โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เงินสำรองฉุกเฉิน ยุคนี้ต้องมีเท่าไหร่ถึง 'รอด'

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 เม.ย. 2568 เวลา 07.32 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2568 เวลา 07.18 น.

ทำความรู้จัก “เงินสำรองฉุกเฉิน” หลังโลกออนไลน์ตื่นตระหนก คนไทยต้องมีเงินสำรองถึง 6 เดือนขึ้นไป แท้จริงแล้วต้องมีเก็บเท่าไหร่และทำไมต้องมี

หลังสมาคมนักวางแผนการเงินไทยให้คำแนะนำประชาชนวางแผนเงินรับมือหลังจากต้องเผชิญความผันผวนทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ และสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงอย่างการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเหตุแผ่นดินไหวที่เพิ่งเกิดขึ้นในเดือนที่ผ่านมา ทำให้สังคมออนไลน์ตั้งคำถามถึงเรื่องนี้

เริ่มต้นที่คำถามง่าย ๆ ว่า ทำไมต้องมีเงินสำรองฉุกเฉิน และตามมาด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่ไม่อาจทำให้เก็บเงินไว้สำรองจ่ายได้ตามเป้า 6 เดือน-1 ปี ประชาชาติธุรกิจ พาไปหาคำตอบของเรื่องนี้

ทำไมต้องมีเงินสำรองฉุกเฉิน ?

เงินสำรองฉุกเฉินคือ เงินที่สะสมไว้เพื่อใช้ในเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือสถานการณ์ที่ไม่ได้ถูกคาดการณ์มาก่อนหน้า เช่น การออกจากงาน เหตุจำเป็นต้องใช้จ่ายสำหรับค่ารักษาพยาบาล โดยจำเป็นต้องมีสภาพคล่องสูง สามารถนำออกมาใช้จ่ายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของเงินฝากในธนาคาร หรือกองทุนรวมตลาดเงิน

โดยที่เงินฉุกเฉินไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบเงินสดเท่านั้น แต่ยังสามารถอยู่ในสภาพของทรัพย์สินในการลงทุนที่มีระดับความเสี่ยงต่ำ ประเภทกองทุน หรือตราสารหนี้ โดยที่เงินสำรองฉุกเฉินจะช่วยลดความเดือดร้อนด้านการเงินในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ โดยมีความสำคัญ ดังนี้

1. ลดความเครียดด้านการเงิน เมื่อเกิดการติดขัดด้านการเงิน จนทำให้เราต้องนำเงินในส่วนอื่นมาใช้ อาจทำให้แผนการใช้เงินเปลี่ยนแปลงฉับพลัน และเกิดภาวะเครียด การมีเงินสำรองฉุกเฉินสำรองสำหรับใช้จ่ายในเหตุการณ์ไม่คาดคิดจะช่วยลดความตึงเครียดในการหมุนเงินมาใช้ได้เป็นอย่างดี

2. ควบคุมการใช้จ่าย-วางแผนการเงิน การหักเงินบางส่วนไปเป็นเงินสำรอง ทำให้เราสามารถควบคุมการใช้จ่ายในจำนวนเงินที่เหลืออยู่ได้อย่างจำกัด ซึ่งจะช่วยให้คิดและไตร่ตรองในการใช้เงินได้มากยิ่งขึ้น โดยที่หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินก็สามารถนำเงินสำรองมาใช้ได้โดยไม่ต้องหยิบยืมคนอื่น นอกจากนี้ ยังสามารถวางแผนเส้นทางการเงินได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

3. ลดการมีหนี้สินเพิ่ม การไม่มีหนี้สินถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายของ ‘สุขภาพการเงินที่ดี’ เนื่องจากการเตรียมเงินสำรองฉุกเฉินไว้สำหรับเหตุการณ์ที่คับขันนั้น ทำให้เราไม่จำเป็นต้องกู้ยืมเงินที่อาจมาพร้อมค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในราคาสูง

ที่มาเงินสำรอง 6 เดือน

คำถามถัดมาคือ แล้วเงินฉุกเงินควรมีเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ และในความเป็นจริงก็ตอบเป็นตัวเลขได้ยาก เนื่องจากแต่ละบุคคลมีค่าใช้จ่ายและรายรับไม่เท่ากัน โดยทั่วไปแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการเงินจึงแนะนำว่า ให้มีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน หรือให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายไปอีก 3-6 เดือน

ยกตัวอย่างเช่น หากมีรายได้อยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน และมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 12,000 บาทต่อเดือน ก็ควรที่จะมีเงินเก็บอยู่ที่ 36,000-72,000 บาท

นอกจากนี้ ยังแบ่งเป็นกลุ่มอาชีพได้ดังนี้

กลุ่มอาชีพพนักงานเอกชน พนักงานเอกชนส่วนใหญ่มีรายได้ประจำที่แน่นอน แต่อาจมีความเสี่ยงที่จะตกงานได้หากบริษัทประสบปัญหา หรือเศรษฐกิจชะลอตัว ดังนั้น เงินสำรองฉุกเฉินจึงควรมีอย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน

กลุ่มอาชีพข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการและรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่มีรายได้ประจำที่มั่นคงและมีโอกาสตกงานน้อย ดังนั้น เงินสำรองฉุกเฉินจึงอาจไม่ต้องมีมากเท่ากับกลุ่มอาชีพพนักงานเอกชน ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการเงินแนะนำว่า อาจเก็บเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 2-4 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน

กลุ่มอาชีพอิสระ เป็นอาชีพที่มีรายได้แต่ละเดือนไม่แน่นอน เมื่อเทียบกับกลุ่มพนักงานประจำหรือข้าราชการ ดังนั้น จึงมีโอกาสตกงานหรือมีรายได้ลดลงได้สูง เงินสำรองฉุกเฉินจึงควรมีอย่างน้อย 6-12 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน

อย่างไรก็ตาม เงินสำรองฉุกเฉินจะสามารถมีน้อยกว่าหรือมากกว่าที่ตั้งเกณฑ์ไว้ได้ แต่ข้อจำกัดของการมีเงินสำรองฉุกเฉินมากหรือน้อยเกินไปก็อาจส่งผลเสีย เช่น หากมีมากเกินไปอาจเสียโอกาสในการหาผลตอบแทนจากการลงทุน หรือน้อยเกินไปก็อาจไม่เพียงพอต่อการรับมือกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

ดังนั้น การกำหนดเงินสำรองฉุกเฉินจึงควรพิจารณาตามเงื่อนไขในชีวิตและปัจจัยต่าง ๆ ของแต่ละบุคคล เช่น ความมั่นคงทางรายได้ ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน และสินทรัพย์อื่นที่มี

ข้อมูลจากMake by Kbank , SET

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินสำรองฉุกเฉิน ยุคนี้ต้องมีเท่าไหร่ถึง ‘รอด’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...