โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มิจฉาชีพหลอกเจ้าของร้านแก๊ส สูญ 3 ล้าน อ้างช่วยจับลูกจ้างขโมยรถ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 18 ก.พ. 2568 เวลา 07.45 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 00.45 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ปทุมธานี 18 ก.พ. – เจ้าของร้านแก๊ส ถูกลูกจ้าง ขโมย จยย. มือ 2 ก่อนมีกลุ่มมิจฉาชีพ อ้างเป็นพลเมืองดี บอกว่าเจอรถเอาไปจำนำไว้ แต่ต้องจ่ายค่าช่วยคดี สุดท้ายสูญเงินไป 3 ล้าน

คุณเอม เจ้าของร้านแก๊สย่านถนนหทัยราษฎร์ มีนบุรี กรุงเทพฯ เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือจากนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพราะถูกมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นตำรวจหลอกโอนสูญเงินกว่า 3 ล้านบาท จนหมดตัว ป่วยเป็นซึมเศร้าเกือบจะกระโดดตึกชั้น 5 หวังจบชีวิตหนีปัญหา ทุกวันนี้ยังเป็นหนี้สินอีกจำนวนมาก ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามคดีให้จับกุมตัวมิจฉาชีพรายนี้มารับกรรมที่ก่อ

คุณเอม เล่าว่าจุดเริ่มต้น ตัวเธอเปิดร้านขายแก๊สอยู่ย่านหทัยราษฎร์ เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2566 โดยไปซื้อรถจักรยานยนต์มือสอง กำลังจะส่งไปให้ลูกใช้ที่ต่างจังหวัด เธอซื้อมาด้วยเงินสดราคา 8,500 บาท ซึ่งคุณปวีณายังเชื่อว่า รถคันนี้น่าจะถูกโขมยมา เพราะขายในราคาถูกเกินความเป็นจริง แต่คุณเอมระบุว่า ซื้อมาจากออนไลน์ที่โพสต์ขาย และมีเอกสารการซื้อขายให้ โดยเธอเก็บเอกสารทุกอย่างไว้ในเบาะรถ และถูกลูกจ้างของร้านขโมยรถจักรยานยนต์คันนี้หลบหนีไป เมื่อเดือนธันวาคม 2566 ไปแจ้งความกับตำรวจแล้ว แต่ตำรวจไม่รับแจ้ง อ้างว่าไม่มีทะเบียนรถ อาจจะเป็นรถที่ถูกขโมยมาก็ได้ ตัวลูกจ้างก็ไม่มีเอกสารเวลาสมัครงานเพราะเพิ่งรับเข้าทำงาน จึงไม่รู้ตัวตนจริงของลูกจ้าง จากนั้นลูกสาวจึงไปช่วยโพสต์ตามหารถจักรยานยนต์ในเฟซบุ๊ก

ต่อมาไม่นาน ตอนตี 3 มีผู้ชายคนหนึ่ง โทรศัพท์เข้ามา บอกว่าเป็นตำรวจ อยู่ จ.นครปฐม ทำอาชีพรับจำนำรถ มีคนเอารถของตนไปจำนำไว้ ถ้าอยากได้คืนให้โอนเงินค่าน้ำมันมา 2,200 บาท ซึ่งเธอก็หลงเชื่อ แต่รอถึง 3 วัน รถก็ยังไม่มาส่ง คราวนี้เข้าสู่กระบวนการขั้นต่อไปของแก๊งมิจฉาชีพ ผู้ที่อ้างตัวเป็นตำรวจ โทรมาบอกว่า เอารถมาส่งไม่ได้ เพราะรถคันนี้ซื้อมาผิดกฎหมาย อาจเข้าข่ายรับซื้อของโจร ต้องจ่ายเงินอีก 80,000 บาท เป็นค่าเคลียร์คดี

เรื่องราวไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะเริ่มมีตัวละครออกมาเรื่อยๆ ทั้งเจ้าหน้าที่ธนาคาร 4-5 คน มีทนายความมาช่วยพูดคุยเรื่องคดี แถมตอนปีใหม่พากันมาหาที่บ้าน เอาผ้าขนหนู กับพระ 2 องค์มาให้เป็นของขวัญ พูดจูงใจให้โอนเงินไปเรื่อยๆ รวมทั้งหมด 3 เดือน โอนไป 3 ล้านบาท ก่อนมารู้ว่าถูกหลอก จึงไปแจ้งความที่ สภ.คูคต โดยจำหน้าคนร้ายได้ดีและตอนนี้เวลาผ่านมาเป็นปีแล้วคนร้ายยังลอยนวล จึงขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยสติดตามคดีให้ด้วย

หลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.กานตภณ วรรณา ผกก.สภ.คูคต พร้อมมอบหมายให้ นายเอกภาพ หงสกุล ผู้อำนวยการมูลนิธิปวีณาฯ พาผู้เสียหายไปพบ ผกก. เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม และเร่งติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี โดยมูลนิธิปวีณา จะติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...