โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อย่างไร เพื่อควบคุมภาวะกรดยูริกในเลือดสูง

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 ก.พ. 2567 เวลา 01.28 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2567 เวลา 01.11 น. • The Bangkok Insight

ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อย่างไร เพื่อควบคุมภาวะกรดยูริกในเลือดสูง

ในปัจจุบันผู้คนใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบแข่งกับเวลา ทำให้เลือกทานอาหารที่รวดเร็วที่สุด ไม่มีเวลาใส่ใจในการดูแลสุขภาพ เพราะเหตุนี้เองทำให้ร่างกายของเราขาดสารอาหารหรือได้รับสารอาหารที่เกินปริมาณที่ร่างกายต้องการ โดยเฉพาะภาวะกรดยูริกในเลือดสูงที่ส่งผลให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพตามมาอีกมาก ฉะนั้นวันนี้เราไปทำความรู้จักกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการเลือกรับประทานอาหาร ไปรู้จักพร้อม ๆ กันเลย

กรดยูริก

ภาวะกรดยูริกในเลือดสูง ส่งผลเสียอย่างไรต่อสุขภาพ?

ภัยเงียบจากภาวะกรดยูริกสูง กรดยูริคสามารถเกิดจากร่างกายสร้างขึ้นเอง 80% และการเลือกรับประทานอาหารอีก 20% และกรดยูริกที่มาจากอาหารเกิดจาก “สารพิวรีน” ที่สามารถเปลี่ยนสารนี้ให้กลายเป็นกรดยูริกได้ ซึ่งหากเรามีภาวะกรดยูริกในเลือดสูงอาจส่งผลให้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคร้าย เช่น โรคเกาต์ โรคนิ่ว โรคไตอักเสบ โรคหัวใจหลอดเลือด และรวมถึงโรคอ้วน

ทานอะไรช่วยลดภาวะกรดยูริกในเลือดสูง?

อยากทราบกันจากข้างต้นว่า 20% ของภาวะกรดยูริกในเลือดสูง เกิดจากการรับประทานอาหาร แต่จะมีอาหารประเภทไหนที่ควรรับประทานและหลีกเลี่ยงบ้าง ไปทำความรู้จักพร้อมกันเลย

  • ลดการทานเนื้อสัตว์ ในเนื้อสัตว์ไม่ใช่แค่ เป็ด ไก่ เท่านั้น แต่รวมไปถึงเนื้อสัตว์ชนิดอื่น เพราะสารที่ร่างกายนำไปสร้างยูริกคือ DNA จากสัตว์ ดังนั้นหากต้องเลือกทานควรทานในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากเกินไป นอกจากเนื้อสัตว์แล้วรวมไปถึงน้ำซุปจากสัตว์ เช่น น้ำซุปกระดูกหมู น้ำซุปกระดูกวัว น้ำซุปกระดูกไก่
  • ไม่รับประทานอาหารมัน เช่น ของทอด เนื้อสัตว์ติดมัน เนื่องจากทำให้การขับกรดยูริกได้น้อยลง
  • หลีกเลี่ยงการทานถั่ว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเขียว ถั่วเหลือง
  • ผักบางชนิด หน่อไม้ สะเดา ยอดกระถิน ผักโขม ชะอม
  • ลดแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็น เหล้า ไวน์ เบียร์ เพราะแอลกอฮอล์ส่งผลให้การขับกรดยูริกทางปัสสาวะลดลง และกรดยูริกในเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดภาวะกรดยูริกในเลือดสูง ดังนั้นหากไม่รับประทานเลยจะส่งดีต่อสุขภาพ
  • ลดการดื่มน้ำอัดลม น้ำอัดลมเองก็เป็นสาเหตุหลักให้เกิดกรดยูริกสูง เนื่องจากในน้ำอัดลมจะมีน้ำตาลฟรุกโตส เมื่อได้รับน้ำตาลฟรุกโตสในปริมาณมากร่างกายจะมีการเผาผลาญฟนุกโตสไปเป็นกรดยูริกในเลือด ส่งผลให้เกิดภาวะกรดยูริกในเลือดสูง ดังนั้นควรลดหรืองดได้เลยยิ่งจะดี
  • ลดผลไม้ที่มีรสหวาน ในผลไม้เองก็มีน้ำตาลฟรุกโตสจึงไม่ควรรับประทานในปริมาณมาก แต่ยังสมารถรับประทานได้ และไม่ควรทานน้ำผักหรือผลไม้ปั่นเนื่องจากมีน้ำตาลฟรุกโตสสูงอยู่แล้ว โดยเฉพาะน้ำผลไม้กล่อง ที่มีน้ำตาลสูงมากแนะนำให้รับประทานเป็นเนืั้อผักผลไม้จะดีกว่า
  • ทานโซดามินท์ (Sodium Bicarbonate) เพราะการทานโซดามินท์สามารถช่วยป้องกันภาวะเลือดเป็นกรด และเมื่อทานแล้วร่างกายเป็นด่างจะสามารถขับกรดยูริกออกได้ดีขึ้น ควรรับประทานครั้งละ 2-3 เม็ด วันละ 2-3 ครั้ง ไม่รับประทานพร้อมอาหาร และทานในเวลาท้องว่างเท่านั้น หากทานพร้อมอาหารอาจทำให้ความเป็นด่างเข้าไปแล้วส่งผลให้ย่อยอาหารได้ไม่ดี
  • เลือกดื่มน้ำแร่ เพราะกรดยูริกส่วนมากถูกขับออกทางปัสสาวะ การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร ก็สามารถช่วยให้ขับกรดยูริกได้ดีขึ้น โดยเฉพาะน้ำแร่ที่มีความเป็นด่าง แต่ไม่ควรดื่มน้ำ RO (Roverse Osmosis) เนื่องจากไม่มีแร่ธาตุในน้ำและมีความเป็นกรด

