกิจกรรมสำคัญที่บุคคลสามารถได้รับ ตามประกาศคณะกรรมการสุขภาพปฐมภูมิ เรื่อง บริการสุขภาพปฐมภูมิที่บุคคลมีสิทธิได้รับ พ.ศ. 2563 และให้มีการทบทวนรายการฯ ทุกปี

2.โครงการพัฒนาศักยภาพ ครู ก. หลักสูตรโค้ชวิถีชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Lifestyle Coaches) โดยสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และสาธารณสุขของเขตสุขภาพให้เป็นโค้ชวิถีชีวิตขั้นพื้นฐานและเป็นวิทยากรฝึกอบรม (ครู ก.) ในระดับเขต เป็นพี่เลี้ยงและถ่ายทอดความรู้สู่ ครู ข. (ระดับจังหวัด) และ อสม.ให้มีความรู้ความเข้าใจและทักษะในการเป็นโค้ชวิถีชีวิตเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพขั้นพื้นฐาน ช่วยสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแก่ผู้รับบริการสุขภาพ ครอบครัว และชุมชน

การสร้างเครือข่าย ครู ก. จะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมพลังให้กับระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิของประเทศทั้งในมิติของบุคลากร กระบวนการบริการ และการเชื่อมโยงชุมชน

สำหรับหลักสูตร ประกอบด้วย 4 หมวด ได้แก่

  • Basic Preventive Medicine for Basic Lifestyle Coaches เวชศาสตร์ป้องกันขั้นพื้นฐานสำหรับโค้ช
  • Lifestyle Medicine Sciences for Basic Lifestyle Coaches อาทิ เวชศาสตร์วิถีชีวิต : หลักการและการประยุกต์ใช้ การบริการเวชศาสตร์วิถีชีวิต โภชนศาสตร์สมัยใหม่ เวชศาสตร์การออกกำลังกาย การจัดการความเครียดและการส่งเสริมสุขภาพจิต เวชศาสตร์การนอนหลับ
  • Behavioral Change Theories and Techniques for Lifestyle Coaches จิตวิทยาสติสมัยใหม่: เครื่องมือการเป็นโค้ช ทักษะการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตด้วยหลักการเวชศาสตร์วิถีชีวิต
  • Applications for Basic Lifestyle Coaches อาทิ การฝึกปฏิบัติการจัดการอาหารและโภชนาการสำหรับการควบคุมและป้องกันโรคไม่ติดต่อ การฝึกปฏิบัติการออกกำลังกายและการมีกิจกรรมทางกายเพื่อการควบคุมและป้องกันโรคไม่ติดต่อ เป็นต้น

ทั้งนี้ จะคัดเลือกบุคลากรสาธารณสุขจาก 12 เขตสุขภาพ เขตละ 20 คน รวม 240 คน เข้ารับการอบรม จำนวน 4 รุ่น รุ่นละ 60 คน ในรูปแบบออนไซต์ เป็นระยะเวลา 5 วัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...