คลังเล็งตั้ง ThaiESG กอง 2 เพื่อโยกกอง LTF ที่ครบอายุ หวังนักลงทุนชะลอขาย
คลัง เล็ง ตั้ง ThaiESG กอง 2 คาดระยะเวลาถือครอง 5 ปี เพื่อรองรับการโยกเงินจาก LTF ที่ครบอายุ หวังนักลงทุนชะลอขาย อาจให้รายใหม่ลงทุนได้ด้วย คาดชัดเจนเร็วๆ นี้ เตรียมทบทวนกฎหมายภาษีเงินได้จากต่างประเทศ ผ่อนเกณฑ์ให้นำเงินกลับเข้าประเทศได้ง่ายขึ้น
13 ก.พ. 2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาตั้งกองทุน ThaiESG กองใหม่ เพื่อโยกเงินกองทุน LTF ที่ครบอายุ เข้าสู่กองทุน ThaiESG กองใหม่นี้เพื่อให้นักลงทุนสามารถลงทุนได้ต่อเนื่อง
“อันนี้ไม่ใช่ LTF ที่ไปลงทุนใน ESG แต่เป็น ESG ตัวใหม่เลย ส่วนวิธีการโอนเงินกองทุน LTF มาที่ ThaiESG กองใหม่ ก็มีทางที่ทำได้ เช่น ขายผ่านเข้ามาในกองทุน ตอนนี้ก็เพียงแจ้งให้ทราบว่าอย่างเพิ่งขายเลย รอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหาวิธีก่อน”
โดยคาดว่าระยะเวลาถือครองกองใหม่อยู่ที่ 5 ปี ขณะที่สัดส่วนในการลงทุนอยู่ระหว่างการศึกษา แต่คาดว่าจะเน้นลงทุนหุ้นไทยที่เกี่ยวข้องกับ ESG โดยได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ศึกษา โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนเร็วๆ นี้
“กองทุนนี้จะแค่สำหรับนักลงทุนจาก LTF เดิม หรือ ให้นักลงทุนรายใหม่เข้ามาซื้อด้วย ยังไม่สามารถบอกได้ ต้องดูว่ากองทุนที่เราจะตั้งจะเพียงพอไหม อาจจะได้ทั้งคนเก่าและคนใหม่ก็ได้ ตอนนี้ขอให้เขาไปศึกษากันก่อน ซึ่ง LTF เดิมไม่ใช่ไม่ดีตอนนี้ก็ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแต่ขาดทุน พอขาดทุนนักลงทุนก็ขาย ก็เลยมีแนวคิดว่าให้มาเข้าตัวนี้เพื่อซื้ออเวลาและจะได้ประโยชน์ทางภาษีอีกครั้งด้วย”
นอกจากนี้กระทวงการคลังยังอยู่ระหว่างทบทวนเกณฑ์การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้มีเงินได้จากต่างประเทศและนำเข้ามาในประเทศไทย โดยจะผ่อนเกณฑ์ให้นำเงินกลับเข้าประเทศได้ง่ายขึ้น เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ และสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนนำเงินลงทุนต่างประเทศกลับเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ไทยเพิ่งมีการแก้กฎหมายโดยกำหนดให้นักลงทุนที่มีรายได้จากต่างประเทศไม่ว่าจะนำเงินเข้ามาในไทยปีใดก็ตามต้องเสียภาษีเงินได้ในปีนั้น จากเดิมที่กำหนดให้จะให้คิดภาษีเฉพาะการนำเงินเข้ามาในปีเดียวกันกับปีที่มีเงินได้ เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบของ องค์กรเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD
“ตอนนี้การลงทุนในประเทศน้อยลง ขณะที่คนที่มีรายได้ก็นำเงินไปลงทุนต่างประเทศ แต่พบว่าเงินที่นำเข้ามาน้อยกว่าเงินที่นำไปลงทุน เราก็อยากแก้ไขหรือจูงใจให้มีการนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ แต่เรื่องนี้อยู่ระหว่างศึกษา ยังไม่สรุปว่าจะเลื่อนเก็บออกไปตอนไหน และมีเงื่อนไขอะไรบ้าง”