โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์ จุฬาฯ! ปรับใหม่ "เรียนหมอไม่มีเกรด" ลดความเครียดที่ไม่จำเป็น เริ่มปี 67

Dek-D.com

อัพเดต 31 ม.ค. 2567 เวลา 02.27 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2567 เวลา 04.33 น. • DEK-D.com
ปี 67 นี้ ที่คณะแพทย์ จุฬาฯ เริ่มใช้หลักสูตรปรับปรุงใหม่ จุดเด่นคือการเรียนแบบไม่มีเกรด A-F

"แพทยศาสตร์" เป็นหนึ่งในคณะที่ขึ้นชื่อว่าเรียนยากและเครียด แต่วันนี้มีข่าวดีถึงความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นใน เมื่อคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ปรับปรุงหลักสูตรและการประเมินผลแบบใหม่ คือ การประเมินเป็น S/U (Satisfactory/Unsatisfactory) แทนการตัดเกรดแบบเดิม เพื่อลดความเครียดที่ไม่จำเป็น เช่น การแข่งขัน ฯลฯ ทำให้เรียนได้อย่างมีความสุขและพัฒนาเป็นแพทย์ในแบบของตนเองได้

สิ่งที่เปลี่ยนไปในหลักสูตรแพทยศาสตร์ จุฬาฯ 67

การประเมินผลใหม่ ไม่ตัดเกรด A-F

การประเมินผลรายวิชาต่างๆ ในหลักสูตรนี้ จะปรับเป็นการให้ "ผ่าน/ตก" หรือ “S/U (Satisfactory/Unsatisfactory)” ตลอดหลักสูตร แทนการแสดงผลการประเมินแบบเดิมที่เป็นสัญลักษณ์ A-F

โดยมีงานวิจัยว่า การเรียนแบบไม่มีเกรด ช่วยลดระดับความเครียดของผู้เรียน ให้ผู้เรียนเรียนรู้ร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น โดยที่ผลการสอบและพฤติกรรมการเรียนการปฏิบัติงานไม่ได้ลดลง ซึ่งในปัจจุบันโรงเรียนแพทย์ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีโรงเรียนที่ตัดเกรด A-F ไม่ถึง 15% ของโรงเรียนแพทย์ทั้งหมด

การปรับเปลี่ยนการแสดงผลการตัดสินการศึกษาครั้งนี้ เป็นการต่อยอดและพัฒนาด้านการประเมินผลผู้เรียนที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และมุ่งเน้นการประเมินผลที่เป็นระบบ ทำให้มั่นใจได้ว่าบัณฑิตแพทย์ในหลักสูตรจะบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตร (Programme Learning Outcomes; PLOs) ทุก PLOs ตามเกณฑ์มาตรฐาน

นอกจากนี้ยังช่วยสร้างสมดุลการเรียนของนิสิตแพทย์ ให้ยังคงสร้างแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถและจริยธรรมให้สังคมไว้วางใจ กับ การดูแลสุขภาวะของนิสิต พร้อมกับให้นิสิตเติบโตและพัฒนาเป็นแพทย์ในแบบของตนเอง

โดยหลักสูตรปรับปรุง 2567 นี้ นิสิตจะได้รับรายงานผลการศึกษาแบบละเอียด เพื่อให้นิสิตนำข้อมูลไปปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาด้านวิชาการและวางแผนพัฒนาตัวเองต่อไป

ประเมินผลยังไง เมื่อไม่มีเกรด

การวัดผลในระบบ non-tiered grading system นี้ เป็นการวัดผลที่ยึดที่ผลลัพธ์การเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 3 ด้านใหญ่ คือ

  • ความเป็นเลิศด้านวิชาการ (academic)
  • ความเป็นเลิศด้านสมรรถนะและการปฏิบัติงาน (competency and performance) ได้แก่ การสัมภาษณ์ประวัติ ตรวจร่างกาย และวินิจฉัยโรค การรักษาผู้ป่วย และการทำหัตถการ เป็นต้น
  • ความเป็นเลิศด้านความเป็นวิชาชีพ (professionalism)ได้แก่ พฤตินิสัยในการเรียนการปฏิบัติงานการเรียนและการทำงานเป็นทีม และการทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ

การกำหนดความเป็นเลิศทางการศึกษา (Excellence) เป็น 3 ด้านนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญในการพัฒนาบัณฑิตแพทย์จุฬาฯ ไม่เฉพาะแต่ในด้านความรู้เท่านั้น แต่รวมถึงทักษะและพฤตินิสัยที่เหมาะสมสำหรับความเป็นแพทย์ด้วย

ไม่มีเกรดแล้วจะถ้าเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ทำยังไง

จะมีการจัดทำระเบียนประวัติเพื่อแสดงถึง "ความเป็นแพทย์ในแบบของตนเองของนิสิตแต่ละคน"ระเบียนประวัตินี้จะให้ข้อมูลวิชาที่นิสิตเลือกเรียน รางวัล ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของนิสิต ประวัติการทำกิจกรรมที่โดดเด่น และ ความเป็นเลิศทางการศึกษา (Exellence) โดยผลความเป็นเลิศทางการศึกษา ก็จะเป็นการประมวลมาจากผลลัพธ์การเรียนรู้ในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 12 ประการ ตามรายละเอียด 3 ด้าน ด้านบนนั่นเอง

ถ้านิสิตได้ U มา จะทำอย่างไร

ในความเป็นจริง ทางคณะจะมีการประเมินนิสิตระหว่างทางตลอดเวลาว่านิสิตเรียนตามเพื่อนทันหรือไม่ เพื่อเป็นการช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มต้น ส่วนการสอบ หากหลังสอบผลคะแนนออกมา ก็จะช่วยก่อนที่จะประเมินออกมาเป็น U เช่น การสอบแก้ตัว แต่ถ้าสุดท้ายแล้วประเมินผลได้ U จริงๆ ก็สามารถเรียนซ้ำได้

เกียรตินิยมยังมีอยู่หรือไม่

ยังคงอยู่มี แต่จะไม่ตัดที่ผลการเรียนแบบเดิม โดยเกณฑ์ใหม่ จะพิจารณาจาก

  • ความเป็นเลิศ (Excellence) ในการบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้
  • ระยะเวลาการศึกษา
  • การไม่เคยได้รับสัญลักษณ์ U
  • การไม่เคยถูกตัดคะแนนความประพฤติ และไม่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมสำหรับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์

เป็นมิิติใหม่ของการเรียนแพทย์ ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีของนิสิตคณะแพทยศาสตร์ เพราะการเรียนโดยปราศจากการแข่งขัน หรือความกดดันเรื่องเกรด น่าจะช่วยให้เรียนได้อย่างเข้าใจและมีความสุข และฝึกฝนสมรรถนะต่างๆ ในวิชาชีพแพทย์ได้อย่างเต็มที่ แล้วน้องๆ ชาว Dek-D ได้อ่านข่าวนี้แล้วรู้สึกยังไงกันบ้าง มาแชร์กันได้นะ^^

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...