โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว91 ประจำวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566

สวพ.FM91

อัพเดต 25 พ.ย. 2566 เวลา 22.21 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2566 เวลา 22.21 น.

24 ชั่วโมงข่าว91 ประจำวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566

>> กระทรวงการต่างประเทศ ยันปล่อยแค่ 10 ตัวประกันไทย เผยทุกคนอยู่ระหว่างตรวจสุขภาพ

09.35 น. กระทรวงการต่างประเทศ ขอแจ้งเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปล่อยตัวประกันชาวไทยชุดแรกว่า เมื่อ 24 พ.ย. 66 อุปทูตและเจ้าหน้าที่ สอท. ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้เดินทางไปเยี่ยมกลุ่มคนไทยที่ได้รับการปล่อยตัวที่ รพ. Shamir Medical Center และยืนยันว่า มีกลุ่มคนไทยที่ได้รับการปล่อยตัวทั้งสิ้นจำนวน 10 ราย (ไม่ใช่ 12 รายตามที่เป็นข่าวในตอนแรก)

โดยระหว่างการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ สอท. ได้ให้ความช่วยเหลือด้านการแปลภาษา การดูแลขั้นพื้นฐาน และทยอยแจ้งญาติที่ประเทศไทยแล้ว ในเบื้องต้น จะอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลา 48 ชม. ซึ่งแพทย์อิสราเอลจะดูแลอย่างเต็มที่ โดยจะจัดคณะทางการแพทย์ 6 ชุด เพื่อดูแลผู้ได้รับการปล่อยตัวทั้ง 10 คน และโรงพยาบาลจะจัดนักจิตวิทยาที่พูดภาษาไทยเพื่อให้ได้พูดคุย ทั้งนี้ ทุกคนจะได้รับสิทธิประโยชน์ในฐานะเหยื่อของการก่อการร้าย ตามกฎหมายอิสราเอล โดยรัฐบาลไทยจะดำเนินการในส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อรับพี่น้องคนไทยทั้ง 10 คน กลับสู่ประเทศไทยและครอบครัวต่อไป

>> สมภารวัดบางปลาหมอ แจงเงินกฐินจาก 7 แสน เหลือ 9 หมื่นซุกใต้ฐานพระ

10.00 น. ที่วัดบางปลาหมอ ต.ดอนกำยาน อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี นายจิตรติ รามเนตร ปลัดอำเภอ รักษาราชการแทนนายอำเภอเมือง พร้อม พระครูศรีปริยัตยานุศาสก์ เจ้าคณะอำเภอเมืองสุพรรณบุรี วัดปราสาททอง ผอ.สำนักพุทธฯสุพรรณบุรี ตำรวจ พร้อมชาวบ้านนับ 100 คน เข้ารับฟังการชี้แจงจากเจ้าอาวาส วัดบางปลาหมอ ที่ตกเป็นข่าวหลังหายตัวไปพร้อมเงินกฐิน 7 แสนกว่าบาท

โดย พระปลัดธนิตย์ จนทิโก เจ้าอาวาสวัดบางปลาหมอ ได้แสดงบัญชีการจ่ายเงิน 664,850 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในงานกฐิน และเงินสด 90,000 บาท เก็บซ่อนใต้พระพุทธรูปในกุฏิ จากนั้นได้ให้ผู้ใหญ่บ้าน ไปนำเงินมาให้ชาวบ้านดู พร้อมกล่าวว่า ไม่ได้นำเงินออกจากวัดไปไหน ซึ่งหลังหายตัวไป ได้หลบไปพักผ่อนที่ จ.ชลบุรี โดยไม่ได้เอาอะไรจากวัดไปเลย

ส่วนที่ไม่ได้นำเงินเข้าบัญชี เพราะรู้ว่าเจ้าหนี้มารอรับเงินหลังกฐิน จึงรอนำเงินใช้คืน ไม่ได้นำไปเข้าบัญชี ในส่วนที่หยิบยืมเงินชาวบ้าน เพราะนำมาใช้จ่ายในการปรับปรุงเสนาสนะ สร้างหอสวดมนต์ และอื่นๆ ในวัด โดยชี้แจงว่าตั้งแต่ปี 58-66 มีรายได้จากผ้าป่า กฐิน รวม 15,456,202 ล้านบาท แต่มียอดหนี้รวม 23,639775 ล้านบาท ทำให้มียอดหนี้อีก 8,183,573 ล้านบาท

>> อสส.สั่งส่งสำนวนตรวจ หลังเสี่ยแป้งแฉ "อัยการไม่ฟ้อง" 6 คนร่วมปล้น

12.30 น. กรณี นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ เสี่ย “แป้ง นาโหนด” ออกมาปล่อยคลิป แฉไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีหนึ่ง ที่เคยเป็นผู้ต้องหาร่วมกับ อัยการท่านหนึ่ง แต่ตัวเองถูกดำเนินคดีคนเดียว

