โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มนักศึกษาปี 2 ม.ดังเชียงใหม่ โร่แจ้งความ คาดถูกป้ายยาบังคับให้กดเงิน

เชียงใหม่นิวส์

อัพเดต 24 ก.พ. 2567 เวลา 10.14 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2567 เวลา 03.14 น. • Chiang Mai News

หนุ่มนักศึกษาปี 2 ม.ดังเชียงใหม่ โร่แจ้งความ คาดถูกป้ายยาอาการสะลืมสะลืมคล้ายถูกเวทย์มนต์สะกดถูกบังคับให้กดเงิน ก่อนมิจฉาชีพหลบหนีไป ห่างเพียง 10 นาที คิดได้ทันทีว่าอาการผิดปกติหายไปและเชื่อว่ายาหมดฤทธิ์ สูญเงิน 3,000 บาท

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 24 ก.พ.67 นาย วี นามสมมุติ อายุ 20 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเป็นผู้เสียหายได้โพสต์ตามหาชายคนหนึ่ง อายุประมาณ 39 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากก่อเหตุหลอกลวงยืมเงินแล้วหลบหนีไป โดยคาดว่าคนร้ายอาจจะใช้ยาป้ายบริเวณมือทำให้ผู้เสียหายเกิดอาการสะลืมสะลืม ราวกับต้องมนต์สะกด ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยดื่มเหล้าและยาเสพติดชนิดต่าง ๆ แต่พอได้แตะมือกับผู้ต้องหากลับเกิดมีอาการแปลก ๆ เชื่อฟังและทำตามทุกอย่างทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนและไม่ให้ใครยืมเงินได้ง่าย ๆ เหตุเกิดภายในซอยนิมมานเหมินทร์ ซอย 3 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ 17 ก.พ.67 ที่ผ่านมา สูญเงินไปประมาณ 3,000 บาท ซึ่งเป็นเงินจากที่หางานทำหลังจากเลิกเรียนได้มาอย่างยากลำบาก

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบกับผู้เสียหาย ซึ่งได้พาไปดูจุดเกิดเหตุ พบว่าชายคนดังกล่าวได้มายืนรอคล้ายกับมารอดูเหยื่อเพื่อหลอกลวงทั้งยืมเงินและหลอกยืมมือถือแล้วเชิดหนี โดยจะเลือกเหยื่อที่เป็นเด็กนักศึกษาและผู้หญิง จุดที่ผู้เสียพาไปเป็นจุดที่อยู่หลังศาลพระภูมิ ผู้คนพลุกพล่านเป็นมุมอับคล้ายกับคนร้ายรู้ว่าจุดก่อเหตุไม่มีกล้องวงจรปิดที่จับภาพความประพฤติของตนเองได้

นายวี นามสมมุติ ผู้เสียหายเล่าว่า คืนนั้นหลังเงินทำงานพิเศษที่ร้านกับเพื่อนก็มาที่จอดรถในซอยและพบคนร้ายเข้ามาทำทีขอยืมโทรศัพท์อ้างว่าจะติดต่อญาติ โดยให้เหตุผลว่าตนเองนั้นก็เคยประสบอุบัติเหตุรถบิ๊กไบค์ล้มไม่ได้ทำงานมาเดือนกว่า ทำให้หมดทั้งเงินและไม่มีมือถือจะติดต่อญาติเพื่อขอเงินจะกลับบ้านพูดจาหว่านล้อม ซึ่งตอนแรกก็ไม่อยากให้ยืม แต่พอให้ยืมก็ติดต่อตามเบอร์ที่ให้ไม่ติด ถึง 3 เบอร์ จากนั้นได้พูดให้คำมั่นสัญญาว่าขอยืมเงินและจะคืนให้เร็ววันพร้อมกับยื่นบัตรประชาชนให้ถ่ายและตีมือกัน

ระหว่างที่ตีมือกันนั้นตนเริ่มรู้สึกเหมือนกับต้องมนต์สะกดเริ่มมีอาการสะลืมสะลือ ยอมทำตามที่เขาบอกทุกอย่าง โดยบอกให้ไปกดเงินที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุตนก็ยอมให้ซ้อนรถ จยย.ซ้อนท้ายไปและกดเงินให้ทันที 3,000 บาทหมดตัว หลังจากได้เงินเขาก็เดินเลี่ยงหนีเข้าไปในซอย 3 เช่นเดิม ห่างกันประมาณ 10 นาที ตนเหมือนตื่นขึ้นจากภวังค์หรือคิดได้จากอาการคล้ายสะลืมสะลือก่อนหน้านี้ เอะใจคิดว่าถูกมิจฉาชีพหลอกเอาเงินแน่นอน จึงพยายามตามหาและไม่เจอ จึงเชื่อว่าถูกหลอกแล้วจึงไปแจ้งความกับตำรวจ และได้ตรวจสอบประวัติพบว่าเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วเมื่อเดือนมกราคมแถวเจ็ดยอด และเคยขู่กรรโชกทรัพย์เด็กนักเรียนผู้หญิงเพื่อหลอกเอามือถือหลบหนีไปด้วย

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่ามีการเจรจากันในซอยซึ่งไม่มีกล้องวงจรปิดจากนั้นได้พากันซ้อนท้ายผู้ต้องหาสวมเสื้อสีเหลืองกางเกงสีดำรองเท้าผ้าใบสีขาวขี่ไปกดเงินจริงก่อนที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีไปคาดว่าคงก่อเหตุลักษณะนี้มาหลายครั้งแล้วย่ามใจก่อเหตุเรื่อย ๆ สันนิษฐานว่าคงจะใช้ยาบางอย่างป้ายเพื่อให้เหยื่อมีอาการคุมสติไม่ได้ก่อนจะบังคับให้กดเงินและหนีไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...