โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

คู่รักลูก 3 เสิร์ฟความหวาน เซอร์ไพรส์ชีวิตคู่ครบรอบ 21 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 29 เม.ย. 2568 เวลา 01.19 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2568 เวลา 01.19 น. • The Bangkok Insight

เบนซ์-มิค เสิร์ฟความหวานกลางโซเชียลเซอร์ไพรส์ชีวิตคู่ครบรอบ 21 ปี เผยเจอเรื่องราวสุดแปลกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทักเรียกให้ไปหา

หวานมากแม่ คุณพ่อ คุณแม่ ลูก 3 มิค บรมวุฒิ-เบนซ์ พรชิตา ที่วันนี้ควงกันมาเล่าโมเม้นท์สุดหวานที่ เบนซ์ พรชิตา เซอร์ไพร์สคุณสามี มิค บรมวุฒิ ในวันครบรอบ 21 ปี กลางโซเชี่ยล พร้อมเล่าความฝันของคุณพ่อมิคที่ฝันถึงลูกสาวคนโต น้องปริม จนทำให้ตื่นขึ้นมากังวลขั้นสุด เล่าเรื่องราวสุดแปลกได้ยินเสียงกระซิบจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในรายากรคุยแซ่บ Show ทางช่องOne31 ที่มี หนิง ปณิตา และ ซินแสเป็นหนึ่ง เป็นพิธีกร

เบนซ์-มิค เสิร์ฟความหวานกลางโซเชียล เซอร์ไพรส์ชีวิตคู่ครบรอบ 21 ปี

สมกับการเซอร์ไพร์สแต่งงาน รอบนี้รอบที่ ?

มิค : ครบ 21 ปี

เบนซ์ : แต่งงานไม่ถึง

มิค : แต่งงานปีนี้จะครบ 12 แต่ที่เป็นแฟนกันครบ 21 ปี วันที่ตกลงเป็นแฟนกันคือวันที่ 26 เมษา เมื่อ 21 ปีที่แล้ว

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาทางคุณภรรยาเซอร์ไพร์สคุณสามีในรอบกี่ปี ?

เบนซ์ : ในรอบหลายปี ไม่ได้ซื้อของให้พี่มิคนานมาก คือวันนั้นมาถ่ายรายการคุยแซ่บนี่แหละ เราก็คิดในใจว่าเราควรจะซื้ออะไรให้พี่มิคดีมั้ยไม่ได้ซื้อนานแล้ว จะพาไปกินข้าวก็ไม่ใช่จังหวะ ปีนี้ไม่สะดวกไปกินข้าวกันสองคนแน่ๆ ก็เลยคิดว่าเอาซักหน่อยแล้วกันเค้าจะได้รู้สึกว่าใส่ใจอยู่นะ ก็เลยคิดว่าที่พอจะซื้อไหว ก็น่าจะเป็นแหวนนี่แหละ แล้วแหวนก็ไม่ได้ซื้อนานมากแล้ว

มิค : นาน นานจริง

เห็นว่าก่อนที่เซอร์ไพร์สนี้จะสำเร็จคุณบรมวุฒิบ่นว่าภรรยาหายไปไหน ทำไมกลับบ้านช้า?

มิค : ใช่ คือวันนั้นเรามีนัดฟิตติ้งที่บ้าน แล้วผมก็รีบกลับไปฟิตติ้ง ผมก็เอ๊ะทำไมเบนซ์ยังไม่ถึง ทำไมเลทขนาดนี้จนทุกคนเริ่มกร่อย แล้วเบนซ์กลับมาถึงเกือบ 2 ทุ่มกว่า เลทไป 2 ชั่วโมงกว่า

เบนซ์ : คิดว่าตอนแรกเสร็จจากรายการประมาณ 4 โมงครึ่ง 5 โมง ขับรถไปพารากอนให้รถติดก็น่าจะซัก 6 โมง ซื้อของแป๊ปเดียว อาจจะเลทซัก 15-20 นาที เค้าคงไม่ว่าอะไร อันนี้คิดเอง พี่เค้ารอได้แหละ ฟิตติ้งพี่มิคก่อน แต่วันนั้นเป็นวันศุกร์แล้วรถติดสุดๆเลยกว่าจะถึงพารากอน 6 โมงครึ่ง กว่าจะได้จอดรถ กว่าจะได้ลงไปซื้อ กว่าจะกลับถึงบ้าน 2 ทุ่ม

ระหว่างนั้นพี่มิคมีโททรถามเบนซ์มั้ยว่าอยู่ไหน ?

มิค : ก็ถามเรื่อย ๆ เค้าก้บอกว่ารถติดหนักมาก

แต่รู้ใช่มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่ตรงต่อเวลา ถ้าพี่มิคตาม ?

