โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

3 กองรีทปันผลสูง ! ทางเลือกหลบภัยช่วงตลาดผันผวน

Wealthy Thai

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 04.54 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2568 เวลา 02.08 น.

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศต่างๆ ที่ยังคงต้องติดตามต่อไป การพักเงินในกองรีท ซึ่งให้อัตราผลตอบแทนปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูงอาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ วันนี้ Wealthy Thai จึงมีมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญและ 3 กองรีทที่จ่ายปันผลดีมาฝาก
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การขึ้นภาษีต่อเม็กซิโกและแคนาดาในอัตรา 25% และจีน 10% ขณะที่ทั้ง 3 ประเทศเตรียมตอบโต้กลับสหรัฐ กดดันตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน ประกอบกับเศรษฐกิจไทยเดือนธ.ค. ส่งสัญญาณแผ่วลงทั้งภาคบริโภคและลงทุน
รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2568 เผชิญกับความไม่แน่นอนด้านนโยบายหลายด้านส่งผลให้อาจโตไม่ถึง 3% ทําให้ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าในภาวะตลาดเช่นนี้กลุ่มหุ้น Defensive play ที่ปันผลสูงเป็นแหล่งหลบภัยที่ดี ไม่ว่าจะเป็น 3BBIF ราคาเป้าหมาย 7.3 บาท, ปันผล 14.5%), DIF (ราคาเป้าหมาย 10.5 บาท, ปันผล 10.7%) และ CPNREIT (ราคาเป้าหมาย 12.5 บาท, ปันผล 8.8%)
สำหรับปัจจัยพื้นฐานของ 3BBIF หรือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต สามบีบี นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีมุมมองบวกต่อการปรับโครงสร้างเงินกู้ของกองทุนฯ 3BBIF เนื่องจากคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ลงราว 200-300 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยลดลงเหลือ 3.61% จากเดิม 6.9%
ในเบื้องต้นคาดว่ากองทุนฯ 3BBIF จะมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นเฉลี่ยต่อหน่วย 0.03 บาท และมีโอกาสจ่ายผลตอบแทนเพิ่มขึ้นจากประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ โดยคาดจ่ายผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีราว 0.60 บาทต่อหน่วย (yield 11%)
พร้อมให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.80 บาท เนื่องจากรายได้ของกองทุนฯ มีเสถียรภาพจากสัญญาระยะยาวถึงปี 2581 (คงเหลือระยะเวลา 13 ปี) และมีโอกาสจ่ายผลตอบแทนสูงกว่าคาด จากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงและมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น รวมถึงคาดว่ากองทุนฯ จะกลับมาจ่ายผลตอบแทนในรูปเงินปันผลในปี 2571 เป็นต้นไป
ส่วน DIF หรือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล ที่พึ่งประกาศจ่ายปันผลจากกำไรสะสมในอัตราหน่วยละ 0.2222 บาท และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 มี.ค. 68 ซึ่งในส่วนของปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ในปี 2568 กองทุนรวม DIF จะมีกำไรจากการลงทุน 11,569 ล้านบาท ทรงตัว จากปีก่อน ตามรายได้ค่าใช้เช่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงสัญญาจากที่ทำไว้กับผู้เช่าหลัก (กลุ่ม TRUE) รวมทั้งคาดว่ากองทุนจะจ่ายเงินปันผลปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.88 บาท (yield 10.7%) ใกล้เคียงกับปี 2567
ทั้งนี้ในไตรมาส 1/68 กองทุนฯ มีกำหนดจะ Refinance เงินกู้จำนวน 12,000 ล้านบาท ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินอัตราดอกเบี้ยลดลงทุก 0.25% จากอัตราเฉลี่ย 5.6% จะช่วยลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลง 4% และคาดมีโอกาสจ่ายเงินปันผลเพิ่มราว 0.01บาทต่อหน่วย
ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 11.50 บาท เนื่องจาก 1. รายได้ของกองทุนฯ มีเสถียรภาพจากสัญญาระยะยาวถึงปี 2576 (ระยะเวลาคงเหลือ 8ปี), 2. มีโอกาสขยายอายุสัญญาอีก 10 ปีจากปี 2576 (เงื่อนไขรายได้บรอดแบนด์กลุ่ม TRUE เกิน 16,500 ล้านบาท) และ 3. มีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มจากการลงทุนในทรัพย์สินประเภทเสาโทรคมนาคมของกลุ่ม TRUE
สุดท้าย CPNREIT หรือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า CPNREIT เป็นกองรีทที่มีขนาดใหญ่สุดในกลุ่มค้าปลีก มีสินทรัพย์ทั้งหมด 12 แห่ง ส่วนใหญ่คือ ห้างสรรพสินค้าครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เช่น เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, เซ็นทรัลพระราม 2, เซ็นทรัลพระราม 3, และเซ็นทรัลพัทยา
ด้านออฟฟิศให้เช่า เช่น The Ninth Towers และ Pinklao Tower A&B อัตราการใช้พื้นที่เริ่มทรงตัวเฉลี่ย 85% อายุคงเหลือของกองฯอยู่ในระดับสูงเฉลี่ย 32 ปีและมีอัตราการใช้พื้นที่ทั้ง 12 แห่งเฉลี่ย 93% อิง IAA Consensus คาดเงินปันผลปีนี้ 1.05-1.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 8.9% -9.3% ต่อปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...