กรดยูริก

เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ชีวิต ไม่ใกล้ชิดภาวะกรดยูริกในเลือดสูง

นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารแล้ว การใช้ชีวิตเองก็มีผลต่อสุขภาพร่างกายเช่นกัน

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคุมและงดอาหารที่เป็นสาเหตุของการเกิดภาวะกรดยูริกในเลือดสูง และไม่รับประทานอาหารที่ไม่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีสารพิวรีนสูง และลดปริมาณน้ำหวานรวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ถ้าหากใครงดได้ยิ่งจะดีต่อร่างกาย
  • ดื่มน้ำให้เยอะ หลาย ๆ คนอาจดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อร่างกาย ในหนึ่งวันควรดื่มน้ำให้ได้ปริมาณ 8-9 แก้วต่อวัน หากใครดื่มน้ำไม่บ่อยให้ลองนำน้ำมาไว้ใกล้ ๆ ตัวเอง แล้วจิบน้ำเรื่อย ๆ หลาย ๆครั้งต่อหนึ่งวัน อาจทำให้ชินเป็นนิสัยการดื่มน้ำ และหากพูดถึงผลของการดื่มน้ำน้อยจะส่งผลต่อระบบต่าง ๆ เช่น การไหลเวียนเลือด ร่างกายรับน้ำได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการส่งผลให้เลือดหนืดข้น และในภาวะกรดยูริกในเลือดสูง ยิ่งควรดื่มน้ำให้มากเพราะกรดยูริกขับออกทางปัสสาวะนั่นเอง
  • ออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนัก ในคนที่มีน้ำหนักมากหรือมีโรคอ้วนมักขับกรดยูริกออกจากร่างกายได้น้อย และเมื่อน้ำหนักมากเกินกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสมอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นตามมาอีกมาก เพราะฉะนั้นควรออกกำลังกายเป็นประจำอาทิตย์ละ 3-4 วัน เพื่อสุขภาพที่ดีแข็งแรงห่างไกลข้ออักเสบและภาวะกรดยูริกในเลือดสูงได้อีกด้วย
  • สังเกตสุขภาพตนเอง สังเกตอาการของร่างกายตนเองและมีการเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันการเกิดโรคและแก้ไขได้ทันหากมีอาการผิดปกติ

เปลี่ยนสักนิด ชีวิตห่างไกลภาวะกรดยูริกในเลือดสูง

ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องคำนึงถึงคือเรื่องสุขภาพร่างกาย ยิ่งดูแลร่างกายดีมากเท่าไหร่ ในอนาคตโรคภัยก็ยิ่งน้อยลง ฉะนั้นอย่าลืมให้ความสำคัญกับร่างกายของตนเองด้วยการรับประทานอาหารที่ดีและออกกำลังกายเป็นประจำ และอย่าลืมไปพบแพทย์ตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อสำรวจและวางแผนสุขภาพในอนาคต

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...