คาดเก็บ VAT ธุรกิจรายได้ต่ำกว่า 1.8 ลบ. ชัดเจนใน 1 เดือน คลังเดินหน้าปฏิรูปภาษี
ปลัดคลัง เผย กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างทำแผนการปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ ครอบคลุมทุกประเภทภาษี หวังเพิ่มรายได้ให้รัฐ คาดชัดเจนในปีงบฯ 68 ส่วนแนวคิดเก็บ VAT บริษัทที่มีรายได้ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท คาดชัดเจนใน 1 เดือน
13 พ.ค. 2568นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปี 2568 นี้เป็นปีที่ต้องจริงจังเรื่องรายได้ของรัฐบาล โดยกระทรวงการคลังกำลังอยู่ระหว่างทำแผนปฏิรูปการจัดเก็บภาษีครั้งใหญ่ โดยจะทำการปฏิรูปภาษีทั้งระบบ ครอบคลุมทั้งภาษีสรรพากร ภาษีสรรพสามิต รวมถึงอากรนำเข้าศุลกากร โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนจัดเก็บรายได้ต่อจีดีพีให้เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันการจัดเก็บรายได้รัฐบาลอยู่ที่ 12-13% ของจีดี เพิ่มเป็น 18% ของจีดีพี ทั้งนี้จะสรุปรายละเอียดและเสนอให้นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาภายในปีงบประมาณ 2568
“การปฏิรูปภาษีหากสามารถเก็บรายได้เพิ่มขึ้น 5% จะทำให้คลังมีรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้นได้อีก 800,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้ลดปัญหาการขาดดุลงบประมาณ และทำให้สามารถจัดทำงบประมาณสมดุลได้เร็วขึ้น หากรายได้ต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นเป็น 18% ก็เป็นสัดส่วนที่เราจะทำงบประมาณสมดุลได้ แต่จะให้กระโดดจากปัจจุบันไปถึง 18% เลยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องท้าทาย ที่เราจะต้องเร่งทำ”
สำหรับแนวคิดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในกลุ่มผู้ประกอบการที่มีรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท นายลวรณ กล่าวว่า เป็นแนวคิดของ รมว. คลัง ที่ต้องการจะขยายฐานภาษี เพราะตอนนี้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตามจะพิจารณาด้วยความเหมาะสมที่สุด
“ปัจจุบันเราพบว่าบริษัทที่มีรายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาท ก็แยกธุรกิจออกไปเป็นอีก 1 บริษัท ทำให้รายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท ดังนั้นเราต้องทำให้กลุ่มนี้เข้าสู่ระบบภาษีให้ถูกต้อง เราไม่ได้บอกว่าจะเก็บตั้งแต่บาทแรก คาดว่าเรื่องนี้จะชัดเจนใน 1 เดือน”
ส่วนโครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จะสามารถทำการจัดเก็บเป็น 2 อัตราได้หรือไม่ นายลวรณ กล่าวว่า บางประเทศก็มีการเก็บ VAT เป็น 2 อัตรา โดยเป็นการจัดเก็บ 2 อัตรากับสินค้า เช่น สินค้าราคาสูง สินค้าฟุ่มเฟือย (luxury goods) จะเก็บในอัตราที่สูงกว่าสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายได้ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สิ่งที่กระทรวงการคลังกำลังดำเนินการไม่ใช่แค่การปฏิรูปภาษีแต่เป็นเรื่องการปรับโครงสร้างรายได้ภาครัฐทั้งระบบรวมถึงทรัพย์สินภาครัฐด้วย โดยดำเนินการผ่านคณะกรรมการพัฒนาระบบรายได้รัฐบาล
“การพัฒนาเรื่องรายได้รัฐไม่ใช่แค่การปฏิรูปภาษี มีเรื่องทรัพย์สินของกรมธนารักษ์ และ สคร. ด้วย ประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้เราทำได้ดีแล้ว กรรมการชุดนี้จะมาดูเรื่องโครงสร้างและนโยบายในระยะกลาง”
ทั้งนี้การพัฒนารายได้รัฐบาลมีเป้าหมายในการเพิ่มการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลให้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามต้องอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่เหมาะสม คือ เศรษฐกิจดี ประสิทธิภาพการจัดเก็บของกรมภาษีดี และ โครงสร้างภาษีที่ดี
“การทำเรื่องโครงสร้างภาษีมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องนำมาพิจารณา เช่น รายได้ ความสามารถในการแข่งขัน และ การดูแลคนตัวเล็ก ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่มีความท้าทาย”