เบนซ์ : โดยปกติคนนี้ไม่ได้ตาม แต่หนูก็ไม่ได้ไปไหน หนูไม่เคยทำอะไรประหลาดเลยคือเสร็จทุกอย่างกลับบ้าน ไม่เคยทำอะไรแปลก ๆ

มิค : แต่วันนั้นรถติดจริง คนฟิตติ้งก็มาช้า เราถึงบ้านก็สาย ก็เลยคิดว่ารถมันคงติดจริง ไม่มีระแคะระคายเลย แต่ที่แอบช็อคกว่าคือเราคิดว่าเราจะชวนเค้าไปซื้อแหวนปีนี้ ตอนที่เบนซ์มาให้มิคยังสารภาพไปเลยว่าเป็นความคิดที่อยู่ในใจมิคหนึ่งอย่างที่อยากจะซื้อให้เค้าแต่คงต้องไปเลือกด้วยกันเพราะว่าแหวนที่แต่งงานเค้าก็ไม่ใส่ แหวนที่เอาไว้ใส่เล่นนิ้วนางเค้าก็ยังใส่ไม่ได้ ก็คิดว่าไม่ได้ให้แหวนกันมานานแล้วลองชวนเค้าไปมั้ย

พอเบนซ์ทำอะไรให้แบบนี้แล้วหัวใจเรามันพองโตขนาดไหน ?

มิค : ใจฟู อย่างที่เค้าบอกปกติเค้าจะเป็นคนที่อยู๋นิ่งๆกลายเป็นเราต่างหากที่ให้ของขวัญเค้าทุกปี มันรู้สึกแปลกมากกลายเป็นว่าปีนี้ผมไม่มีเวลาไปซื้อของขวัญให้เค้า แต่กลายเป็นเค้าให้ คือทุกปีไม่ได้คาดหวังอยู่แล้วเพราะว่าเค้าไม่ค่อยได้มีอะไร

เบนซ์ : ตอนแรกคิดในใจหรือพรุ่งนี้ไปทานอาหารกลางวันแล้วให้คอนกลางวันดีมั้ย ไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวดูเอิกเกริกลูกจะมาวุ่นวาย ให้ทั้งชุดนอนนั่นแหละ(หัวเราะ) ที่ให้นั่นคือชุดนอนนางจะนอนแล้ว ลูกหลับหมดแล้ว

โมเม้นท์ตอนเอามาให้พูดจาหวานๆกันมั้ย ?

เบนซ์ : ไม่ได้พูดอะไรนะ แค่บอกว่าหนูซื้อมาฝาก เค้าก็ดีใจแล้วแหละ

มิค : ไม่ได้พูดอะไรเลย

อ.เป็นหนึ่ง : ในฐานะที่คลุกคลีกับเค้ามา พี่มิคเหมือนกับเป็นคนขาดความอบอุ่นอย่างรุนแรง ส่วนพี่เบนซ์นิสัยเหมือนผู้ชาย เวลานั่งรถไปไหนด้วยกันแต่ถ้าพี่เบนซ์ยื่นอะไรให้พี่มิคซักหน่อย พี่มิคดีใจหัวใจพองโต หรือเวลาพี่เบนซ์หลับแล้วก็ไปซบนิดหนึ่งจะยิ้มหวาน พี่เป็นไร ถามหน่อย

มิค : น่าจะเหมือนที่อาจารย์บอกขาดความรัก บางทีมันก็เป็นเครื่องเตือนว่าเค้าก็ยังรักเรานะ แต่แค่บางทีส่วนใหญ่เค้าอยู่กับลูก เค้รให้เวลากับลูก บางทีเราก็อาจจะไปคิดเยอะไปว่าเค้าไปให้เวลากับลูกจนลืมเราหรือเปล่า

คู่นี้หวานกันมาก ๆ ทะเลาะกันแทบจะไม่มีเลย ?

มิค : มี

อ.เป็นหนึ่ง : อันนี้แอบเข้าข้างพี่หนิง เราเห็นเหมือนกับทะเลาะกันน้อยลง มีมุมที่ต่างคนต่างเข้าใจกันมากขึ้น

เบนซ์ : ก็เข้าใจกันมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หวานขนาดนั้น หนูก็ยังเป็นหนูเหมือนเดิมก็ยังเฉยๆแบบนี้แหละ แล้วก็ยังตีกันเป็นเรื่องธรรมชาติ

มิค : อาจารย์พูดถูกทุกอย่างมันเบาลง ถ้าสมัยก่อนบางอย่างเบนซ์พูดไม่เข้าหูอาจจะมีขึ้น ผมพูดไม่เข้าหูอาจจะมีขึ้น แต่ช่วงหลังคือปล่อยผ่านไป งอนน้อยลงแล้วหายไวขึ้น

อยากจะรู้ว่ามันด้วยอะไรหรือเพราะน้องพี่เชื่อในสิ่งที่บอกไปบางอย่างด้วยมั้ย ?

เบนซ์ : ส่วนที่ทะเลาะยังไงก็ทะเลาะ ส่วนที่อะไรเบาได้ก็จะเบา อย่างเช่นเรื่องลูกตีกันทุกวัน แต่ว่าอย่างตัวเบนซ์เองเพิ่งใช้เวลาค้นพบนานนะ อย่างที่เค้าพูดว่าจริงๆแล้วเราควรเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆที่ดูบอบบางและน่าทะนุถนอมแล้วผู้ชายจะรู้สึกว่าฉันปกป้องเธอได้นะ มันเลยทำให้ดูเป็นครอบครัว มันก็ช่วยเหมือนกัน

มิค : เค้าก็ทำให้มิครู้สึกอย่างนั้นมาตลอดนะ

พักหลังเค้ามีความอ้อนเยอะขึ้นมั้ย ?