วันที่ 25 พ.ย. นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตั้งแต่ที่มีข่าวเกี่ยวกับอัยการได้มีส่วนร่วมในเรื่องของ นายเชาวลิต หรือเสี่ยแป้ง ทางผู้บริหารของอัยการสูงสุดก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ รีบสั่งการให้ทางอธิบดีภาค 9 สั่งตรวจสอบสำนวนคดี และพบว่า มีสำนวนคดี 1 ที่มี “อัยการที่ถูกพาดพิง” เข้าไปเกี่ยวข้องจริง

โดยคดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 นายเชาวลิต หรือเสี่ยแป้งเป็นผู้ต้องหาที่ 1 และอัยการดังกล่าวเป็นผู้ต้องหาที่ 2 รวมมีผู้ต้องหา 7 คน ถูกตั้งข้อหาร่วมกัน ปล้นทรัพย์ฯ, ข่มขืนใจผู้อื่นฯ, มีอาวุธฯ, พาอาวุธไปที่สาธารณะฯ ต่อมาเมื่อถึงชั้นอัยการได้มีการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 2-6 คน สั่งฟ้องนายเชาวลิต หรือเสี่ยแป้งคนเดียว ซึ่งเมื่ออัยการได้มีคำสั่งดังกล่าวทาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ไม่ได้ส่งความเห็นแย้ง คดีจึงสิ้นสุดไปในส่วนของผู้ที่ไม่ถูกสั่งฟ้อง ต่อมาศาลสั่งลงโทษจำคุก นายเชาวลิต หรือเสี่ยแป้ง จนนำไปสู่การหลบหนีออกจากโรงพยาบาล

>> สุดทนยิงดับอดีตเมีย-พี่สาว แอบไปเก็บเงินค่าเกี่ยวข้าว

13.00 น. สภ.ทับคล้อ ได้รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต บริเวณหมู่ 9 ต.เขาทราย อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ที่เกิดเหตุภายในบ้าน พบศพ น.ส.อร (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม. บริเวณลำตัวและศีรษะ ห่างออกไปยังพบศพ น.ส.อ้อย (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนกระบอกเดียวกัน เข้าที่บริเวณลำคอ นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืน 1 ปลอก ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ

ส่วนมือปืน คือ นายชู (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี หลังก่อเหตุได้ขับรถกระบะหลบหนีไป ก่อนจะเข้ามอบตัวในเวลาต่อมา จากการสอบสวน นายชู ให้การว่า ตนเลิกรากับ น.ส.อร มาได้ 1 ปีแล้ว ก่อนก่อเหตุ ตนทราบว่า น.ส.อร อดีตภรรยา กับ น.ส.อ้อย พี่สาวอดีตภรรยา จะไปเก็บเงินค่าเกี่ยวข้าว ตนจึงขับรถกระบะเข้ามาจอดหน้าบ้าน โดยได้ขอร้องอย่าไปเก็บเงินที่ตนรับจ้างเกี่ยวข้าวไว้กับชาวบ้าน เนื่องจากที่ผ่านมา 2 พี่น้อง แอบไปเก็บเงินตลอด หากรู้ว่าตนไปรับจ้างเกี่ยวข้าวที่ไหน ระหว่างการเจรจา ปรากฏว่าทั้งคู่ไม่ยอม จึงมีปากเสียงกันรุนแรง จึงบันดาลโทสะ ใช้ยิงใส่ทั้งคู่เสียชีวิต เจ้าหน้าที่นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ประกาศเตือนวันที่ 24-27 พ.ย. 2566 ให้ระมัดระวังมรสุมคลื่นลมแรง เพื่อความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำ

13.55 น. ด้วยกรมอุตุนิยมวิทยา มีประกาศลงวันที่ 25 พ.ย. 2566 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ฉบับที่ 4 แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 24-27 พ.ย. 66 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณจีนใต้ตอนล่าง มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่าง ลงสู่ทะเลอันดามัน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น

ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว รวมทั้งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

>> เผาร่าง ‘น้องภู่’ นศ.เทคนิคดุสิต แม่วอนเพื่อนลูกอย่าไปล้างแค้นคืน

16.00 น. ที่ วัดพรหมศาราม (วัดเจ้าเณร) ซอยประชาสงเคราะห์ 27 แขวงและเขตดินแดง กทม. มีจัดพิธีงานฌาปนกิจศพ น้องภู่ โดยพ่อแม่น้องภู่ อยู่ในอาการโศกเศร้า พร้อมกับญาติพี่น้อง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคดุสิต อาจารย์และเพื่อนนักศึกษาร่วมสถาบันหลายร้อยคนร่วมงาน ท่ามกลางบรรยากาศความโศกเศร้า

