โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ลุงวิโรจน์ ปราชญ์ชาวบ้านไม่กินข้าว 10 ปี ชี้แค่ 5 ปียังกลืนไม่ลง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 มี.ค. 2567 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. 2567 เวลา 11.00 น.

ลุงวิโรจน์ ปราชญ์ชาวบ้านไม่กินข้าว 10 ปี ชี้แค่ 5 ปียังกลืนไม่ลง

จากกรณี นายวิโรจน์ พวงประโคน อายุ 63 ปี ปราชญ์ชาวบ้านเกี่ยวกับเรื่องข้าว ทดลองหุงข้าวเก่าเกือบ 5 ปี ที่เก็บซีลสูญญากาศใส่ถุงเอาไว้อย่างดี แล้วลองกินดูปรากฏว่า อ้วกแทบพุ่ง จึงเอาไปให้หมากินดูปรากฏว่าหมาไม่กิน หมาเมินเดินหนี ขนาดข้าวแค่ 5 ปีกว่าๆ ถ้า 10 ปีจะขนาดไหน เพราะว่าข้าวมีอายุข้าวไม่เกิน 2 ปี แต่ถ้าจะให้มีสรรพคุณทางยาคือปีต่อปี ก็คือที่ไม่เกิน 2 ปี

ต่อมาที่รัฐสภา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข้อโต้แย้งว่าข้าวเก็บไว้เพียง 5 ปี ในโกดังก็อาจจะไม่ได้คุณภาพ ว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องชี้แจง ถ้าพูดโดยไม่คำนึง ปัจจัยหลายเรื่องก็อาจจะขัดแย้งกัน ต้องบอกว่าการเก็บข้าวในโกดังที่ตนไปตรวจตามข้อร้องเรียนที่จังหวัดสุรินทร์ ถ้าเก็บดีไม่มีปัญหา แต่ถ้าเก็บรักษาไม่ดีก็เป็นอย่างที่มีข้อสังเกต การให้ความเห็นก็ต้องมาดูว่าเป็นปราชญ์ด้านใด ยืนยันว่าข้าวที่ลงไปตรวจสอบ ผนึกเก็บไว้อย่างดี และทุกเดือนจะมาเปิดโกดังตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีการรมยาทุกเดือนเพื่อรักษาสภาพข้าวไว้ “ยืนยันว่าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบผมไม่ได้เล่นละคร ดูต่อหน้าเจ้าหน้าที่ เปิดเข้าไปดูพร้อมกัน นำข้าวมาตรวจสอบและทดลองหุง มีการถ่ายวิดีโอไว้ตลอด ถ้ามีปัญหาถ้าใครสงสัยหรือมีปัญหา ขอให้มาแถลง และเดินทางไปกับผมเพื่อตรวจสอบ จะหุงข้าวให้กินและผัดกะเพราไข่ดาวไว้รอ ผมยินดีจะให้ตรวจสอบ อย่าหยิบแค่ประเด็นบางส่วน ที่คุย หรือคิด หรือทำ ที่ไม่คำนึงต่อสภาพแวดล้อม แล้วมาพูดอย่างนี้ไม่แฟร์กับความเป็นจริง” ตามที่สื่อได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่โรงสีชุมชนกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ เลขที่ 202 หมู่ 12 ตำบลคอโค อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ นายวิโรจน์ ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า ในความคิดของตนและชาวบ้าน เรื่องข้าวเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ก็รู้อยู่ว่ามันมีปัญหากันอยู่ แต่ถ้าในเรื่องการกินข้าวมันไม่มีใครเขาเอาข้าว 10 ปีมากินหรอก อย่างที่ผมเรียนทุกครั้งว่าปีต่อปีก็เหลือจะกินแล้ว แล้วถ้า 10 ปีมันจะขนาดไหน สารอาหารคุณค่าทางอาหารมันไม่มีแล้ว มันไม่ใช่พระเครื่องที่ว่าอายุยิ่งเก่ายิ่งขลังยิ่งมีราคามากขึ้น