มิค : อ้อนเยอะขึ้น อย่างที่ทุกคนรู้ว่ามันจะไปพีคมากช่วงมีลูก เค้าไม่มั่นใจตัวเค้าเองว่าเค้าไม่สวย เค้าไม่ให้เราแตะเนื้อต้องตัวอะไรเลย แต่ทุกวันนี้นางกลับมาแล้วก็เริ่มจับได้ ลูบได้ มากอดได้ ทุกอย่างมันเลยดีขึ้นไปหมด

แสดงว่ายอมให้ทำการบ้านมากขึ้น ?

มิค : ดีขึ้นเยอะ

มีอยู่เรื่องหนึ่งที่พี่มิครู้สึกว่าทำไมพี่เบนซ์สอนลูกแบบนี้คือเรื่องอะไร ?

มิค : วินัยล้วน ๆ เลยครับ เด็กคววรจะนอนเร็วเพราะวันรุ่งขึ้นเค้าต้องตื่นแต่เช้าไปโรงเรียน ผมยื่นคำขาดว่า 1 ทุ่มไม่เกินทุ่มครึ่งขอให้ขึ้นเตียง เพราะกว่าจะขึ้นไปอ่านนิทาน ดูนิทานก่อนนอน เบ็ดเสร็จมันสองทุ่มเกือบครึ่งอยู่ดี ลูกต้องหลับ 2 ทุ่มครึ่ง ปิดไฟแล้วหลับ

แล้วเบนซ์ทำยังไง ?

มิค : ลูกมาดูนี่ซิแม่เพิ่งได้พัสดุมา มาเปิดเล่นกันมั้ย มันไม่ใช่เวลาไง มันเป็นเวลาที่ลูกควรจะต้องนอน

เบนซ์ : ไม่ได้ทุกวัน (หัวเราะ)

พี่เบนซ์ยอมรับมั้ยว่าผิดเรื่องนี้ ?

เบนซ์ : ยอมรับตลอดเลยอาจารย์ ยอมรับแต่แก้ไม่ได้ ต้องคอยให้พ่อมาดุเรื่อยๆ พีมิคจะเป็นคนคอยตามคอยตบให้เข้าระเบียบ เหมือนพ่อจะเป็นผู้ดุร้าย ถ้าพูดเป็นละครพ่อก็จะเป็นตัวร้าย ส่วนแม่ก็จะทำคะแนนกลัวลุกไม่รัก

แสดงว่าบ้านนี้ไม่ว่าสถานการณ์อะไรจะต้องมีตัวร้าย 1 คนเสมอ ?

มิค : ผมไม่เคยขอหน้าที่นั้นอาจารย์เห็นอยู่ ผมำม่เคยอยากได้ตำแหน่งนั้น ไม่กินข้าวเดี๋ยวฟ้องพ่อนะ พ่อยังไม่รู้เรื่องเลย พ่อไม่ได้เกี่ยว

3 แสบเป็นยังไงถ้าไปโบ้ยให้พ่อเป็นตัวร้าย ?

มิค : มันจะรีบทำทันที พ่อแค่เสียงดัง แต่ที่พ่อเสียงดังคือพ่อหยุดทั้งเบนซ์และคนอื่นในบ้านด้วย ว่าทำไมปล่อยให้ลูกทำอะไรไม่เป็นวินัยเลย วันก่อนเพิ่งเกิดเรื่องอันนี้ใหม่เลย คือผมดุเพราะดึกมากแล้วไม่ยอมนอน ก็กอดคอคุยกับลูกบนเตียง พอเราเดินไปจะดุหน้าปริมผสมความกลัวและเกลียดในเวลาเดียวกัน

เบนซ์ : เค้าไม่เกลียดหรอก

มิค : นั่นคือความรู้สึกของมิคหนูไม่เคยได้ความรู้สึกนั้น ไปถึงปั๊ปผมช็อคเลยนะ ผมเลยปฎิญาณตนว่าต่อไปนี้เราไม่ดุดีมั้ยเราอยากได้โมเม้นท์ที่เค้ามี ลูกจะเละยังไงก็ช่างแล้ว (อันนี้งอน) อันนี้งอนจริง ทำไมเราต้องเป็นตัวร้ายเพราะมันคือสิ่งที่แม่ควรทำแต่แม่ไม่ได้ทำ แม่กอดลูกพอเราเข้าไปสิ่งที่เราเห็นแม่ก็จะบอกว่าลูกไม่ได้มองพ่อแบบนั้น นั่นคือความรู้สึกเราที่เราได้มาบ่อยมาก แต่เค้าไม่เคยได้เค้าเลยไม่รู้ ผ่านไปแค่สองชั่วโมงกลับมาเป็นเหมือนเดิม เพราะถ้าปล่อยไปคือเละ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...