ทั้งนี้ แม่น้องภู่กล่าวพร้อมกับร่ำไห้ ว่า ขอบคุณทุกคนทุกฝ่ายที่อยู่เคียงข้างครอบครัวตนตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงเวลานี้ ไม่ต้องการให้เพื่อนร่วมสถาบันไปแก้แค้นเอาคืน ตนไม่ต้องการเห็นความสูญเสียอีกแล้ว ขอให้เพื่อนร่วมสถาบันน้องภู่ ตั้งใจเรียน ไม่ต้องการให้พ่อแม่คนอื่นสูญเสียเหมือนกับตน เมื่อถามว่าตำรวจจับคนร้ายได้ครบ 3 คนแล้ว จะฝากอะไรกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ แม่น้องภู่ ไม่ตอบคำถาม ก้มหน้าร้องไห้ ก่อนญาติจะนำตัวพาออกไปสงบสติอารมณ์

>> เด็กวัย 14 ที่ก่อเหตุยิงในพารากอน ให้การภาคเสธ อ้างทำไปไม่รู้ตัว

18.30 น. จากเหตุการณ์ก่อเหตุยิงภายในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ มีทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวจีน หลังเกิดเหตุตำรวจเข้าควบคุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้ไว้ได้

โดยคนร้ายที่ก่อเหตุในเหตุการณ์นี้ พบเป็นเยาวชนชายวัยเพียง 14 ปีเท่านั้น จากการเข้าตรวจสอบและตรวจค้นในบ้านพักยังพบสิ่งเทียมอาวุธปืนที่นำมาดัดแปลง พร้อมกระสุนปืน จากนั้นตำรวจคุมตัวมือปืน ส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อไต่สวน เบื้องต้นตำรวจได้แจ้ง 5 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่า, มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับความคืบหน้า เยาวชนชาย 14 ปี ที่ก่อเหตุ เบื้องต้นให้การภาคเสธ โดยยอมรับในประเด็นอาวุธปืนและให้การเกี่ยวกับอาวุธปืน รวมทั้งข้อหาพกพาอาวุธปืน แต่ไม่รับในข้อหาฆ่าผู้อื่น โดยอ้างว่าทำไปโดยไม่รู้ตัว

>> สั่งล่าวิน จยย. รีดค่าโดยสาร 1,600 ผู้ร่วมอาชีพโอดทำเสียภาพลักษณ์

19.37 น. จากกรณีมีนักท่องเที่ยวเรียกวินรถจักรยานยนต์หน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ พัทยาใต้ ถึงหาดพัทยา บริเวณห้างเซ็นทรัล ซึ่งมีระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ถูกเก็บค่าโดยสาร 1,600 บาท จากการสอบถาม พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ทราบว่า หลังจากผู้เสียหายมาแจ้งความได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบทันที เบื้องต้นทราบชื่อและนำภาพถ่ายมาให้ผู้เสียหายมายืนยันแล้ว ซึ่งอยู่ในระหว่างการติดตามตัว ส่วนจะเป็นวินรับจ้างบริเวณดังกล่าวหรือไม่ต้องสอบสวนอีกครั้ง

สอบถามผู้ขับขี่วินรถจยย.พัทยาใต้ กล่าวว่า หลังจากมีข่าวว่า วิน จยย.เก็บเงินลูกค้า 1,600 บาท ทำให้ได้รับผลกระทบ เพราะตนขับวินอยู่พัทยาใต้ ซึ่งปกติวิ่งจากพัทยาใต้ไปชายหาดเซ็นทรัล ราคาจะอยู่ที่ 60-80 บาท แต่ช่วงเทศกาลจะเพิ่ม 10-20 บาท ตามที่ตกลงกับลูกค้า หลังจากที่เห็นข่าวว่ามีการเก็บเงินลูกค้า 1,600 บาท ตนว่ามันแพงจนเกินไป ไม่มีใครกล้าขึ้น วิน จยย. ทำให้เสียภาพลักษณ์ วิน จยย.ในพื้นที่ ที่ทำมาหากินอยู่บริเวณพัทยาใต้ และทำให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอีกด้วย

>> สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 26 พฤศจิกายน 2566 เวลา 05.00 น.
ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกจำนวน 698,306,007 ราย รักษาอาการดีขึ้น 669,690,817 ราย เเละเสียชีวิตสะสม 6,943,367 ราย

1. ประเทศ สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 109,505,937 ราย เสียชีวิต 1,183,390 คน
2. ประเทศ อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 45,001,733 ราย เสียชีวิต 533,297 คน
3. ประเทศ ฝรั่งเศส ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 40,138,560 ราย เสียชีวิต 167,642 คน
4. ประเทศ เยอรมนี ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 38,635,878 ราย เสียชีวิต 178,084 คน
5. ประเทศ บราซิล ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 38,048,773 ราย เสียชีวิต 707,470 คน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...