อันนี้มันเกี่ยวกับสุภาพชาวบ้านเกี่ยวกับสุภาพคนกิน ตนยังยืนยันคำเดิมตนไม่ใช่ปราชญ์นักกินข้าวอะไรหรอก ตนเป็นแค่เกษตรกรที่ทำนาทำข้าวส่งให้กับหน่วยงานที่รับซื้อ ไม่ได้เก่งกล้าสามารถอะไร เพียงแต่ว่าคือได้ยินแล้วมันไม่สบายใจ ว่ามาบังคับกินข้าว 10 ปีตามที่ท่านรัฐมนตรีให้ลงตรวจและกินข้าวด้วยกันตรงนี้ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก ตนก็แค่ชาวบ้านธรรมดาแค่นั้น ไม่ได้ปราชญ์เปลื่องเรื่องอะไรหรอกครับ แค่ว่าเราเห็นต่างแค่นั้น ว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะเอาข้าว 10 ปีมาออกสู่ท้องตลาด เพราะทุกคนรู้หมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเมล็ดข้าว แต่ว่าจะมาใช้วิธีบังคับกินเหมือนสมัยหนึ่งที่สัตว์เป็นโรคแล้วมานั่งกินกัน แบบนั้นมันคงไม่ใช่ เพราะนี้มันเป็นข้าว พระแม่โพสพอย่าไปล้อเล่นกับท่าน เรื่องนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เพราะว่าหนึ่งการเอาข้าวไปหมักไว้ 10 ปีมันทรมานขนาดไหน อย่างตนเป็นชาวนาบูชาพระแม่โพสพ แล้วเอาท่านไปทรมานแบบนั้น ข้าวทุกเมล็ดมีชีวิตลงดินงอกขึ้นมา แต่ 10 ปีเกินอายุมันคงไม่งอกขึ้นมาแล้ว อยากให้ทำความเข้าใจใหม่ว่า ไม่ต้องไปท้ากินข้าวผัดข้าวอะไรหรอกครับ ตนกินน้ำพริกปลาร้าอยู่ที่บ้านก็ดีอยู่แล้ว จริงๆแล้วข้าวแค่หกเดือนก็หมดยางแล้วที่เค้าเรียกว่าเข้าใหม่ข้าวเก่า คงเข้าใจนะคือช่วงมกราคมถึงมิถุนายนข้าวยังรักษาคุณภาพไว้ได้ แต่หลังจากมิถุนาเป็นต้นไปข้าวจะเริ่มเก่า ยางข้าวก็จะเริ่มแห้งหายไปการจับตัวก็จะน้อยลง อายุการใช้งานจะอยู่แค่นั้น ข้าวสารผ่านการลงยาว่ามันลำบากแล้วจะมาให้กินข้าวคลุกยาอีก เป็นห่วงทั้งอายุข้าวและอายุคนกินและยาที่ไปเคลือบข้าวด้วยจะทำยังไงเรื่องรัฐบาลรณรงค์ต่อต้านเรื่องฉีดยาฆ่าหญ้ายาฆ่าแมลงพวกนี้ด้วย แล้วจะบอกว่าไอ้นั่นไม่ใช่ เป็นยาป้องกันแมลง มันใช่มั้ยมันก็ตระกูลยาพิษเหมือนกัน ได้ยินว่าจะให้กินข้าว 10 ปีโอตายแล้วแค่ข้าวสองปียังทรมานแล้ว

“ถ้าท่านจะชวนผมไปกินข้าว 10 ปีผมไม่กล้าไปหรอก เพราะท่านก็บอกแล้วว่ารมยาทุกปี ใครจะกินก็เชิญแต่ตนไม่ไปกิน บอกเก็บรักรักษาอย่างดีรมยาทุกปี อันนี้ตนไม่ได้พูดใส่ร้ายนะพูดตามที่ท่านว่ามาท่านบอกว่ารมยาทุกปี แล้วนี่ 10 ปีจะสะสมขนาดไหน ยิ่งอยู่ในที่อับสารตกค้างอีกล่ะ ตนยืนยันว่าไม่กล้ากิน คืออันนี้ส่วนตัวนะครับอย่ามาบังคับเลย เพราะหนึ่งชาวบ้านเขาก็รู้ว่า คุณภาพมันหมดแล้วทำอะไรอย่างอื่นที่มันมีประโยชน์ดีกว่าไหม ดีกว่าจะมาผัดกะเพราไข่ดาวอะไรพวกนี้ ซึ่งมันไม่ใช่ถ้าบอกว่ากินได้ก็ต้องออกสู่ท้องตลาด พอออกสู่ท้องตลาดข้าวรมยาข้าวรมควันอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ มันจะเป็นผลกระทบต่อข้าวหอมมะลิของเราด้วย เฉพาะทุกวันก็ต่อต้านกันจนหน้าดำคร่ำเคร่งกับพวกสารพิษสารเคมี”

นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า พื้นที่จังหวัดสุรินทร์เกษตรกรทั่วประเทศรู้กันดีว่าเป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ แต่ทีนี้พอมีโกดังเก็บข้าว รมยาขึ้นมามันก็เป็นผลกระทบวงกว้างคือกลุ่มของตนทำนาเกษตรอินทรีย์มาไม่ต่ำกว่าคนละ 10 ปี และกลุ่มอื่นๆอีกทั่วประเทศ ข้าวที่ตนไปส่งที่เครือข่ายมีทั้งจังหวัด ซึ่งอยากให้ทุกท่านตระหนักว่าข้าวรมยาที่ท่านจะให้กิน ถ้ามันออกสู่ตลาดไปมีผลกระทบต่อกลุ่มของพวกตนแน่นอน เพราะเราทำเกษตรอินทรีย์ โดยตลาดทั่วไปพ่อค้าเขาก็ต้องมองว่าข้าวมาจากไหน ท่านต้องมองถึงผลกระทบที่จะตามมากับพวกตนด้วย ซึ่งเป็นเกษตรเกษตรกรอยู่หน้างานต้องรับปัญหาแต่ละปีแต่ละปี ซึ่งราคาข้าวรัฐบาลควบคุมไม่ได้พวกตนก็ต้องควบคุมกันเอง ตรงไหนราคาดีเราก็ไปขายตรงนั้น ตรงนั้นราคาแย่เราก็ไม่ไป อันนี้เฉพาะข้าวหอมมะลินะครับ ส่วนข้าวอย่างอื่นตนไม่ทราบ ฉะนั้นผลกระทบมีแน่นอนกับกลุ่มเกษตรอินทรีย์และพี่น้องเครือข่ายที่เราทำเกษตรอินทรีย์กันอยู่ เราไม่ได้ว่าจะต่อต้านหรือจะไม่เห็นด้วย เพียงแต่ว่าเหตุเกิดที่นี่ท้องที่ท้องถิ่นซึ่งเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ แล้วจะมีกรณีศึกษาว่ามีข้าวรมมยาอยู่ในจังหวัดสุรินทร์มันน่าจะย้อนแย้งกัน ซึ่งถ้าใครจะทานข้าวอะไรก็แล้วแต่ แต่ผมไม่ทานด้วยหรอก แต่ว่าอยากให้ท่านตระหนักถึงผลกระทบที่จะตามมา เพราะว่าสิ้นปีนี้ข้าวใหม่ที่จะออกจะเริ่มหว่านกันช่วงเดือนเมษาถึงมิถุนายน ผลกระทบมีมาแน่นอนท่านเตรียมช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรหรือยัง อย่ามัวแต่ว่าจะให้กินข้าวกินข้าวจะระบายข้าวอย่างเดียว แต่ว่าไม่ห่วงผลกระทบในระยะยาวการกินข้าวเป็นแค่วงจรระยะสั้น แต่ว่าพวกตนปลูกข้าวขายข้าวมาทั้งชีวิต อยากให้ท่านมองปัญหายาวๆ ไม่ใช่มองแค่แคบๆแบบนี้ และตนฝากโจทย์ถึงท่านด้วยว่าผลกระทบมีแน่นอนท่านจะเตรียมแก้ปัญหาให้พวกตนอย่างไร กับกลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่มีอยู่ทั่วจังหวัดสุรินทร์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลุงวิโรจน์ ปราชญ์ชาวบ้านไม่กินข้าว 10 ปี ชี้แค่ 5 ปียังกลืนไม่ลง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...